“กลุ่มเซ็นทรัล” ลุยต่อในเวียดนาม ทดลองเปิด 3 ฟอร์แมตใหม่ หวังขยายไปนอกห้าง

กลุ่มเซ็นทรัลวางแผนลงทุน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเวียดนาม เชื่อตลาดมีศัพยภาพ ส่วนปีนี้เตรียมขยายบิ๊กซี 2 สาขา พร้อมกับทดลง 3 ฟอร์แมตใหม่ หากสำเร็จวางแผนขยายไปโตนอกห้าง

ฟิลิปเป้ โบรเอียนิโจ ซีอีโอ ของกลุ่มเซ็นทรัลเวียดนาม และบิ๊กซีเวียดนาม เปิดเผยว่า ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2012 – 2016) กลุ่มเซ็นทรัลได้ใช้งบลงทุนไปแล้ว 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับเข้าไปทำธุรกิจในประเทศเวียดนาม

5 ปีต่อจากนี้ได้วางแผนลงทุนต่อเนื่องอีก 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นปีละประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อใช้ในการขยายธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่อง

โดยเวียดนามถือว่ามีศักยภาพสูงด้วยตัวเลขประชากร 93 ล้านคน และคาดว่าจะเติบโตเป็น 100 ล้านคนภายใน 5 ปีต่อจากนี้ อีกทั้งกลุ่มคนผู้มีรายได้ระดับกลางกำลังมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น

สำหรับกลยุทธ์ที่กลุ่มเซ็นทรัลใช้ในเวียดนาม จะบุกทั้งกลุ่มที่เป็นอาหารและไม่ใช่อาหารไปพร้อม กันทั้งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องกีฬา สินค้าแฟชั่น ศูนย์การค้า โรงแรม อีคอมเมิร์ซและซุปเปอร์มาร์เก็ต รวมไปถึงผนวกออฟไลน์และออนไลน์ เข้าเป็นออมนิชาแนล

“ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2018 ผลประกอบการของกลุ่มเซ็นทรัลเวียดนามเติบโตขึ้นเป็นเลขสองหลัก และคาดว่ายอดขายในช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตทวีคูณยิ่งกว่าในช่วงครึ่งปีแรก

ปีนี้วางแผนเปิดบิ๊กซีในรูปแบบช้อปปิ้งมอลล์อีก 2 สาขา โดยสาขาแรกจะเปิดประมาณเดือนตุลาคมนี้ ส่วนอีก 1 สาขาคาดว่าจะเปิดได้ในช่วงต้นปีหน้า

พร้อมกันนี้ได้มีการทดลองเปิดร้านฟอร์แมตใหม่ 3 รูปแบบได้แก่  ลุคคูลเมื่อ 6 เดือนก่อน จำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด เป็นร้านที่รวมสินค้าความงาและแฟชั่นเข้าไว้ด้วยกันในราคาที่จับต้องได้ มีพื้นที่ประมาณ 200-250 ตารางเมตร โดยพบว่าสามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตอนนี้มีสาขาเปิดให้บริการแล้ว 26 สาขา สิ้นปีจะขยายเป็น 30 สาขา

รวมถึงร้านค้าปลีกความงามอย่าง “Hello Beauty” ที่เน้นขายเครื่องสำอางแบบมัลติแบรนด์ ตอนนี้เปิดให้บริการแล้ว 1 สาขา และร้านจำหน่ายสินค้าตกแต่งบ้านแบบดีไอวาย (D.I.Y) ภายใต้ชื่อโฮมมาร์ท 1 สาขา

ร้านทั้ง 3 รูปแบบจะทดลองการตลาดโดยเปิดในห้างสรรสินค้าก่อน ถ้าได้รับการตอบรับที่ดีได้วางแผนที่จะเปิดในรูปแบบสแตนอโลนนอกห้าง เนื่องจากพบว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคสนใจซื้อสินค้าในร้านค้าปลีกรูปแบบสเปเชียลตี้ สโตร์ เพราะมองว่าจะได้สินค้าที่ดีกว่า

อย่างไรก็ตาม ฟิลิปเป้มองความท้าทายสำหรับทำธุรกิจของเวียดนามคือต้องเข้าใจพฤติกรรมของคนเวียดนามอย่างถ่องแท้และทำความเข้าใจกับกฎระเบียของภาครัฐที่มีทั้งส่วนกลางและท้องถิ่นขณะเดียวกันก็ต้องดูแลจัดการต้นต้นในการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดรวมไปถึงมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ยังมีแนวโน้นที่เติบโตเรื่อยๆจึงต้องใส่ใจอย่างมาก


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer