หลายคนอาจสงสัยว่า 5G คืออะไร คือ 4G เร็วขึ้นหรือเปล่า เพราะมีหลายคนบอกว่า 5G คือเรื่องความเร็วที่มากถึง 10Gbps เลยทีเดียว
แม้วันนี้ 5G โลกยังอยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อม เพื่อให้บริการในอนาคต และคาดว่าจะเปิดให้บริการในรูปแบบคอมเมอร์เชียลได้ในปี 2020
ส่วนในประเทศน่าจะช้ากว่านั้นเพราะต้องรอการจัดสรรคลื่นจาก กสทช. ซึ่งคาดการณ์ว่าน่าจะให้บริการแบบคอมเมอร์เชียลได้ภายในปี 2022-2023
แต่เอไอเอสก็เชื่อว่า ถ้าสามารถสร้าง awareness ให้กับผู้บริโภคและผู้ประกอบการถึง Use Case ต่างๆ ที่สามารถนำ 5G ไปปรับใช้ ก่อนที่ 5G จะเปิดให้บริการจริงอย่างเต็มรูปแบบจริง จะสามารถสร้างความตระหนักรู้ได้ว่าเมื่อ 5G มาอุตสาหกรรมสามารถทรานสฟอร์มตัวเองได้อย่างไร

ด้วยการร่วมมือกับโนเกีย หัวเหว่ย และ แซดทีอี จัดงาน “5G The 1st Live in Thailand by AIS” ทดสอบเทคโนโลยี 5G เป็นรายแรก หลังจากที่ กสทช. อนุมัติให้โอเปอเรเตอร์สามารถเปิดการสาธิต 5G บนคลื่นความถี่ย่าน 26.5-27.5 GHz ได้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน–15 ธันวาคม 2561 ที่ AIS DC ดิเอ็มโพเรียม
วีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ได้บอกกับเราว่าคุณสมบัติเด่นของ 5G นอกเหนือจากความเร็วแล้ว ยังประกอบด้วย Latency หรือความหน่วงในการรับส่งข้อมูลที่ต่ำ ซึ่งการมี Latency นั่นหมายถึงการสนองการสั่งการได้อย่างเรียลไทม์มากขี้น
และการรองรับการใช้งานอุปกรณ์ IoT ได้พร้อมๆ กันบนพื้นที่ 1 ตร.ม มากถึง 1 ล้านเครื่อง เพราะในอนาคตอุปกรณ์ IoT จำนวนมากจะเข้ามาในชีวิตประจำวัน นับตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า นาฬิกา ไปจนถึงรถไร้คนขับ ที่ต้องมีเซ็นเซอร์คอยตรวจจับไฟสัญญาณรถคันอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆ รวมถึงคนเดินถนน และส่งสัญญาญไปยังระบบ AI เพื่อประมวลผลและส่งคำสั่งกลับมาที่รถทันที

การร่วมมือเปิดโชว์เคสในครั้งนี้ยังเป็นการแสดงถึงศักยภาพด้านเครือข่ายของเอไอเอสที่พร้อมให้บริการ 5G ด้วย
ซึ่งการโชว์เคสในครั้งนี้ Marketeer มองว่าเอไอเอสต้องการนำเสนอจุดเด่นของ Latency หรือความหน่วงในการรับส่งข้อมูลที่ต่ำ ซึ่งการมี Latency นั่นหมายถึงการสนองการสั่งการได้อย่างเรียลไทม์มากขี้น
ประกอบด้วย
1. 5G Super Speed
การแสดงศักยภาพที่สำคัญของเครือข่าย 5G เช่น ความเร็วในการรับส่งสัญญาณ (Throughput) และความหน่วง (Latency)

2. 5G Ultra Low Latency–Cooperative Cloud Robot
การสาธิตประสิทธิภาพการตอบสนองที่รวดเร็วของเครือข่าย 5G โดยการใช้หุ่นยนต์ 3 ตัวในการหาจุดสมดุล ที่ทำให้ลูกบอลอยู่กึ่งกลางกระดาน การสาธิตแสดงเวลาที่หุ่นยนต์ใช้ในการหาจุดสมดุลผ่านการสื่อสารระหว่างกันโดยใช้เครือข่าย 4G เปรียบเทียบกับเครือข่าย 5G

3. 5G for Industry 4.0
หุ่นยนต์จะมีบทบาทอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 การทำงานร่วมกันของเครื่องจักรจากหลายสายการผลิตต้องการการเชื่อมต่อไร้สายที่มีความหน่วงต่ำและความน่าเชื่อถือสูง ซึ่งจะทำให้สายการผลิตทำงานได้เร็วขึ้น ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการสาธิตหุ่นยนต์ YuMi® Dual-Arm Collaborative Robot จาก ABB ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย 5G

4. 5G Virtual Reality–immersive video
การสาธิตการดูวิดีโอที่แสดงสภาวะเสมือนจริง (immersive video) ผ่านเครือข่าย 5G ผู้ที่ใส่แว่นตา VR จะสามารถมองเห็นได้รอบด้าน 360 องศา การดูวิดีโอ VR ที่มีความคมชัด ต้องการ bandwidth ที่สูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นการถ่ายทอดสด หรือ live streaming
5. 5G FIFA Virtual Reality
ทดลองความเร็วของเครือข่าย 5G ด้วยตัวคุณเอง โดยการเตะลูกบอล Virtual Reality ที่จุดโทษผ่านเครือข่าย 5G
ทั้งนี้เครือข่าย 5G ในทั่วโลก มีการพัฒนาบนคลื่นที่แตกต่างกันโดยทางยุโรปพัฒนาบนคลื่น 3500MHz เพราะเป็นคลื่นที่ทุกประเทศยังไม่ได้นำมาใช้งานในธุรกิจใดๆ (แต่ประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในแถบเส้นศูนย์สูตรนำคลื่น 3500MHz มาใช้กับธุรกิจดาวเทียม เพราะเป็นคลื่นที่สามารถรับส่งสัญญาณได้แม้ฝนตก) ส่วนอเมริกากับจีนพัฒนาบนคลื่น 2600MHz.
ซึ่งในประเทศไทยยังไม่มีการพูดถึงความถี่ที่จะใช้ทำ 5G ที่แน่ชัด ขึ้นอยู่กับ กสทช. ในการจัดสรรคลื่นในอนาคต แต่ถ้าเป็นคลื่นความถี่ที่มีหลายประเทศใช้กันจะทำให้การหาดีไวซ์มารองรับการใช้งานง่ายขึ้นตามมา
–
