Warrix รายได้เท่าไร

บ่ายวันที่ 9 กันยายน 2559 ได้กลายเป็นวันที่เปลี่ยนโลกให้กับแบรนด์ชุดกีฬาน้องใหม่ หลังสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ประกาศให้วอริกซ์ สปอร์ต เป็นผู้ชนะการประมูลทำเสื้อทีมชาติไทย ในปี 2560-2563 กับข้อเสนอวงเงินรวม 400 ล้านบาท

จากแบรนด์ที่คนต่างจังหวัดรู้จัก กลายเป็นแบรนด์ที่คนไทยทั้งประเทศ รู้จัก ในฐานะแบรนด์เสื้อบอลทีมชาติ กับเงินที่ทุ่มไป 400 ล้านบาท คุ้มกันไหม

ในวันแรกอาจจะมองภาพไม่ออกว่าคุ้ม หรือไม่ แต่ในวันนี้ ผลประกอบการ ของวอริกซ์ สปอร์ต ที่แจ้งกับกระทรวงพาณิชย์ เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า การลงทุน 400 ล้านบาท แบ่งจ่ายปีละ 100 ล้านบาท เป็น เงินสนับสนุน 40 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์วอริกซ์อีก 60 ล้านบาท ถือว่าคคุ้มค่ามากเลยทีเดียว

รายได้ Warrix 2557 68,123,754.32 2558 138,304,340.83 2559 181,238,423.80 2560 563,202,279.68 2561 เป้าหมาย 620,000,000 ที่มา : กระทรวงพาณิชย์ รายได้จาก บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด

 

เมื่อดูจากตัวเลขรายได้ ปี 2560 วอริกซ์มีรายได้563 ล้านบาท

ถ้าเทียบกับแบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาอย่างแกรนด์สปอร์ต ผู้สนับสนุนเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทยมาก่อนหน้านั้นคงเทียบด้านรายได้ไม่ติด

รายได้แกรนด์สปอร์ต

จาก หจ.แกรนด์สปอร์ต

2556       63,710,852.80     

2557       14,170,079.98     

2558       10,484,271.11     

2559       8,700,296.33       

2560       12,142,325.19     

ที่มา :กระทรวงพาณิชย์ รายได้จาก หจ.แกรนด์สปอร์ต จดทะเบียนประเภทธุรกิจ ผลิตชุดกีฬา, 2561

 

จาก บริษัท แกรนด์สปอร์ต นวมินทร์

2556       9,374,396.46       

2557       11,837,344.35     

2558       14,713,014.33     

2559       32,272,676.83     

2560       26,828,595.82     

ที่มา :กระทรวงพาณิชย์ รายได้จาก บริษัท แกรนด์สปอร์ต นวมินทร์ จดทะเบียนประเภทธุรกิจ ขายปลีกเครื่องกีฬาในร้านค้าเฉพาะ, 2561

 

จากบริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป

2556       947,474,070.47   

2557       905,856,470.57   

2558       993,587,813.26   

2559       1,504,133,460.19               

2560       1,488,930,907.10               

ที่มา :กระทรวงพาณิชย์ รายได้จาก บริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จดทะเบียนประเภทธุรกิจ การขายส่งเสื้อผ้า, 2561

 

จาก บริษัท แกรนด์สปอร์ต เอาท์เล็ต

2556       11,621,367.75     

2557       12,060,969.82     

2558       7,295,245.66       

2559       31,152,130.06     

2560       27,824,480.61     

ที่มา :กระทรวงพาณิชย์ รายได้จาก บริษัทแกรนด์สปอร์ต เอาท์เล็ต จดทะเบียนประเภทธุรกิจร้านขายปลีกเสื้อผ้า,2561

 

แต่ ถ้ามาดูในแง่ของเปอร์เซ็นต์การเติบโต วอริกซ์มีรายได้เพิ่มถึง 400 ล้านบาท จากปี 2559 ซึ่งถือเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเลยทีเดียว

 

และอะไรที่ทำให้ วอริกซ์ประสบความสำเร็จ

 

1.กลยุทธ์ป่าล้อมเมือง ทีมชาติล้อมแฟนบอล

ในอดีตวอริกซ์สร้างตลาดผ่านกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง ด้วยการเข้าไปเป็นผู้สนับสนุนเสื้อบอลทีมฟุตบอลระดับจังหวัด ตั้งแต่ปี 2557

โดยในปีแรก เลือกสนับสนุน 2 ทีม ในจังหวัดที่มีประชากรหนาแน่น อย่าง เชียงใหม่ โคราช ก่อนที่จะขยายไปยัง 17 ทีม ในปี 2558 และ 20 ทีมในปี 2559

ซึ่งการเข้าไปเป็นผู้สนับสนุนเสื้อบอลทีมจังหวัดต่างๆ ทำให้วอริกซ์แบรนด์ที่ยังไม่คนรู้จักมากนัก สามารถสร้าง Brand Awareness ผ่านนักบอล และรายได้ผ่านทีมฟุตบอลไปยังแฟนบอลในจังหวัด ที่ต้องการซื้อเสื้อเชียร์ทีมจังหวัด เมื่อไปแข่งขันในแมกซ์ต่างๆ และต่อยอดไปยังสินค้าอื่นของ วอริกซ์ เมื่อใส่เสื้อเชียร์แล้วประทับใจ

และในปี 2560  วอริกซ์ ต่อยอดด้วยการเข้าไปเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์เสื้อบอลทีมชาติไทย ซึ่งการเข้าไปเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์นี้ ถือเป็นการสร้าง Brand Awareness ในระดับแมส ที่เป็นแรงกระเพื่อม ให้คนทั่วไป ที่ไม่ได้ดูบอล อดสงสัยไม่ได้ว่า วอริกซ์คือใคร และมอง วอริกซ์ เป็นหนึ่งตัวเลือกเมื่อต้องการซื้อชุดกีฬา

ส่วนของแฟนบอล วอริกซ์ ได้เปิดตัวเสื้อเชียร์ และเสื้อบอลแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดยอดซื้อ และเมื่อแฟนบอลใช้แล้วชอบ จะเกิดการซื้อสินค้าอื่นๆ ในวอริกซ์ ตามมา

ในปีที่ผ่านมา วอริกซ์มีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับฟุตบอลทีมชาติ เช่นเสื้อบอล เสื้อเชียร์ประมาณ 190 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ373 ล้านบาท มาจากสินค้ากีฬาอื่นๆ

2.หาช่องว่างในตลาด

ตลาดเสื้อบอลในไทย ก่อนที่วอริกซ์จะเข้ามาทำตลาด เป็นตลาดที่แบ่งเป็น 2 ระดับอย่างชัดเจน คือ

หนึ่ง-ตลาดเสื้อบอลแบรนด์ไทย ที่มีระดับราคาไม่เกิน 300 บาท

และตลาดเสื้อบอลแบรนด์เนมต่างประเทศ เช่น ไนกี้ อาดิดาส ที่มีระดับราคา 1,000 บาท ขึ้นไป

วอริกซ์ อาศัยช่องว่างด้านราคา นำเสนอเสื้อบอล และเสื้อเชียร์ ใน ราคาประมาณ 500-1,000 บาท โดยเน้นสร้างความแตกต่างจากแบรนด์ไทยคือ ใส่คุณภาพ ดีไซน์สวย และนวัตกรรมลงบนเสื้อที่มากกว่าแบรนด์ไทยทั่วไปเป็นจุดขายหลัก

3.วางภาพลักษณ์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

ในตลาดเสื้อบอล หรือเสื้อกีฬาแบรนด์ไทย ส่วนใหญ่ภาพลักษณ์ของแบรนด์จะเป็นแบรนด์กีฬาที่มีความเป็นคนรุ่นเก่าอยู่ในตัว เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่อยู่ในตลาดไทยมานาน

เมื่อมาใหม่ในตลาด วอริกซ์สร้างภาพลักษณ์ด้วยการเป็นคนรุ่นใหม่ ใส่ไลฟ์สไตล์ลงไป เพื่อให้ผู้สวมใส่ไม่รู้สึกว่า เป็นแบรนด์สำหรับนักกีฬาที่ดูเชยๆ เท่านั้น

การสร้างภาพลักษณ์ของ วอริกซ์ นอกจากจะผ่านพรีเซ็นเตอร์แล้ว ยังใช้โซเชียลมีเดีย เช่นเฟซบุ๊ก เป็นสื่อที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ ในการแนะนำสินค้า โปรโมชั่น และกิจกรรมต่างๆ ของแบรนด์ และมีการปรับปรุงเว็บไซต์วอริกซ์ เพื่อรองรับการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์

4.ต่อยอดไปยังสินค้าอื่นๆ

นอกจากเสื้อบอล เสื้อเชียร์ และเสื้อกีฬาอื่นๆ  แล้ว วอริกซ์ต่อยอดไปยังอุปกรณ์กีฬาอื่นๆ เช่นรองเท้ากีฬา รวมถึงเสื้อผ้าอื่น เช่นเสื้อสูท ที่ทำมาจากผ้าที่มีความยืดหยุ่นสูง เจาะกลุ่มผู้ที่ต้องใส่สูทและต้องการความคล่องตัวด้วย

5.ไปต่างประเทศ

วอริกซ์มีการเข้าไปเปิดตลาดประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านกลยุทธ์ในรูปแบบเดียวกับไทย คือไปเป็นผู้สนับสนุนทีมฟุตบอล โดยที่ผ่านมาได้เข้าไปสนับสนุนทีมฟุตบอลลาว โตโยต้า ตั้งแต่ปี 2558 ทีมฟุตบอลมะละกายูไนเต็ดของมาเลเซียในปี 2559 จากการมองเห็นความนิยมกีฬาฟุตบอลของ 2 ประเทศนี้

ทั้งนี้วอริกซ์เป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งในปี 2556 โดย วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล กรรมการผู้จัดการ วอริกซ์ สปอร์ต ผู้ที่ผันตัวเองจาก เจ้าของโรงงานเสื้อผ้าขนาดเล็กที่เริ่มต้นจากการรับตัดชุดนักเรียนและยูนิฟอร์มตอนที่เขาอายุ 28 มาสู่โรงงานผลิตชุดกีฬา และต่อยอดมายังแบรนด์วอริกซ์ในปัจจุบันในอายุเพียง 40 ต้นๆ เท่านั้น

 

cr. ภาพจาก FB Warrix


อ่านคอนเทนต์การตลาด อ่าน MarketeerOnline.co

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer