กลายเป็นประเด็นร้อนระดับโลกไปแล้ว สำหรับการควบคุมตัว Meng Wanzhou (เมิ่ง ว่านโจว) ประธานฝ่ายการเงิน (CFO) ของ Huawei ในแคนาดา เมื่อต้นธันวาคมที่ผ่านมา ตามคำร้องของทางการสหรัฐฯ ในข้อหามีส่วนรู้เห็นกับการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์อันตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

ล่าสุดแม้ผู้บริหารหญิงวัย 46 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวคนโตของ Ren Zhenfei (เหริน เจิ้งเฟย) ผู้ก่อตั้ง Huawei ด้วย ได้รับการประกันตัวแล้ว แต่ยังมีอีกหลายประเด็นให้ติดตาม ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นศาลของเธอ และปฏิกิริยาจากภาคเอกชนของทั้ง 2 ประเทศ
เหล่าผู้บริหารบริษัทอเมริกันเลี่ยงเดินทางไปจีนเพื่อลดความเสี่ยง

ย้อนไปช่วงที่การควบคุมตัว Meng เพิ่งเป็นข่าว มีรายงานว่าบรรดาตัวแทนจากบริษัทดังสัญชาติอเมริกันทั้ง Google, Facebook, Walt Disney, Amazon และ Paypal ที่เข้าร่วมประชุมกับสภาที่ปรึกษาเพื่อความมั่นคงต่างประเทศ (OSAC) ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ในสิงคโปร์ ต่างแสดงความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจในจีน ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และเห็นว่าควรเลี่ยงเดินทางไปหรือเดินทางออกจากจีนโดยเร็ว เพราะกลัวว่าอาจถูกทางการจีนควบคุมตัวเพื่อเป็นการตอบโต้
ด้านบริษัทที่ปรึกษาและบริหารจัดการความเสี่ยง ที่มีสาขาอยู่ในจีนและเอเชียให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่า บริษัทอเมริกันหลายแห่งมาขอคำปรึกษาจากเหตุการณ์นี้โดยคำแนะนำที่ให้ไปคือควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเลื่อนการเดินทางไปจีนออกไปก่อน เพราะอาจมีการตอบโต้จากฝั่งจีน หรือเกิดกระแสต่อต้าน American Brands
James McGregor ประธาน APCO Worldwide บริษัทประชาสัมพันธ์รายใหญ่ของสหรัฐฯ ประจำสาขาในจีน เผยว่า หากเลี่ยงเดินทางไปจีน ความเสี่ยงในการถูกทางการจีนควบคุมตัวก็จะลดลง และความกังวลว่าจะถูกควบคุมตัวนี้ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในหมู่ผู้บริหารและพนักงานชาวอเมริกันที่ประจำอยู่ในจีน โดยบางส่วนถึงกับพูดติดตลกว่า อยากกลับประเทศไปฉลองคริสต์มาสกับครอบครัวเร็วขึ้น
จับตาดูกระแสต่อต้าน American Brands
หากเกิดเรื่องกับบริษัทใหญ่ระดับประเทศและยังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ผลกระทบที่ตามมามีแนวโน้มจะกระจายสู่วงกว้าง สำหรับเหตุควบคุมตัวผู้บริหารระดับสูงของ Huawei ทำให้เกิดกระแสต่อต้านสินค้าอเมริกัน โดยหอการค้าเซี่ยงไฮ้ได้เรียกร้องให้บริษัทที่เป็นสมาชิกยุติการซื้อและใช้สินค้าอเมริกัน เช่น ผลิตภัณฑ์ของ Apple
ด้านบริษัทจีนบางแห่งเช่น Menpad บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าในเซินเจิ้นและ Chengdu RYD บริษัท IT ในเมืองเฉิงตู เผยว่าพนักงานที่ใช้ผลิตภัณฑ์ Apple จะถูกลงโทษ ตรงกันข้ามกับพนักงานที่ซื้อ Gadget ของ Huawei ที่บริษัทยินดีช่วยออกให้ 15%

กระแสต่อต้าน American Brands ยังปรากฏให้เห็นในสื่อจีนแล้ว โดย People ‘s Daily หนังสือพิมพ์ฉบับใหญ่สุดของจีนและกระบอกเสียงของรัฐบาล วิจารณ์ว่า การควบคุมตัว Meng ทำให้เธอถูกมองว่าเป็นผู้ทำผิดร้ายแรงและยังเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ชาติเจริญแล้วไม่ควรทำกับประชาชนของประเทศอื่น ซึ่งแน่นอนว่าย่อมสร้างความไม่พอใจให้เพื่อนร่วมชาติของเธอ

อย่างไรก็ตาม Rana Mitter ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษาของมหาวิทยาลัย Oxford ในสหรัฐฯ วิเคราะห์ว่า เพราะเป็นเรื่องทางธุรกิจ เศรษฐกิจ และการค้า กระแสต่อต้านสินค้าอเมริกันคงจะไม่บานปลายเป็นเหตุรุนแรง และทำให้เกิดการประท้วงจนมีผู้เสียชีวิต เหมือนกระแสต่อต้านญี่ปุ่นเมื่อปี 2012 ซึ่งมีประเด็นทางประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และความขัดแย้งระหว่างประเทศมาเกี่ยวข้อง
อุณหภูมิของประเด็นร้อนอาจเพิ่มขึ้นอีกเมื่อถึงกุมภาพันธ์ 2019

คนที่ถูกจับตามองที่สุดในเรื่องนี้คือ Meng ซึ่งหลังศาลแคนาดาอนุมัติการประกันตัวด้วยวงเงินสูงถึง 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 330 ล้านบาท) เธอถูกยึดหนังสือเดินทาง และกักบริเวณอยู่แต่ในบ้านที่นคร Vancouver พร้อมใส่กำไลข้อเท้าฝัง GPS โดยคาดว่ารัฐบาลสหรัฐฯ และจีนคงเร่งเจรจาการค้าให้เสร็จสิ้น ก่อนที่เธอจะถูกนำตัวขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เพื่อพิจารณาว่าจะส่งตัวต่อไปยังสหรัฐฯ หรือส่งตัวกลับจีน

หลังการพิจารณาคดีจบสิ้นลง ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรผู้ที่ได้รับผลกระทบมากสุดแน่นอนว่าคือ Meng ซึ่งกลายเป็นตัวประกันที่ทางการสหรัฐฯ ใช้ต่อรองกับทางการจีนในสงครามทางการค้า โดยหากถูกส่งตัวไปสหรัฐฯ เธออาจต้องรับโทษจำคุกหลายปีในคดีฉ้อโกง ส่วนถ้าถูกส่งตัวกลับจีน เธอต้องได้รับความอับอาย เสียชื่อเสียง และคงลดการเดินทางไปแคนาดา ประเทศที่เธอ สามี และลูก 2 คนอยู่มา 15 ปี/cnn, scmp, wikipedia
–
