ซอสแม็กกี้ ยอดขายเท่าไร ? วิเคราะห์กลยุทธ์ แม็กกี้ เขย่าตลาดซอสปรุงรส ปี 2562
สังเกตหรือไม่ว่าสังคมครอบครัวคนเมืองในวันนี้การทำอาหารที่บ้านน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
เพราะชีวิตที่เร่งรีบบวกกับต้องการความสะดวกสบายของคนกรุงเทพทำให้เลือกจะรับประทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น หรือจะเป็นกลุ่มอาหาร RTE ที่บริการพร้อมเสิร์ฟตลอด 24 ชั่วโมงในร้านสะดวกซื้อ
และเมื่อคนกรุงเทพทำอาหารน้อยลง ทำให้กลุ่มธุรกิจเครื่องปรุงรสต่างๆ มองว่ารายได้ของตัวเองหายไปพอสมควร จึงจำเป็นต้องกระตุ้นให้คนกรุงเทพหันมาเข้าครัวปรุงอาหารมากขึ้น
หนึ่งในนั้นคือ ซอสแม็กกี้ ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเยอรมนีและเข้ามาทำธุรกิจในไทยนาน 60 ปีผ่านบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด มองว่านี่คือการบ้านข้อใหญ่ของตัวเอง
เพราะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาตลาดซอสปรุงรสแม้ไม่ติดลบแต่ก็ไม่ได้มียอดขายเติบโต
“คนกรุงเทพทำอาหารรับประทานเองน้อยลง แต่คนต่างจังหวัดกลับทำอาหารรับประทานที่บ้านมากขึ้น เหตุผลส่วนหนึ่งน่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ เพราะการทำอาหาร 1 มื้อสามารถรับประทานได้ทั้งครอบครัว เหลือก็เก็บไว้ในมื้อต่อไป และที่สำคัญคนต่างจังหวัดมีความเป็นครอบครัวมากกว่าคนในกรุงเทพ” เครือวัลย์ วรุณไพจิตร ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจ เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ประจำภูมิภาคอินโดไชน่า บอกถึงความเปลี่ยนแปลงในตลาดซอสปรุงรส

และการทำอาหารรับประทานเองของคนต่างจังหวัดที่มากขึ้นกว่าในอดีต รวมไปถึงการเติบโตของร้านอาหารนอกบ้านกลายเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้ตลาดซอสปรุงรสเมื่อจบปี 2018 น่าจะกลับมาเติบโต 2% จากปีที่แล้วทรงตัว
แต่…หากอยากให้อนาคตตลาดซอสปรุงรสเติบโตมากขึ้น ก็ต้องกระตุ้นให้คนกรุงเทพเข้าครัวทำอาหารมากขึ้น แคมเปญ “ปรุงทุกวันให้แตกต่าง” จึงเป็นหนึ่งอาวุธสำคัญของ ซอสแม็กกี้ ที่ใช้ในภารกิจนี้
โดยสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัลและสื่ออื่นๆ ในหลายแง่มุมทั้งการสอนวิธีการทำอาหารแบบง่ายๆ เหมาะกับคนเมืองที่ต้องเร่งรีบ, สื่อสารถึงความอบอุ่นในการทำอาหารรับประทานกันเองในครอบครัว มากกว่าแยกกันไปรับประทานคนละที่, จนไปถึงการทำอาหารรับประทานเองสะอาดปลอดภัยกว่านอกบ้าน
ปัจจุบัน “แม็กกี้” มียอดขาย 1,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นขายในช่องทาง Retail คิดเป็น 80% และช่องทางร้านอาหารต่างๆ 20% พร้อมกับเพิ่มซอสหอยนางรมและซอสปรุงอาหารสูตรเข้าเนื้อเพิ่มเข้ามาในพอร์ตจนเวลานี้มีซอสปรุงรสถึง 5 SKU ในมือตัวเอง เป้าหมายก็เพื่อเพิ่มรายได้ให้มากกว่าที่เป็นอยู่

แต่ ซอสแม็กกี้ ก็ยังไม่ได้ปรับเปลี่ยนตัวเองมาสู่เทรนด์สุขภาพที่กำลังเป็นกระแสในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่เวลานี้ต่างทยอยออกสินค้าเพื่อสุขภาพลดปริมาณน้ำตาลในสินค้าตัวเอง
“การจะเป็นซอสเพื่อสุขภาพก็ต้องลดปริมาณน้ำตาลหรือส่วนผสมอื่นๆ คำถามคือหากลดสิ่งเหล่านี้ผู้บริโภคอาจไม่ชอบรสชาติของซอสสูตรใหม่ เขาก็จะกลับมาที่รสชาติเดิมที่ถูกปาก ปัญหาคือจะทำอย่างไรหากเป็นซอสเพื่อสุขภาพแล้วรสชาติจะอร่อยถูกปากเหมือนซอสสูตรดั้งเดิม”
สะท้อนความเป็นจริงที่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องปรุงรส “รสชาติยังเป็น King” ในการตัดสินใจของผู้บริโภคว่าจะเลือกซื้อแบรนด์ไหนดีมากกว่าสินค้าเทรนด์สุขภาพ หากรสชาติไม่ถูกปาก ก็จะถูกปฏิเสธทันที
ขณะเดียวกันก็เป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนในภาพรวมตลาดซอสปรุงรสที่มีสารพัดแบรนด์ตั้งแต่ Inter Brand, และกลุ่ม Local Brand ระดับตำนานอย่าง ภูเขาทอง, เด็กสมบูรณ์, ซอสหอยนางรมสามแม่ครัว
และซอสทุกขวดที่กล่าวมาผู้บริโภคต่างยอมรับในเรื่องรสชาติและคุณภาพสินค้า
เพราะที่ผ่านมา ต่อให้มีกลุ่มผู้ผลิตซอสปรุงรสแบรนด์เล็กๆ ที่เลือกใช้เกมราคามาแย่งชิงยอดขาย แต่กลุ่มแบรนด์เหล่านี้ยังสามารถมียอดขายแข็งแกร่งและเติบโตได้
เพราะฉะนั้นการที่ซอสปรุงรสแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งจะพยายามเข้าไปเป็นส่วนผสมของอาหารหนึ่งจานบนโต๊ะอาหาร ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
แต่…เป็นเรื่องที่ซอสปรุงรสทุกขวดพยายามทำกันมาโดยตลอด
—————————————————————————————————————–
เมื่อ “แม็กกี้” ขอลองปรุง RTE ด้วยคน
ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหาร RTE เติบโตแบบไม่หยุดจนปัจจุบันมีมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านบาทโดยมี CP เป็นผู้นำตลาดนี้ขายผ่าน 7-ELEVEN ที่มีถึง 13,000 สาขา
“แม็กกี้” ของบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เองก็ขอทดลองตลาดนี้ด้วยการนำเข้า แม็กกี้คัพ 2 รสชาติ คือ สปาเกตตี้ เห็ดชองเทอเรลล์ ครีมซอส เเละ มันบด ครีมเฟรช ราคา 45 บาท

โดยเลือกจะขายแบบเป็นสินค้าลิมิเต็ดขายเฉพาะใน 7-ELEVEN เฉพาะสาขาในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งขายหมดแล้วหมดเลย เป็นทริคการตลาดเพื่อกระตุ้นการซื้อให้ผู้บริโภคเกิดการอยากทดลองชิมรสชาติ
โดยผู้บริหารเนสท์เล่บอกว่า ถ้ากระแสตอบรับดีก็อาจจะมีการพิจารณานำ แม็กกี้คัพ เข้ามาทำตลาดขายในไทยอย่างจริงจัง
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
