สัญญาณเตือนให้รู้ว่า ต้องเปลี่ยนงานได้แล้ว

ไม่มีถนนเส้นไหนตรงต่อไปได้ตลอด เพราะระหว่างจุดใดจุดหนึ่งของทางที่ทอดยาวไกลต้องไปเจอกับทางแยกใหญ่น้อย ซึ่งเราต้องตัดสินใจว่า จะเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ตรงต่อไปข้างหน้า หรือย้อนกลับสู่ทางเก่า เช่นเดียวกับการทำงานที่เมื่อถึงจุดหนึ่งจะมีคำถาม “จะเอาไงต่อดี?” ดังขึ้นในใจ เป็นสัญญาณเตือนว่างานที่ทำอยู่อาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป

แล้วมีเค้าลางอะไรบ้างที่ต้องสนใจ ให้เราลองมองงานใหม่ รู้ได้จากบรรทัดต่อจากนี้

ชีวิตส่วนตัวรวนเพราะงาน: เพราะงานคือกิจกรรมสำคัญกับชีวิต หล่อเลี้ยงทั้งตัวเราเองและครอบครัว แต่ถ้าเมื่อไหร่กิจกรรมที่กินเวลาชีวิตไปอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวันนี้ สร้างความเครียดจนกระทบถึงเรื่องอื่นๆ เช่น สุขภาพ ครอบครัว ความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดและการพักผ่อน ก็คงต้องเริ่มคิดหางานใหม่ได้แล้ว

เพราะในระยะยาวถ้าสุขภาพแย่ ครอบครัวแตกแยก ความสัมพันธ์ร้าวฉาน และพักผ่อนไม่พอ งานก็คงออกมาไม่ดี หรือต่อให้พอประคองต่อไปได้ ค่าตอบแทนมากมายที่ได้มาอาจไม่คุ้มกับเรื่องอื่นๆ ในชีวิตที่เสียไป

ถูกความรู้สึกสวนทางเกาะติด: สัญญาณเตือนถัดมาที่บอกให้รู้ว่าคุณต้องหางานใหม่ได้แล้ว คือความรู้สึกขัดแย้ง เช่น งานที่ทำอยู่แม้ได้ค่าตอบแทนดีแต่ขัดกับความต้องการของตัวเองหรือครอบครัว ข้อจำกัดของงานบีบรัดจนคุณไม่สามารถแสดงความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างที่ต้องการ

เชื่อเถอะว่าการถอนตัวออกมาก่อนนั้นดีกับทุกฝ่าย เพราะจะทำให้คุณเองยังมีไฟทำงาน และพร้อมทุ่มให้กับบริษัทใหม่ที่มีมุมมองคล้ายกัน ส่วนบริษัทก็จะได้คนที่เหมาะสมกว่ามาทำงาน และลดปัญหาต้นทุนจมด้านบุคลากร

สัญญาณเตือน ทาง

เห็นเค้าลางว่าอาชีพใกล้วิกฤต: 30 ถึง 40 ปีคือระยะเวลาเฉลี่ยที่คนทั่วไปสามารถทำงานเลี้ยงชีพก่อนถึงวัยเกษียณ โดยตลอดชีวิตการทำงานอาจมีเปลี่ยนอาชีพบ้าง ซึ่งมีเหตุผลมาจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ความเปลี่ยนแปลงอย่างหลังส่วนใหญ่อยู่เหนือความควบคุมของเรา เห็นชัดเจนที่สุดคือการพัฒนาของ Technology ที่ทำให้หลายอาชีพ เช่น พนักงานประกอบชิ้นส่วนในโรงงาน พนักงานรับโทรศัพท์ หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ประเมินสินไหมประกัน ต้องหายไป     

ดังนั้น ควรหมั่นศึกษาหาความรู้ ติดตามข้อมูลข่าวสาร และเปลี่ยนงานใหม่ก่อนที่จะต้องตกงานเพราะคิดไม่ถึงว่าบรรดาปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์จะมาแย่งงาน

สัญญาณเตือน AI

สิ่งที่หวังไม่สอดคล้องความเป็นจริง: สัญญาณเตือนสุดท้ายที่บอกให้รู้ว่าควรไปเริ่มงานที่ใหม่ได้แล้ว คือสิ่งที่หวังไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง รวมถึงเป็นไปในลักษณะที่แตกต่างจากเกณฑ์มาตรฐานอย่างมาก เช่น อุปกรณ์การทำงานในบริษัทที่น้อยหรือล้าสมัยจนไม่สามารถทำงานได้ ค่าตอบแทนที่น้อยกว่าเพื่อนร่วมอาชีพในบริษัทอื่น

การฝืนทำต่อไป นอกจากความเครียดสะสมและงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานแล้ว อาจทำให้คุณหมดไฟโดยไม่รู้ตัว นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเริ่มต้นกับบริษัทใหม่ งานใหม่ถึงไม่มีคำว่าสายเกินไป /fastcompany


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer