Huawei แซงหน้า iPhone : ก้าวใหญ่ของ Tech Brand ในตลาดโลกของแดนมังกร

ท่ามกลางการแข่งขัน ทุกครั้งหากอันดับขยับปรับเปลี่ยน ประเด็นแรกสุดที่ต้องจับตาคือ การขึ้นมาของหน้าใหม่กับหน้าเก่าที่ร่วงลงไป เช่นเดียวกับความเคลื่อนไหวในตลาด Smartphone ทั่วโลกไตรมาส 2 ปีนี้ ซึ่ง Huawei แซง iPhone ขึ้นมาเป็นเจ้าของส่วนแบ่งตลาด อันดับ 2 ด้วยยอดขาย 54.2 ล้านเครื่อง รองแค่เพียง Samsung

Huawei Apple

เหตุผลที่ส่งให้เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ ไม่ได้มาจากการขึ้นลงของตำแหน่งและตัวเลขต่างๆ เท่านั้น เพราะนี่คือความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกและเป็นหลักฐานยืนยันจัดเจนว่า ภาพลักษณ์ของสินค้า Made in China ในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยีซึ่งเคยถูกตราหน้าว่า ไม่ได้มาตรฐานและอย่างดีสุดก็เป็นได้แค่ของก็อปเกรดเอ

Huawei คว้าที่สอง แต่ครองความสำเร็จยิ่งใหญ่

ตามข้อมูลของ IDC บริษัทที่ปรึกษา และสำรวจข้อมูลทางการตลาดเน้นสินค้าเทคโนโลยีสัญชาติอเมริกันระบุว่า ระหว่างเมษายนถึงมิถุนายน 2018 ยอดขาย Smartphone ทั่วโลกอยู่ที่ 342 ล้านเครื่อง

โดย Huawei ครองส่วนแบ่งตลาด อยู่ที่ 15.8% ตามหลังเบอร์ 1 อย่าง Samsung ที่ทำยอดขายได้ 71.5 ล้านเครื่อง จึงคว้าส่วนแบ่งตลาดสูงสุดที่ 20.9% แต่มากกว่า iPhone ของ Apple ซึ่งลงสู่ที่ 3 หลังทำยอดขายทั่วโลกได้ 41.3 ล้านเครื่อง คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 12.1% และยังเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปีที่ iPhone หลุดจาก 2 แบรนด์ยอดขายสูงสุด

ขณะเดียวกันหากเทียบกับกรอบเวลานี้เมื่อปีที่แล้ว แบรนด์จีนอายุ 31 ปี มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นถึง 40.9% ซึ่งเพิ่มขึ้นมากสุดในกลุ่ม Top 3 แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ Apple ที่ขยับขึ้นเพียง 0.7% สวนทางกับ Samsung ที่ลดลง 10.4% ส่วนตลอดปี 2017 มีกำไรอยู่ที่ 73,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 2.4 ล้านล้านบาท) เพิ่มจากปี 2016 28%

Huawei Graph Surge

ความสำเร็จครั้งนี้ เกิดจากหลายเหตุผลประกอบกัน ทั้งใช้แผนตีขนาบ ด้วย Honor แบรนด์ลูกราคากลางๆ กับ Huawei รุ่น P20 หรือ P20 Pro ที่เน้นตลาดบนเพื่อมัดใจผู้บริโภคกำลังสูง พร้อมกับยอดขายในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ส่วนตลาดในประเทศก็ยังรั้งเบอร์หนึ่งไว้ได้

โจทย์ยากและทางข้างหน้าที่ไม่ง่าย

แน่นอนว่า Huaweiคงไม่พอใจอยู่แค่ที่ 2 แต่หนทางสู่การเป็นแบรนด์ Smartphone ยอดขายสูงสุดในโลก มีโจทย์ยากรอให้แก้ และความท้าทายที่รายรอบ

เพราะสหรัฐยังเป็นตลาดที่ค่ายเทคโนโลยีภายใต้การดูแลของ เหริน เจ้งเฟย ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร (CEO) วัย 73 ปี ยังเจาะไม่ได้ หลังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับ AT&T บริษัทโทรคมนาคมสหรัฐได้

Huawei CEO

เหริน เจ้งเฟย CEO และผู้ก่อตั้ง Huawei

ข้อมูลจากสื่อหลายสำนักรายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า Deal นี้ล่ม เพราะรัฐบาลสหรัฐ เกรงว่า เทคโนโลยีของ Huaweiอาจถูกรัฐบาลจีนนำไปใช้เก็บข้อมูลของชาวผู้ใช้ชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกันที่ทำให้ไม่สามารถเจาะอีกหลายตลาดในประเทศแถบตะวันตก ทั้งแคนาดา ออสเตรเลีย และกลุ่มประเทศในสหราชอาณาจักรได้

แม้ทาง Huaweiได้ออกมาปฏิเสธแล้วว่าไม่เป็นความจริง แต่ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าทำไมรัฐบาลของชาติตะวันตกจึงเป็นกังวล เรื่องความเกี่ยวข้องของ Huaweiกับทางการจีน เพราะ CEO เคยทำงานในหน่วยทหารช่างของกองทัพจีนมาก่อน และ Smartphone ถือเป็นธุรกิจหนึ่งในเครือ นอกเหนือจากไปจากการเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายโทรคมนาคม ซึ่งถือเป็นรายได้หลักมานาน

Huawei Pro

การเจาะตลาดสหรัฐและชาติตะวันตกอีกหลายประเทศให้ได้ เป็นโจทย์ยากระยะยาวที่ แบรนด์จีนซึ่งมีพนักงานเกือบ 200,000 คน ต้องแก้ไขต่อไป ส่วนอนาคตอันใกล้คงต้องเพิ่มนวัตกรรมใหม่ๆ เข้าไปใน Smartphone รุ่นต่อไปที่จะออกมา และมีจุดเด่นมากกว่าถ่ายรูปสวยจากเลนส์ที่พัฒนาร่วมกับ Leica

เพราะในไตรมาสต่อๆไป นอกจากต้องขับเคี่ยว Samsung ที่เพิ่มความพยายามในการทิ้งห่าง และ iPhone ที่แน่นอนว่าคงหวังทวงบัลลังก์แชมป์คืนกลับมาให้ได้แล้ว Huaweiยังต้องฟาดฟันกับ Xiaomi และ Oppo แบรนด์ร่วมชาติ เจ้าของส่วนแบ่งตลาดอันดับ 4 และ 5 ของไตรมาสที่ผ่านมา ทั้งในตลาดบ้านเกิดและต่างประเทศด้วย / idc ,cnn ,businessinsider ,theguardian ,wikipedia

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer