อิทธิพล Social Media สู่ปรากฏการณ์ The New Normal 2018

โซเชียลมีเดีย มีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค นับตั้งแต่ 10 กว่าปีที่ผ่านมาที่เฟซบุ๊กได้รับความนิยมในประเทศไทย จนเกิดกระแสการใช้งานโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มอื่นๆ ตามมา 

ซึ่งการเติบโตของจำนวนผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา และปัจจุบันพฤติกรรมนี้ได้กลายเป็นสิ่งปกติที่ใครๆ ก็ทำกัน จนเกิดเป็นคำว่า New Normal

และอะไรคือ New Normal ของคนไทยยุค 2018

ในงาน MediaCom Blink_live Thailand วรวิล สนเจริญ ผู้อำนวยการแผนกวางแผนกลยุทธ์ มีเดียคอม (ประเทศไทย) ได้สรุปถึงอิทธิพลโซเชียลมีเดีย สู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนไทยสู่ New Normal ใหม่ๆ ดังนี้

1. คนไม่สนใจคำว่าอาชีพ
อิทธิพลของการใช้โซเชียลมีเดียได้เปลี่ยนความคิดของผู้บริโภคที่เคยมองว่าการก้าวไปถึงความสำเร็จที่มุ่งหวังนั้น จะต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป การก้าวสู่ความสำเร็จจะช้าไม่ได้ เพราะสิ่งต่างๆ ในโซเชียลมีเดียได้เปิดโลกทัศน์ และขับเคลื่อนผู้คนให้เห็นว่า บุคคลทั่วไปก็สามารถประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วได้ ด้วยการใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือสร้างโอกาส และอยากที่จะลองทำมัน อย่างเช่นเพจ อยากมีเงินออม อายุน้อยร้อยล้าน และอื่นๆ ทำให้ผู้บริโภคเริ่มไม่สนใจกับคำว่าอาชีพ (Career) แต่จะให้ความสำคัญกับคำว่า Job ที่จะสร้างรายได้ให้กับตัวเองจนสามารถประสบความเร็จได้โดยไม่ต้องรอนาน ทำให้ในปัจจุบันคนจึงมี Job มากกว่าหนึ่ง Job

2. Role Model ที่ไม่ใช่เจ้าสัว
ในอดีตคนไทยอาจจะมองว่า role model ของเขาคือเจ้าสัว แต่ในยุคโซเชียล 2018 คนไม่ได้มองว่า role model ต้องเป็นเจ้าสัวอีกต่อไป เพราะเขามองว่า เจ๊น้ำ ขา live ในเฟซบุ๊ก, Youtuber อย่าง Sunberry Bear Hug พนักงานบัญชีที่ลาออกมาสร้างรายได้จากการเป็น Youtuber คือ role model ที่น่าสนใจ ด้วยเหตุผลคือ เจ๊น้ำเป็นตัวแทนของคนธรรมดาที่มีความตั้งใจใช้ความคิดสร้างสรรค์ และนำมาซึ่งรายได้ หรือแม้แต่ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ที่นำความชอบ สิ่งที่ตัวเองรัก มาหารายได้ และต๊อบ เถ้าแก่น้อย ที่เริ่มต้นสร้างธุรกิจจากไม่มีอะไร เป็นต้น

3. Iconic = Freedom
สมัยก่อนคนไทยอาจจะมองว่าบุคคลที่เป็น Iconic จะต้องเป็นคนที่มีบ้าน มีครอบครัวที่มีความสุข แต่ในปัจจุบันคนจะมองว่า Iconic ที่ประสบความสำเร็จคือ บุคคลที่มีเวลา มีความอิสระ

ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของ Iconic นี้กลายเป็นที่มาของทริปการท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึงคอนเทนต์การท่องเที่ยวที่เป็น Inspiration เช่น รีวิวที่นั่งเครื่องบินในโซน first class หรือการท่องเที่ยวราคาประหยัด เช่น เที่ยวญี่ปุ่นในงบไม่ถึงพันบาท เป็นต้น
แต่คนรุ่นใหม่ยังมองว่า การประสบความสำเร็จไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่การมีเวลาพักผ่อน และการเปิดไอเดียใหม่ๆ ทางธุรกิจ ที่ทำให้มีโอกาสสร้างรายได้ใหม่ๆ กลับมาด้วย

4. ฉลองความสำเร็จผ่านโซเชียลมีเดีย
เมื่อประสบความสำเร็จ ในอดีตอาจจะเป็นการฉลองความสำเร็จกับเพื่อนร่วมงานและครอบครัว แต่ในปัจจุบันจะต้องมีการโพสต์ความสำเร็จของตัวเองผ่านโซเชียลมีเดียด้วย

เมื่อรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงแล้ว New Normal เขามีพฤติกรรมอะไรเด่นๆ ที่นักการตลาดควรนำไปปรับใช้

1. Don’t Trust What They See ไม่ใช่ทุกคนจะเชื่อใน Influence
แม้ข้อดีของดารา เซเลบ จะดึงให้คนสนใจ หยุดดู แต่ผู้บริโภคอาจจะไม่เชื่อในสิ่งที่ดาราบอก เพราะพวกเขาสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากอินเทอร์เน็ต

2. Need to be verified by real user
คนมองหาอินฟอร์เมชั่นที่สนใจผ่าน hashtag (#) โดยเฉพาะ hashtag ใน Twitter ที่ผู้บริโภคมองว่าเป็น real user จริงๆ และความคิดนี้ทำให้เกิดhashtag อย่าง #รีวิวไม่ได้ขายของ #ไว้รีวิวห้ามขายของ เป็นต้น

นอกจากนี้คนยังใช้ #ใน IG ในการส่องสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จาก real user ที่ไปมา เพื่อหาข้อมูลและมุมถ่ายรูป เป็นต้น

3. Willing to write a review
ผู้บริโภคนิยมอ่านรีวิวตาม real user ที่มา comment เพราะมองว่าเป็นรีวิวที่มีประโยชน์ และเมื่อเขามีประสบการณ์ในเรื่องต่างๆ ก็จะรีวิวให้ผู้อื่นได้อ่านต่อเช่นกัน

4. Impulse purchase is fun (and addictive)
คนไทยใช้ Live ในเฟซบุ๊กขายของเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วง 2 ทุ่ม ซึ่งเป็นช่วงไพร์มไทม์

การที่ Live ขายของผ่านเฟซบุ๊กประสบความสำเร็จ มาจากผู้บริโภคมองว่าการซื้อของผ่าน Live มีความสนุกจากการพรีเซ็นต์ของผู้ขาย และสนุกที่ได้แข่งขันร่วมแย่งซื้อสินค้ากับผู้อื่น ซึ่งบางคนคิดว่าสินค้าบางชนิดที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ก็สามารถขายต่อในโลกออนไลน์ได้เช่นกัน

5. Trust is still a key issue
แม้การเก็บเงินปลายทางจะมาตอบโจทย์ Pain point ความเชื่อมั่นกับผู้ขาย แต่การเก็บเงินปลายทางมันก็สร้าง pain point ในแง่ของผู้ให้บริการส่งสินค้าและเก็บเงินปลายทางส่วนใหญ่จะนิยมมาส่งในเวลากลางวัน ซึ่งเป็นเวลาที่อยู่ในระหว่างการทำงาน

ซึ่งในประเทศไทย shopee ได้เข้ามาตอบ pain point นี้ ด้วยการเป็นตัวกลางในการรับชำระเงิน เมื่อผู้ซื้อโอนเงินผ่าน shopee ระบบจะเก็บเงินที่ผู้ซื้อจ่ายมาไว้ก่อน และโอนให้กับผู้ขาย เมื่อผู้ซื้อได้รับและตรวจสอบสินค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งโมเดลนี้ของ Shopee เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Shopee เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย

6. Traditional ads get less attention
ผู้บริโภคในโลกออนไลน์เมื่อเห็นโฆษณา ความคิดแรกของพวกเขาคือหาปุ่ม Skip Ad เพื่อกดข้ามโฆษณาไป

แต่ก็มีโฆษณาบางประเภทคนอยากติดตามต่อจนจบ ซึ่งโฆษณาเหล่านั้นจะนำเสนอในแง่มุมของ
– เรื่องราวดีๆ อย่างเช่นโฆษณาไทยประกันชีวิต
– โฆษณาที่ความน่าสนใจ น่าดึงดูดอย่าง K plus
– โฆษณาตลก อย่างเงินติดล้อ เป็นต้น

7. Watch branded content as long as it
ผู้บริโภคให้ความสนใจในคอนเทนต์จำพวก How to ต่างๆ และไม่สนใจว่า คอนเทนต์เหล่านี้ใครเป็นเจ้าของ เป็นผู้บริโภคทั่วไปที่ทำขึ้นมาเอง หรือแบรนด์ ตราบใดที่มีประโยชน์ก็จะดูหมด

8. Never Turn Back
พฤติกรรมของผู้บริโภคมีหลายอย่างที่มีการเปลี่ยนแปลงไปและไม่กลับมาอีก เช่น การฟังวิทยุบนหน้าปัดวิทยุ การติดตามรายการทางทีวี เมื่อโซเชียลมีเดียมีให้ฟังเพลง และดูรายการย้อนหลัง ยกเว้นคอนเทนต์ที่มีกระแสจากโซเชียลมีเดีย เช่น เมีย 2018 บุพเพสันนิวาส the face หรือกีฬา เป็นต้น

เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ขนส่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา สำหรับนักการตลาด คำว่า Awareness อาจจะไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำ แต่จะต้อง Engagement กับผู้บริโภคด้วย

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer