หากย้อนไปเมื่อ 20-30 ปีก่อน ในวงการวิศวกรรมและก่อสร้างไทย ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อ อิตาเลียนไทย” บริษัทที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่และการเติบโตของประเทศ แต่ในวันนี้ ภาพลักษณ์เหล่านั้นกลับถูกแทนที่ด้วยซากปรักหักพังของเครนก่อสร้างที่ร่วงถล่มลงมาสองเหตุการณ์ สองวันติดๆ

🟥 จุดเริ่มต้นและผู้ก่อตั้ง: พันธมิตรสองสัญชาติ

จุดกำเนิดของ ITD เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2501 จากการพบกันของบุคคลสำคัญสองท่านคือ

  • นพ.ชัยยุทธ กรรณสูต: นายแพทย์ชาวไทยที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล
  • มร. จิออร์จิโอ เบอร์ลิงเจียรี (Mr. Giorgio Berlingieri): วิศวกรชาวอิตาลี

ทั้งคู่ร่วมกันจดทะเบียนบริษัทด้วยทุนเพียง 2 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับเหมาก่อสร้างและกู้เรือขจัดสิ่งกีดขวางในแม่น้ำเจ้าพระยา (ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “อิตาเลียน-ไทย”) ความสำเร็จในช่วงแรกทำให้บริษัทได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้ง “พญาครุฑ” ในปี พ.ศ. 2528 ซึ่งถือเป็นเกียรติยศสูงสุดของบริษัทเอกชนในไทย

🟥 ช่วงเวลาสำคัญ: ผู้สร้างประวัติศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน

ITD เติบโตอย่างก้าวกระโดดผ่านโครงการที่เปลี่ยนโฉมหน้าประเทศไทยหลายแห่ง

ยุคบุกเบิก: การสร้างทางหลวงสายสำคัญทั่วประเทศ และการก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่

ในช่วงทศวรรษ 2500–2520 อิตาเลียนไทยมีบทบาทอย่างมากในงานก่อสร้างถนนและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยเร่งขยายระบบคมนาคมจากกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาค บริษัทเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการถนนสายหลักหลายสายทั่วประเทศ รวมถึงงานโยธาที่เกี่ยวข้องกับเขื่อน ระบบชลประทาน และโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ ซึ่งช่วยวางรากฐานให้การพัฒนาเศรษฐกิจนอกเมืองหลวงเกิดขึ้นจริง

หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของอิตาเลียนไทย คือความเชี่ยวชาญด้านงานเขื่อนและโครงการพลังงาน บริษัทมีส่วนร่วมในโครงการเขื่อนขนาดใหญ่หลายแห่ง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ งานลักษณะนี้ต้องอาศัยวิศวกรรมขั้นสูง การบริหารความเสี่ยง และการทำงานในพื้นที่ทุรกันดาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้รับเหมาทั่วไปทำไม่ได้

ผลงานกลุ่มนี้ทำให้อิตาเลียนไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “ผู้รับเหมาชั้นพิเศษ” ที่สามารถรับงานซับซ้อนระดับชาติ และเป็นเหตุผลสำคัญที่บริษัทสามารถขยายไปทำงานในต่างประเทศได้ในเวลาต่อมา

ยุคอภิมหาโปรเจกต์: เป็นผู้รับเหมาหลักในการสร้าง สนามบินสุวรรณภูมิรถไฟฟ้า BTS สายแรก, และโครงการ รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT

การขยายตัวสู่ต่างประเทศ: การไปปักธงรับงานในอินเดีย บังกลาเทศ และสปป.ลาว รวมถึงโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายในเมียนมา ซึ่งต่อมากลายเป็น “กับดัก” สำคัญที่ดึงทรัพยากรของบริษัทไปมหาศาล : อ่าน : เรื่อง “ระทึก” ไม่สิ้นสุดของ “อิตาเลียนไทย”

🟥 จุดแข็งและความได้เปรียบเหนือคู่แข่งในอดีต

ในช่วงที่รุ่งเรืองที่สุด ITD มีข้อได้เปรียบที่บริษัทอื่นยากจะเลียนแบบ

  • เทคโนโลยีและเครื่องจักร: มีกองทัพเครื่องจักรหนักและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค สามารถรับงานที่ซับซ้อนสูง (Complex Engineering) ได้
  • สายสัมพันธ์และความเชื่อมั่น: ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากภาครัฐและสถาบันการเงินอย่างสูง
  • การมีซัพพลายเชนครบวงจร: ITD ไม่ได้มีแค่บริษัทก่อสร้าง แต่ยังมีบริษัทลูกที่ผลิตวัสดุก่อสร้างเอง ทำให้ควบคุมต้นทุนและมาตรฐานได้ดีกว่าคู่แข่ง
  • บุคลากรระดับมันสมอง: เป็นแหล่งรวมวิศวกรฝีมือดีที่สุดของประเทศ จนมีคำกล่าวว่า “ถ้าอยากเก่งงานก่อสร้าง ต้องไปเรียนรู้งานที่อิตาเลียนไทย”

🟥 นพ.ชัยยุทธ กรรณสูต (พ.ศ. 2464 – 2547)  ผู้บุกเบิกอาณาจักร อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ และ กลุ่มอิตัลไทย ผู้พลิกบทบาทจาก “นายแพทย์” มาสู่ “เจ้าพ่อรับเหมาก่อสร้าง”

เดิมที นพ.ชัยยุทธ มีความหลงใหลในด้าน การเกษตร และตั้งใจจะไปเรียนที่โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมแม่โจ้ แต่ด้วยสถานการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 และความต้องการของครอบครัว ทำให้ท่านตัดสินใจเลือกเรียนทางด้าน แพทยศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยมหิดล (มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ในขณะนั้น) และได้เข้ารับราชการเป็นทหารรวมถึงเป็นอาจารย์ในแผนกสรีรวิทยา

หลังจากออกมารับช่วงดูแลธุรกิจครอบครัวอย่าง “โรงน้ำแข็งและโรงไฟฟ้า” นพ.ชัยยุทธ ได้พบกับ มร. จิออร์จิโอ เบอร์ลิงเจียรี วิศวกรชาวอิตาลี จุดเริ่มต้นความสำเร็จครั้งใหญ่มาจากการร่วมกัน กู้เรือเดินทะเลที่จมในแม่น้ำเจ้าพระยา ได้สำเร็จในปี พ.ศ. 2497 ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การก่อตั้ง:

  • พ.ศ. 2498: ก่อตั้งกลุ่มบริษัทอิตัลไทย (Italthai Group)

  • พ.ศ. 2501: จดทะเบียนก่อตั้ง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (ITD) ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 2 ล้านบาท

ด้านชีวิตครอบครัว ท่านแต่งงานกับ ม.ร.ว. พรรณจิตร กรรณสูต (สกุลเดิม วรวรรณ) มีบุตร-ธิดารวม 5 คน โดยบุตรชายคนสุดท้องคือ นายเปรมชัย กรรณสูต เป็นผู้รับไม้ต่อในการบริหารอิตาเลียนไทยในช่วงเวลาต่อมา

หลังจากประสบความสำเร็จสูงสุดในวงการก่อสร้าง ในช่วงบั้นปลายชีวิต นพ.ชัยยุทธ ได้ถอยจากการบริหารงานประจำและกลับไปทำในสิ่งที่ท่านรักตั้งแต่วัยหนุ่ม นั่นคือ การเกษตร โดยท่านได้ไปบุกเบิกไร่องุ่นและโรงงานผลิตไวน์ “ชาโต เดอ เลย” (Chateau de Loei) ที่อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ซึ่งถือเป็นผู้บุกเบิกไวน์ไทยรายแรกๆ ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

นพ.ชัยยุทธ กรรณสูต ถึงแก่กรรมในปี พ.ศ. 2457 สิริอายุได้ 83 ปี ทิ้งไว้เพียงตำนาน “สิงห์เฒ่า” แห่งวงการก่อสร้างและรากฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย

🟥 หลังจากที่ นพ.ชัยยุทธ กรรณสูต ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อยู่เบื้องหลังการก่อตั้ง อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ เสียชีวิตไปแล้ว ผู้ที่เข้ามารับบทบาทเป็นผู้นำองค์กรต่อมาคือ ลูก ๆ ในครอบครัวกรรณสูต โดยเฉพาะ นายเปรมชัย กรรณสูต ซึ่งเป็นลูกชายคนสุดท้องที่ได้รับบทบาทสำคัญในการบริหารบริษัทในช่วงเวลาต่อมา

ณ ตอนแรก นพ.ชัยยุทธตั้งใจจะให้ ลูกชายคนโต “เอกชัย กรรณสูต” เป็นผู้สืบทอดกิจการ แต่ในปี พ.ศ. 2522 เอกชัยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่ออายุเพียง 32 ปี จึงทำให้ตำแหน่งที่จะต่อเนื่องไปตกมาอยู่ที่ เปรมชัย กรรณสูต แทน

เปรมชัยเรียนระดับต้นและมัธยมศึกษาในประเทศไทยที่ โรงเรียนจิตรลดา หลังจากนั้น เปรมชัยเดินทางไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา เขาได้รับปริญญาตรีด้าน วิศวกรรมเหมืองแร่ (Mining Engineering) จาก Colorado School of Mines ในรัฐโคโลราโด และต่อมาสำเร็จปริญญาโท บริหารธุรกิจ (MBA) จาก University of Southern California

เปรมชัยเริ่มเข้าทำงานกับอิตาเลียนไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 หลังจากนั้นก็มีบทบาทขยายการดำเนินงานของบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2537 บริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้การนำของครอบครัว และเปรมชัยก็เติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในผู้บริหารหลักของบริษัทในช่วงเวลาต่อมา

โดยเปรมชัยเข้ารับตำแหน่ง ประธานบริหารของ ITD ตั้งแต่ราวปี 2529

🟥อย่างไรก็ตาม เปรมชัยก็ประสบกับเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของบริษัทอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

คดีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร (คดีเสือดำ)

เป็นคดีที่อื้อฉาวที่สุดซึ่งเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2561:

นายเปรมชัยและพวกถูกเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จับกุมพร้อมของกลางเป็นซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ได้แก่ เสือดำ, ไก่ฟ้าหลังเทา และเก้ง รวมถึงอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก

ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกนายเปรมชัยเป็นเวลา 2 ปี 14 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ในข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าและครอบครองซากสัตว์ป่า เขาถูกส่งตัวเข้าเรือนจำในปี พ.ศ. 2564 และได้รับการปล่อยตัวลดวันต้องโทษ (พักการลงโทษ) ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2566 เนื่องจากปัญหาสุขภาพ (โรคเบาหวาน)

คดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

คดีพยายามสินบนเจ้าพนักงาน: ถูกศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี (นับรวมในโทษหลัก) จากกรณีเสนอผลประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ในขณะถูกจับกุม

คดีครอบครองอาวุธปืนและงาช้าง: มีการตรวจค้นบ้านพักและพบอาวุธปืนผิดกฎหมาย รวมถึงงาช้างแอฟริกา (ซึ่งภายหลังศาลยกฟ้องในส่วนของงาช้างเนื่องจากตรวจสอบพบว่าเป็นมรดกที่ได้รับมาอย่างถูกต้องตามเอกสารเดิม)

คดีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม

ล่าสุดในปี พ.ศ. 2568 มีรายงานข่าวว่ามีการออกหมายจับนายเปรมชัยและผู้บริหารรายอื่นๆ ในกรณีความเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคาร สตง. ที่เกิดเหตุถล่มลงมา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิกฤตความเชื่อมั่นที่ซ้ำเติมสถานการณ์ของบริษัทในปัจจุบัน

ปัจจุบัน เปรมชัยยังถือครองหุ้นมากที่สุดใน ITD ในสัดส่วนประมาณ 12%

ด้านผลประกอบบริษัท ในปี 2567 ITD มีรายได้รวม 72,454 ล้านบาท ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 4 ปี แต่ก็มียอดขาดทุนสุทธิ​ 5,776 ล้านบาท สูงที่สุดในรอบ 4 ปีเช่นกัน (ขาดทุนต่อเนื่องมาโดยตลอด)

ราคาหุ้นล่าสุด ณ  16 มกราคม 2569 คือ 0.18 บาท

🟥 วันที่ 14 มกราคม 2569 เครนก่อสร้างตกทับขบวนรถไฟโดยสาร บริเวณ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง สัญญา 3-4

วันที่ 15 มกราคม 2569 เครนก่อสร้างและชิ้นส่วน Segment คอนกรีตหล่นบนถนนพระราม 2

ทั้งสองเหตุการณ์แทบจะทำให้ อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ หรือ ITD สูญเสียความเชื่อมั่นต่อบริษัทจนหมดสิ้น เส้นทางข้างหน้าของ ITD และเปรมชัย กรรณสูต จะเดินต่อไปข้างหน้าอย่างไร เป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่ง


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer