แฟรนไชส์กาแฟบูม ซีพีจับมือกสิกรไทย เปิดกาแฟมวลชน 2 ปี สาขา

หลังจากบริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ บริษัทหนึ่งในเครือ ซีพี กรุ๊ป มาเริ่มสร้างแบรนด์ กาแฟมวลชน อย่างจริงจัง ด้วยการขยายสาขาเอง และเปิดขายแฟรนไชส์ เมื่อประมาณ 2 -3  ปีที่ผ่านมาจนในวันนี้มีอยู่ประมาณ 160 สาขา

แต่หลังจากนี้ไปกาแฟมวลชนจะเร่ง “สปีด”มากขึ้น

โดยคราวนี้ “จัดเต็ม” เปิดฉากรุกเต็มที่ในหลาย ๆโมเดลทั้งร้านเต็มรูปแบบ, รถยนต์, รถลาก, ออนไลน์,  ตู้กดกาแฟอัตโนมัติ  ขึ้นอยู่ทำเลและความต้องการของคนที่มาขอซื้อแฟนไชส์ เฉพาะโมเดลของร้าน รถยนต์ รถลากนั้นตั้งเป้าไว้ในรูปแบบละ 1พันสาขาในเวลา 2 ปี  หรือรวมทั้งหมดประมาณ 3 พันสาขา

ดร.นริศ ธรรมเกื้อกูล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัดให้ความเห็นว่าเหตุผลสำคัญในการบุก 3 รูปแบบหลักนี้เป็นเพราะความต้องการที่หลากหลายของคนที่เข้ามาซื้อแฟรนไชส์

รูปแบบที่1ร้านกาแฟมวลชนมี 4 รูปแบบ เริ่มตั้งแต่ขนาด SS  เป็นคีออส ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นไม่ถึง 300,000 บาท ถัดมาคือขนาด S และ M ไปจนถึง L คือขนาดใหญ่ที่สุดซึ่งเหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่มีทำเลขนาดพื้นที่ 61 ตร.ม.ขึ้นไป 

กลุ่มลูกค้าแฟรนไชส์เป้าหมาย คือคนที่ต้องการเข้ามาบริหารร้านแบบเต็มเวลา พร้อมที่จะยอมรับเงื่อนไขต่างๆของบริษัทเช่นเวลาปิด-เปิดหรือวันหยุด   

รูปแบบที่ 2 เป็นรถยนต์ฟู้ดทรัค  เฉพาะตัวรถกับเครื่อง ราคประมาณ 8 แสนบาท วันนี้เริ่มมีการทดลองออกมาวิ่งบ้างแล้ว

 รูปแบบที่ 3 เป็นรถลาก เช่นเอารถเก๋งที่มีลากได้เลย ราคาประมาณ 5 แสนบาท และกลางเดือนหน้าจะเริ่มมีให้เห็น

เป้าหมายของ 2 รูปแบบหลังนี้คือคนที่มีรายได้มีงานประจำอยู่แล้ว ต้องการทำงานพิเศษในช่วงเสาร์ อาทิตย์  เป็นแฟรนไชน์กลุ่มที่ต้องการทำงานแบบอิสระ ไปจอดขายที่ไหนก็ได้ เช่นตลาดนัดหรือย่านชุมชนต่างๆ     

     

เร่งขยายแฟรนไชส์ โดยผนึกกำลังกับกสิกรไทย

ที่ผ่านมาจำนวน 160 สาขานั้นเป็นของแฟรนไชส์ประมาณ 10 % เท่านั้น แต่จากนี้ไป นอกจากโมเดลแบบต่างๆที่จะจูงใจให้คนเข้ามาซื้อมากขึ้นแล้ว เพื่อการขยายสาขาให้เร็วขึ้นยังได้จับมือกับธนาคารกสิกรไทยในเรื่องของการสนับสนุนสินเชื่อ

โดยธนาคารได้ให้เงื่อนไขพิเศษเช่นให้วงเงินสินเชื่อ 100% ของมูลค่าการลงทุน, ดอกเบี้ยต่ำ (ปีแรก MLR-2.5), ไม่ต้องมีหลักประกัน และไม่ต้องมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ  พร้อมบริการเครื่องรูดบัตร (EDC) หรือบริการ K PLUS SHOP เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการถือเงินสด  และตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อแฟรนไชส์ร้านกาแฟมวลชน 210 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้

ปัจจุบันกสิกรไทยมีพอร์ตของธุรกิจแฟรนไชส์ประมาณ 2,500 ล้านบาท เป็นธุรกิจกาแฟอย่างเดียวประมาณ 3-5%

เหตุผลสำคัญที่กสิกรไทยให้เงื่อนไขที่ดีมากเป็นเพราะความมั่นใจในตัวแบรนด์ซีพี ว่าจะสามารถบริหารแฟรนไชน์ได้ดีแน่นอน ผ่านระบบหลังบ้านที่แข็งแรง และการทำธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง   

ดร.นริศ ให้ความเห็นว่า

“ที่จริงผมอยากบอกว่าคนไม่มีตังค์ จะมาต้องการเป็นเจ้าของร้านกาแฟไม่ได้หรอก อยากเป็นก็ต้องเข้ามาเป็นลูกจ้างก่อน เก็บเงินไปเก็บประสบการณ์ไป  พอได้เงินครบ 3 แสนค่อยมาซื้อไซต์เล็กที่สุด  ทำไปกำไรดีขึ้นอยากขยายเป็นร้านใหญ่ ก็มาขายร้านเล็กกับเรา แล้วไปทำไซต์กลางที่เริ่มต้นที่ 8 แสนบาท แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรมีตังค์บางส่วนประมาณ 10- 20 % ก็สามารถมาทำได้แล้วโดยมีกสิกรไทยคอยสนับสนุน อย่าถึงกับว่าขอกู้ 100 % เลยจะได้มีความเสี่ยงร่วมกันบ้าง”

การขยายสาขาของมวลชนจะมองดูผลผลิตของเกษตรกรไร่กาแฟเป็นหลักด้วย โดยต่อไปอาจจะต้องเข้าไปส่งเสริมการปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตมากขึ้น เพื่อรองรับสาขาที่เพิ่มมากขึ้น และปัจจุบันได้เริ่มทำไปแล้วกับเกษตรกรที่จังหวัดน่าน

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือคนวัยทำงาน ที่ต้องการดื่มกาแฟแบบคุณภาพจริงๆ และสามารถดื่มได้มากกว่า 1 แก้วต่อวันเพราะราคาอยู่ที่ 29-45 บาท

เป็นตลาดของผู้มีรายได้ปานกลางลงมาสำหรับกาแฟที่มีแบรนด์ระดับราคานี้อาจจะยังมีไม่มาก ส่วนใหญ่จะเป็นระดับกลางบนคือราคาประมาณ 40 บาทขึ้นไป ในขณะที่ All Café   ใน7 ELEVEN ของเครือเดียวกันจะอยู่ในระดับราคาที่ต่ำกว่าประมาณ 5 บาท คือเริ่มต้นที่ 25 บาท

“ตอนที่ตั้งราคาเราไม่ได้ สำรวจว่าของใครตั้งราคาเท่าไหร่ ระดับราคานี้ถึงราคานี้มีใครบ้างไม่ได้คิดอย่างนั้น แต่เอาพอใจความต้องการของลูกค้าเป็นตัวตั้ง   คุณต้องการกินกาแฟแก้วละเท่าไหร่ ส่วนใหญ่บอกว่าไม่ต้องการกินกาแฟที่แพงกว่าราคาอาหารคือประมาณไม่เกิน 30บาทเราก็ตั้งราคานี้”

กาแฟมวลชน

สนามบิน-โรงพยาบาลคือเป้าหมาย 

ถึงแม้ทุกสนามบินจะมีหลายแบรนด์ เข้าไปเปิด แต่เป็นทำเลที่กาแฟมวลชนต้องการเข้าไปอย่างมาก เพราะจำนวนคนที่มากมายในแต่ละวันจะไม่มีปัญหาเรื่องรายได้จากการขายแน่นอน  เช่นเดียวกับโรงพยาบาลที่คนหนาแน่นทั้งวัน และที่สำคัญคือทั้ง 2แห่งนี้เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง

 ในขณะที่ในออฟฟิศดีก็จริงแต่จะขายได้เฉพาะวันจันทร์ถึงศุกร์  เสาร์อาทิตย์จะไม่มีรายได้  ส่วนโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยก็ดี แต่ต้องระวังว่ารายได้จะหายไปในช่วงปิดเทอม  

 “วันนี้ธุรกิจกาแฟในประเทศไทย หลายคนบอกว่ากำลังอิ่มตัว มีเยอะเกินไปเพราะโตปีละ20-30% แต่ถ้าถามผมๆคิดตรงข้าม ผมมองว่ามันโตปีละ 20-30 % ยังมีโอกาสไปได้อีกมาก และในตลาดทุกวันนี้มีทั้งที่ประสบความสำเร็จ และล้มเหลว  ภาพรวมถึงได้โต คนที่ล้มเหลวเพราะทำธุรกิจแบบเดิมๆ ส่วนคนที่ประสบความสำเร็จก็จะทำเรื่องใหม่ๆที่ต่างกันออกไป”

ดร.นริศ ยังบอกว่าในร้านกาแฟมวลชน  ยังมีอาหาร มีเบเกอรี่ มาขายด้วย (รวมทั้ง มีสินค้าของเกษตรกรมาวางขายได้ฟรีด้วยซี่งเป็นข้อตกลงกับแฟรนไชส์ตั้งแต่ต้น) ดังนั้นจึงเป็นเหมือนคอนวีเนียนคอฟฟี่  ที่ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟเท่านั้น

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

           


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer