ว่าด้วยเรื่องของ ‘เทรนด์ผู้สูงอายุ’ กับ ‘แนวคิดการออกแบบบ้านคอนโดฯ’ แบบฉบับคนญี่ปุ่น

เทรนด์ผู้สูงอายุ คงจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวของประเทศไทยอีกต่อไป หนึ่งในการเตรียมความพร้อมที่ดีที่สุด คือการศึกษาจากประเทศที่กำลังประสบอยู่และมีการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธฺิภาพ

โดยญี่ปุ่น’ ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการรับมือการเปลี่ยนถ่ายของสังคมเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุแบบเต็มขั้น (Super Ageing Society) ได้ดีที่สุดประเทศหนึ่ง

หากต้องไล่ย้อนเรียงถึงที่มาของกลุ่มผู้สูงอายุเวฟใหญ่ที่ว่า เกิดจากนโยบายเพิ่มประชากรทั่วโลก เพื่อเร่งฟื้นฟูประเทศหลังยุคของสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือที่เรียกว่า เจเนอเรชั่น Baby Boomer

เมื่อมีคนเกิดพร้อมๆ กัน คนกลุ่มนี้ก็ย่อมแก่ตัวไปพร้อมๆ กัน…

แม้ว่าในยุคนั้น เรื่องเทคโนโลยีการแพทย์ ยารักษาโรค ไม่เทียบเท่าปัจจุบัน แต่ด้วยวิถีชีวิต อาหารการกิน แนวคิดในการดำรงชีวิตและอีกหลายต่อหลายปัจจัย

ส่งผลให้ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนของสังคมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบเต็มขั้นก่อนใคร

จากสถิติปี 2015 ประชากรผู้สูงอายุของญี่ปุ่นสูงถึง 26% และจะพุ่งไปแตะหลัก 30% ในปี 2030 รองลงมาเป็นสิงคโปร์ และต่อด้วยประเทศไทย

พอมองกลับมาที่ประเทศไทย… ปี 2015 จำนวนผู้สูงอายุของไทยอยู่แค่ 10% แต่จากการคาดการณ์ล่าสุดจะเห็นได้ว่า จำนวนผู้สูงอายุของไทยจะเติบโตแบบ 2 เท่า ขึ้นไปแตะหลัก 19–20% ในระยะเวลาไม่เกิน 15 ปีข้างหน้า

จากกราฟยังสะท้อนให้เห็นเทรนด์ผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราอีกต่อไป และประเทศไทยเองก็ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เหมือนที่ญี่ปุ่นและประเทศชั้นนำอื่นๆ ทั่วโลกก็ล้วนปรับเปลี่ยนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน…

ปัจจัยหลักๆ ที่กำลังพาให้เรา “วิ่ง” เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบเต็มขั้น… ประกอบไปด้วยเรื่องของการพัฒนาด้านการแพทย์ ยารักษาโรค รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทำให้เราอายุยืนยาวขึ้น บวกกับปัจจัยที่สอดคล้องกันอย่างเรื่องอัตราการเกิดของเด็กทารกทั่วโลกเมื่อจำนวนประชากรจะอยู่ราวๆ ผู้หญิง 1 คน ต่อเด็กทารก 1.4 คน

ถึงเวลาที่ต้องเตรียมพร้อม…

แน่นอนว่าเมื่อเทรนด์ของโลกกำลังวิ่งเข้าสู่ยุคของสังคมผู้สูงอายุ… เรื่องที่ต้องเตรียมให้พร้อมที่สุดด้านหนึ่ง นั่นคือเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่รองรับการดำรงชีวิตของผู้สูงวัยในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นแนวราบและแนวดิ่งที่ต้องเริ่มปรับตัวและขยับก่อนเพื่อน

หลายคนคงเคยได้ยิน “บ้านหรือที่อยู่อาศัย ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสูงอายุโดยเฉพาะ” เทรนด์ที่ว่านี้ถูกต้อง… แต่ต้องอย่าลืมว่า ผู้สูงอายุไม่ได้แค่ต้องการแค่เรื่องของ Facility ต่างๆ สำหรับอยู่อาศัยเพียงเท่านั้น

ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสร้างสังคม การได้อยู่กับครอบครัว รวมถึงการออกแบบ และเทคโนโลยีที่คิดมาเพื่อทุกเพศทุกวัย (Universal Design) มีความสำคัญไม่แพ้กัน

ในเมื่อเรื่องราวของที่อยู่อาศัยโคจรมาพบกับผู้อยู่อาศัยที่อยู่ในช่วงวัยสูงอายุ รายละเอียดต่างๆ ในการนำมาพัฒนาอสังหาฯ จึงต้องละเมียดละไม และคิดให้ครอบคลุมกว่าเดิมไปอีกขั้น

ตาม AP Thailand ไปดูแนวคิดและนวัตกรรมที่อยู่อาศัยเพื่อคนสูงวัยกันถึงญี่ปุ่น

หลังจากที่ AP Thailand หนึ่งในผู้นำด้านนวัตกรรมอสังหาฯ เพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยสำหรับคนเมือง ประกาศมูฟเมนต์ใหม่ในการพัฒนาอสังหาฯ อย่างคอนโดมิเนียมเพื่อเจาะกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้น (อ่านข่าว เอพี ขยายพอร์ตลุยเปิดตัว ‘คอนโดเพื่อผู้สูงวัยรุ่นใหม่’) ไปสดๆ ร้อนๆ

เพื่อให้ภาพของการพัฒนาอสังหาฯ สำหรับผู้สูงอายุชัดเจนมากขึ้น เราจึงต้องตามไปดูให้เห็นถึงแนวคิด มองหานวัตกรรมต่างๆ ที่ถูกคิดและพัฒนาเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคนสูงวัยจากคนญี่ปุ่น เพื่อมาปรับใช้กับการพัฒนาอสังหาฯ ในบ้านเราได้บ้าง

ธุรกิจหลักด้านอสังหาฯ สำหรับผู้สูงอายุในญี่ปุ่นประกอบไปด้วย 4 กลุ่มธุรกิจหลักๆ คือ 1. การพัฒนาที่อยู่อาศัยในรูป Nursing Home  2. การพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัย 3. ธุรกิจรีโนเวทที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงวัย และ 4. ธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์ Home Material and Product Innovation สำหรับผู้สูงวัย

Charm Premier Fukasawa” บ้านพักผู้สูงวัยบนทำเลกลางใจเมือง

โครงการ Charm Premier Fukasawa เป็นหนึ่งในบ้านพักผู้สูงวัยภายใต้เครือ Charm Care Corporation ที่มีบ้านพักผู้สูงวัยกระจายอยู่ทั่วญี่ปุ่นกว่า 40 แห่ง เน้นยึดทำเลเมืองใหญ่อย่าง โตเกียว โอซากา เกียวโต เพื่อให้บ้านพักผู้สูงวัยไม่ถูกตัดขาดไปจากวิถีชีวิตคนเมืองตามปกติ และพอยต์สำคัญของการเลือกทำเลกลางใจเมืองคือเรื่องลูกหลานสามารถไปมาหาสู่ง่าย

ส่วนเรื่องของเรตราคาค่าเช่าเพื่อเข้าพักอาศัยขึ้นอยู่กับทำเล ไล่ตั้งแต่หลัก 80,000 เยน/เดือนในบางสาขาที่อยู่ในทำเลรอง ไปจนถึงห้องไซส์ 40 ตรม.ที่ Fukasawa กลางกรุงโตเกียวมีราคาค่าเช่าต่อเดือนสูงถึง 951,000 เยนต่อเดือนเลยทีเดียว (295,000 บาท) รวมค่าอาหารและบริการดูแลหลักๆ ทั้งหมด

อุปกรณ์เเช่น้ำ สำหรับผู้สูงวัยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
ที่เเช่เเบบนั่งอาบ สำหรับผู้ที่พอช่วยเหลือตนเองได้

ความแตกต่างของโมเดลบ้านพักผู้สูงวัยคือเรื่องของการใส่ใจในดีเทลที่ดูเล็กน้อยแต่สำคัญ รวมถึงการวางคอนเซ็ปต์ของบ้านสาขา Fukasawa ที่ผู้สร้างอยากให้สถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนกับอาร์ตแกลเลอรีโดยการรวมเอาผลงานศิลปะจากนักศึกษาที่เต็มไปพลังของคนรุ่นใหม่ นำมาตกแต่งสถานที่กว่า 100 ชิ้น นอกจากนั้นยังมีบริการกิจกรรมกลุ่มทั้งออกกำลังกาย กิจกรรมศิลปะ และไฮไลต์คือเรื่องบริการแช่น้ำอุ่น เพราะคนญี่ปุ่นนิยมอาบน้ำแบบแช่ออนเซน ทางบ้านจึงต้องนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้เพื่อบริการผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน (ราคาค่าเครื่องแช่น้ำอุ่นแต่ละเครื่องสูงหลังละหลายสิบล้านเยน)

Wellness Square” Smart Town ที่ทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

หลังจากที่เราได้ศึกษาดูงานเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจบ้านพักผู้สูงวัยที่ยึดทำเลในกลางกรุงโตเกียวก็ถึงเวลาขึ้นรสบัสต่อเพื่อขยับออกจากตัวเมืองไปเกือบ 2 ชั่วโมงและไปพบกับชุมชนที่เรียกตัวเองว่า Fujisawa Sustainable Smart Town หนึ่งใน Smart Town ต้นแบบที่นำเอาเทคโนโลยีมาผสานกับเรื่องของการอยู่อาศัยเพื่อให้ชีวิตของคนที่อยู่ที่นี่ดีขึ้น

โดยพอยต์หลักของการมาเยือน Smart Town แห่งนี้คือการเข้าเยี่ยมชม Wellness Square ที่ตั้งอยู่ในบริเวณชุมชน คิดภาพง่ายๆ ถ้าเทียบกับบ้านเราคงเหมือนศูนย์สุขภาพประจำชุมชน… แต่ที่ญี่ปุ่นเขาทำกันเป็นจริงจังและเน้นรายละเอียดด้วยเทคโนโลยีเพื่อบริการผู้สูงอายุรวมถึงลูกบ้านทุกเพศทุกวัยอย่างจริงจัง


ที่ Wellness Square แห่งนี้เป็นทั้งคลินิกตรวจสุขภาพ ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ห้องกิจกรรม รวมถึงเป็นโรงอาหารผลิตเมนูสุขภาพห่อเบนโตะส่งทั้งโครงการ

“ผู้ที่ดูแล Wellness Square เล่าให้คณะสื่อมวลชนฟังว่าธุรกิจหลักๆ ที่สร้างรายได้ให้กับศูนย์สุขภาพแห่งนี้คืองานบริการด้านสุขภาพ ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเป็นหลัก โดยข้อมูลของผู้พักอาศัยที่อยู่ที่นี่ยังจะเชื่อมโยงไปกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล ศูนย์กีฬา เพื่อนำเอาข้อมูลสุขภาพมา และข้อมูลที่เกี่ยวกับยาต่างๆ ที่จำเป็นเก็บไว้ โดยสามารถเรียกใช้งานข้อมูลเหล่านี้ได้ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าในระหว่างการดูแลรักษา”


ส่วนธุรกิจด้านอาหารสุขภาพนั้นเป็นธุรกิจที่ไม่ทำกำไรให้กับศูนย์มากมาย แต่พวกเขายินดีที่จะบริการส่งเบนโตะไปยังบ้านผู้สูงอายุเพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นได้รับประทานอาหารเมนูสุขภาพควบคุมโภชนาการแล้ว จุดสำคัญที่สุดคือการได้ไปดูแลความเป็นอยู่ทุกวัน เช็กว่ายังมีสุขภาพที่ดีอยู่ไหม ต้องการความช่วยเหลือตรงไหนรึเปล่า และในเวิร์สเคสที่แย่ที่สุดคือ ลดปัญหาการเสียชีวิตของผู้สูงอายุอย่างเดียวดาย เพราะที่ญี่ปุ่นผู้สูงอายุมักอยู่บ้านคนเดียว เมื่อเกิดเสียชีวิตในบ้านตัวเองอาจไม่มีใครทราบ ซึ่งเป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง

Mitsubishi Estate Home” ธุรกิจรีโนเวทบ้านเพื่อให้เหมาะกับผู้สูงวัย

 

ธุรกิจรีโนเวทบ้านเพื่อผู้สูงวัยเป็นถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในญี่ปุ่น ถึงขนาดมีหมู่บ้านในโตเกียวที่เป็นแหล่งรวมของ Home Gallery หรือบ้านตัวอย่างของเหล่าบริษัทรับรีโนเวทบ้านทั้งหลายรวมตัวอยู่ เพื่อบริการลูกค้ามาหมู่บ้านเดียวแล้วสามารถเลือกช้อปปิ้งบริษัทรับรีโนเวทบ้านได้หลากหลายเจ้า

ธุรกิจ Home Renovation & Elder-friendly ไม่ใช่แค่การเข้ามารีโนเวทบ้านเก่าให้เป็นบ้านใหม่อย่างเดียว แต่ยังคอยให้คำปรึกษากับคนที่มีบ้านที่ญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงวัยทำงานยาวไปจนถึงช่วงสูงวัย เพื่อวางแผนคอยให้คำปรึกษาปรับเปลี่ยนที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับช่วงอายุ


เพราะการออกแบบเพื่อผู้สูงอายุซับซ้อนกว่าการทำแบบทั่วไป นอกจากจะมีเรื่อง Universal Design ลดสิ่งกีดขวางในบ้านให้น้อยที่สุด เพิ่มที่จับ ขยับขยายพื้นที่เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้ทั่วทั้งบ้านเหมือนเดิมแล้ว ยังต้องคำนึงถึงเรื่องของสไตล์ รสนิยม ความชอบ และการออกแบบบ้านให้อยู่แล้วมีความสุขยังเป็นเรื่องสำคัญด้วยเช่นกัน

ซึ่งหลักการรีโนเวทบ้านเพื่อให้เหมาะกับผู้สูงวัยจะประกอบไปด้วย 3 หลักสำคัญ ได้แก่ 1. ลดสิ่งกีดขวางให้ได้มากที่สุด เราจะเห็นได้ว่าบ้านประเภทนี้จะไร้ธรณีประตู ออกแบบให้ทุกห้องทุกโซนเชื่อมหากันได้ ทางเดินและพื้นที่ทุกส่วนต้องมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น เหมาะกับผู้สูงอายุที่เริ่มเดินไม่ถนัด รวมถึงผู้ที่จำเป็นต้องใช้รถเข็น  2. ตำแหน่งต้องถูกต้อง ในที่นี้หมายถึงเรื่องของประตู หน้าต่าง อ่างน้ำ ไปจนถึงจุดเล็กๆ อย่างปลั๊กไฟ เต้าเสียบ ต้องดีไซน์ใหม่เพื่อให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ไม่สูงไม่ต่ำเกินไป เหมาะแก่การใช้งานของผู้สูงอายุ 3. อุณหภูมิ เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญมากเพราะส่งผลกระทบความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ อีกทั้งส่งผลไปถึงเรื่องการเจ็บไข้ ดังนั้นทุกห้องในบ้านจึงต้องมีอุณหภูมิที่เท่ากันเพื่อป้องกันการเปลี่ยนอุณหภูมิอย่างฉับพลัน เทคโนโลยีอย่างระบบปรับอากาศแบบส่วนกลางทั้งบ้านจึงถูกนำมาใช้ในจุดนี้

NODA SHOWROOMHome Material and Product Innovation สำหรับผู้สูงวัย

มาถึงธุรกิจสุดท้ายที่เราตาม AP Thailand ไปดูคือเรื่องของ Home Material and Product Innovation การออกแบบผลิตภัณฑ์ส่วนประกอบต่างๆ ของบ้านที่คิดเพื่อผู้สูงอายุโดยแท้จริง บริษัท NODA เองเป็นผู้นำด้านการออกแบบวัสดุปูพื้นที่ช่วยลดแรงกระแทกและป้องกันการลื่น (Sock Absorbing Floor) ซึ่งเป็นพื้นฐานของการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงวัย

รายงานสถิติจาก NODA ยังระบุว่าผู้สูงอายุในญี่ปุ่นมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือภายในบ้านของตนเอง 77.1% และสถานที่เกิดยังไม่ใช่ห้องน้ำหรือห้องครัวเหมือนกับช่วงอายุวัยทำงาน แต่กลับไปเกิดที่บริเวณห้องนั่งเล่น/ห้องโถงภายในตัวบ้านสูงถึง 45% เพราะกิจกรรมส่วนใหญ่ของผู้สูงอายุวนเวียนอยู่ภายในตัวบ้านเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการปูพื้นด้วยวัสดุที่คิดมาเฉพาะ รวมถึงการดีไซน์บ้านให้เหมาะกับผู้สูงวัยโดยเฉพาะ จึงเป็นหนึ่งในวิธีเซฟและป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นได้

NODA SHOWROOM ยังมีอุปกรณ์จำลองให้วัยรุ่น คนหนุ่มสาวอย่างเราเป็นคนแก่ดูสักครั้ง เพื่อให้เข้าใจว่าเมื่อเราก้าวข้ามสู่วัยผู้สูงอายุแล้วความเป็นอยู่ภายในบ้านนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนที่เราคิด โซลูชั่นการแก้ปัญหาจึงต้องคิดซับซ้อนมากกว่าที่เราวาดไว้หลายเท่า

สำหรับเป้าหมายต่อไปของ AP Thailand คือการรุกเข้าสู่แพลตฟอร์มที่อยู่อาศัยเบบคอนโดเพื่อผู้สูงอายุ ซึ่งอยู่ในช่วงเก็บข้อมูลและศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายเชิงลึก โดยคอนโดมิเนียมภายใต้แนวคิด INTERGENERATIONAL LIVING’ ที่กำลังจะพัฒนาขึ้นนั้นจะเน้นเจาะกลุ่มไปที่กลุ่มคน Gen X (ปัจจุบันอายุ 37-57 ปี) และกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ค่อนข้างมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างจากกลุ่มผู้สูงอายุเจเนอเรชันก่อนๆ

โดยที่กลุ่มคน Gen X ในปัจจุบันคือกลุ่มคนที่อยู่ในวัยทำงาน สร้างเนื้อสร้างตัวมีรายได้ก็เท่ากับว่ามีกำลังจ่ายที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีการวางแผนหลังเกษียณมาเป็นอย่างดี กลุ่มลูกค้าเหล่านี้ถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพจึงไม่น่าเป็นห่วง

และที่สำคัญในวันที่กลุ่มคน Gen X ก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุ ไลฟ์สไตล์และแนวความคิดของกลุ่มคนเหล่านี้จะแตกต่าง ส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตและเติบโตมาพร้อมๆ กับสังคมเมือง ที่อยู่อาศัยอย่างคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้าไม่ห่างจากเมืองนัก จึงดูเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและน่าจะได้รับความสนใจ

สำหรับจุดเด่นของโครงการที่ AP Thailand วางไว้จะเปิดคอนโดมิเนียมที่เหมาะกับผู้สูงอายุ รวมถึงการใช้ชีวิตแบบครอบครัวชิดรถไฟฟ้าอยู่ใกล้ตัวเมือง วางทำเลไว้ที่ดินบริเวณย่านสาทร-ตากสิน ใกล้กับ BTS วุฒากาศ เป็นอาคารแบบ High-rise ติดรถไฟฟ้า ไซส์ 35 ตรม. ขึ้นไป เพื่อให้มีพื้นที่กว้างขวางพอสำหรับผู้สูงอายุ และผู้อยู่อาศัยไซส์ครอบครัว คาดว่าจะเปิดตัวช่วงปี 2563

แกนหลักในการดีไซน์คอนโดมิเนียมสำหรับผู้สูงวัยรูปแบบใหม่นี้ เอพีได้ดึงเอาแนวความคิด Rethink Space หรือการปรับวิธีคิดในการออกแบบพื้นที่ใหม่ทั้งหมด ยึดหลัก Universal Design เข้ามาผสมผสานในการออกแบบพื้นที่ สร้าง Redefine Living นิยามใหม่ของที่อยู่อาศัยผู้สูงวัยที่คำนึงถึงเรื่องของทำเลที่ตั้งที่อยู่ในเมือง (Location in Location) และเพิ่มสัดส่วนของพื้นที่ส่วนกลางที่เหมาะสมกับกลุ่มผู้สูงวัย นำเอาเทคโนโลยีและแนวคิดที่ได้ศึกษามาประยุกต์ใช้ เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยในชีวิต และข้อสุดท้ายคือ Remodeling Community หรือการส่งเสริมความสุขในการอยู่อาศัย สร้างคอมมูนิตี้ เพื่อก่อให้เกิดคุณค่าทางจิตใจ

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer