จาก Girly Berry ถึง BNK48 ไม่ว่า Girl Group ยุคไหนก็มี “จุดอ่อน”

ในยุค 2000 หากเอ่ยถึง “Girl Group” ในดวงใจคำตอบก็น่าจะมี Girly Berry, เฟย์ ฟาง แก้ว, GTG และอีกสารพัดวงมากมาย แต่เชื่อหรือไม่ว่า มีเพียงแก๊งค์สาว Girly Berry เท่านั้นที่สามารถยืนหยัดได้นานถึง 10 ปี นอกนั้น Girl Group อื่นๆ มาไวไปไว บางวงแค่รวมตัวออกอัลบั้มเดียวก็หายสาบสูญ

เหตุผลที่ Girl Groupในยุคนั้นล้มสลาย มีสารพัดเหตุผลมากมายแต่หากโฟกัสเฉพาะเหตุผลหลักๆ มี 4 ข้อ

ธุรกิจbnk48

BNK48 หรือนี้คือ สูตรสำเร็จ Girl Group

  ที่นี้หากใครคิดจะลงทุนปั้นศิลปิน Girl Group ในยุคนี้ต้องแก้จุดอ่อนในยุค “อนาล็อก” ให้ได้ก่อน ซึ่งที่ผ่านมามีการลองผิดลองถูก แต่ก็ยังไม่มีใครค้นพบสูตรสำเร็จในการทำ Girl Group เมืองไทยให้กลับมาบานสะพรั่ง

จน บริษัท โรส อาร์ทิสท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด มองไปที่โมเดลธุรกิจ Girl Group ของวง AKB48 ที่ญี่ปุ่นที่ใช้สูตรการตลาดคือการนำ Idol +  Girl Group มาผสมเข้าด้วยกัน และเมื่อเห็นว่านี้คือ “ของใหม่” ในเมืองไทยที่ยังไม่มีใครทำ บริษัทจึงเซ็นต์สัญญาร่วมทุนกับบริษัท เอเคเอส จำกัดที่เป็นเจ้าของวง AKB48 ในการทำธุรกิจ Girl Group ในไทย

และการตลาดครั้งแรกที่สร้างกระแสข้ามโลก เมื่อวงต้นตำรับพี่ใหญ่จากญี่ปุ่น AKB48 ประกาศว่าจะมีวงน้องสาวของตัวเองในประเทศไทยโดยใช้ชื่อว่า BNK48

ทันใดนั้น บริษัท โรส อาร์ทิสท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ก็ไม่รอช้าได้สร้าง Facebook ของวง BNK 48 ทันทีทั้งๆที่ยังไม่มีศิลปินในสังกัดสักคน แต่เชื่อไหมว่าเพียงวันเดียวมีคนกด Like ติดตามถึง 20,000 คน

จากนั้นก็คัดเลือก Net Idol ที่มาออดิชั่นโดยเกณฑ์การคัดเลือกเบื้องต้นคือ เด็กผู้หญิงมีความสดใส ภาพลักษณ์ดี มีคนติดตามจำนวนมากใน Social Network ซึ่งในเบื้องต้นมีถึง 1,357 คนที่มาสมัคร จากนั้นก็มีการกรองให้เหลือ 28 คนเข้าเป็นสมาชิกวงเพื่อเข้าคอร์สเรียน ร้องเพลง, เต้น พร้อมกับคัดให้เหลือตัวจริง 16 คน ส่วนอีก 14 คนที่เหลือจะเป็นตัวสำรองค่อยสแตนด์บาย หาก 16 ตัวจริงเกิดติดธุระด่วนหรือลาออกจากวง

ล้วโมเดลนี้มีความสดใหม่และแตกต่างจาก Girl Group ยุคเก่าๆอย่างไร

ธุรกิจbnk48

“จุดอ่อน” ของ “คุกกี้เสี่ยงทาย”

ถึงที่ผ่านมา BNK48 จะสร้างปรากฎการณ์ช็อคตะลึงหลายอย่าง ทั้งการประมูลรูปถ่ายที่จบดีลราคาที่ 70,000 บาท ยอดขาย CD ที่ยักษ์ใหญ่อย่าง Grammy และ RS  ยังต้องยกธงขาวแต่ BNK 48 กลับสามารถขายได้ถึง 13,500 แผ่นในเวลาเพียงไม่กี่วัน หรือแม้แต่การนำแฟนคลับจำนวนมากมาร่วมเล่น Music Video เพลง “คุกกี้ เสี่ยงทาย”

แต่ก็อย่าลืมว่า “ต้นทุน” ทางธุรกิจของ BNK 48 ถือว่าสูงกว่ามากหากเทียบกับศิลปินรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะศิลปินเดี่ยวสังกัดค่ายใหญ่ หรือศิลปินอินดี้ที่แจ้งเกิดใน Youtube เพราะ BNK มีถึง 28 ชีวิต ที่ทางบริษัทต้องดูแลค่าใช้จ่ายในรูปแบบเงินเดือน โดยแต่ละคนมากน้อยขึ้นอยู่กับบทบาทความสำคัญที่มีต่อวง     

เป็นเรื่องที่บริษัทเจ้าของวงนี้รู้ดีทำให้ BNK 48 เริ่มต้นใช้วิธีสร้างแบรนด์ผ่านออนไลน์อย่างเข้มข้นนอกจากจะประหยัดต้นทุนแล้วนั้น ยังเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ทั้ง Live สดผ่านเฟซบุ๊ก ยูทูบ และอีกสารพัดวิธีที่ BNK48 เลือกใช้

จนทำให้ BNK 48 โด่งดังอย่างรวดเร็ว มีงานเข้าตลอดทั้งงานโชว์ตัวกลางวัน,ขายบัตรจับมือ, ขายสินค้าที่ระลึกต่างๆ, สปอนเซอร์จากแบรนด์สินค้า

ถึงแม้จะเป็น New Model ที่สลัดจากกรอบการสร้าง Girl Group อย่างที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน และหากมองผิวเผินนี้อาจจะเป็นสูตรสำเร็จการทำ Girl Group ในยุคดิจิตอลก็เป็นได้ที่ ไม่ยึดติดตัวบุคคล,ไม่พึ่งรายได้จากเทปและแผ่น CD

แต่…โลกของธุรกิจบันเทิงไม่มีอะไรที่สมบรูณ์แบบ แม้ Model ธุรกิจนี้จะผ่านการพิสูจน์ความสำเร็จมาแล้วในตลาดเพลงญี่ปุ่น แต่ตลาดเพลงไทยคือตลาดปราบเซียน ซึ่งมีตัวอย่างศิลปินหลายคนที่แจ้งเกิดในออนไลน์อย่างรวดเร็ว แต่ไม่นานนักก็เงียบหายไปจนคนหลงลืม ยิ่ง BNK 48 เองก็มีจุดอ่อนที่ต้องอุดรอยรั่ว

ธุรกิจbnk48

ส่วนอีกหนึ่ง “จุดอ่อน” ที่ยากและท้าทายมากที่สุดในยุคแฟนเพลงดิจิตอลนั้นคือ “รักง่ายหน่ายเร็ว” ถ้าไม่เชื่อลองถามศิลปินที่เคย “แจ้งเกิด” ใน Youtube แบบชั่วข้ามคืนมียอด View แตะหลักล้าน ซึ่งมีหลายคนที่เพียงไม่นานนักก็ถูกแฟนคลับหลงลืม

เชื่อว่าในใจสมาชิกสาวๆ วง BNK 48 คงต้องตามลุ้นว่า “คุกกี้เสี่ยงทาย” ครั้งนี้จะมีผลลัพธ์ทางธุรกิจเป็นอย่างไรในอนาคต ?   


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer