เบอร์ 2 ในทีวีดิจิทัล ฝันหวานๆ ของ MONO 29

หลังจากสิ้นปี 2017 เป็นเวลาแห่งการช่วงชิงเรตติ้งของกลุ่มทีวีดิจิทัลอย่างแท้จริง โดยมีอยู่ 2 วิถีทางให้ต้องจับตามอง 1.คือการหนีตายให้ตัวเองมีลมหายใจบนจอแก้ว กับ 2. คือการแย่งชิงว่าใครจะอยู่บนหัวตารางผู้นำเกาะกลุ่ม Top Three 

โดยเฉพาะช่อง MONO 29 ที่ประกาศชัดเจนแล้วว่าภารกิจหลักในปีนี้ คือการขึ้นเป็นอันดับสองเบียดช่อง 3 ให้มาอยู่อันดับ 3 เป็นการบอกกล่าวล่วงหน้าว่าเกมนี้ จะเป็นเกมที่ “ช่องเล็กล้มช่องใหญ่”

สิ่งที่ทำให้ MONO 29 มั่นใจก็คือเรตติ้งที่ตัวเองเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่ช่อง 3 กลับลดลง

บทเรียนที่มีค่าในยุคทีวีดาวเทียม

บรรณสิทธิ์ รักวงษ์ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล ช่องโมโน 29 เล่าให้ฟังว่า MONO 29 ถือว่ามาถูกทางตั้งแต่เริ่มต้นด้วย Positioning เป็นช่องที่เน้น Content ภาพยนตร์และซีรีส์ดังระดับโลกคิดเป็น 70% ของเวลาออกอากาศทั้งหมด

การวางรูปแบบธุรกิจนี้  มาจากการเรียนรู้ธุรกิจในอดีตที่เคยลงทุนช่องทีวีดาวเทียม โดย MONO เป็นช่องวาไรตี้ แต่แล้วผลลัพธ์คือเรตต้ิงตกต่ำ แต่พอเปลี่ยนมาเป็น ภาพยนตร์ดังๆ เรตติ้งคนดูเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

ไม่แปลกที่ MONO 29 จะใช้เวลาตัดเสินใจแค่ 1 เดือนควักเงิน 2,250 ล้านบาทในการประมูลทีวีดิจิทัล พร้อมกับให้ช่องนี้เป็นช่องที่มี Content ภาพยนตร์ 200 กว่าเรื่องมีซีรีย์กว่า 4,000 ตอน

เพียงแต่สิ่งที่ MONO 29 ตั้งเป้าหมาย ณ เวลานี้นอกจากขึ้นเป็นเบอร์สองในธุรกิจทีวีดิจิทัล อีกหนึ่งเรื่องสำคัญคือการมีกำไรในธุรกิจ เพราะต้องบอกว่าที่ผ่านมาพบแต่คำว่า “ขาดทุน” เพิ่งจะมารู้จักกับคำว่า “กำไร” เมื่อสิ้นปี 2017 ที่เพิ่งผ่านมา แม้จะเป็นตัวเลขที่เล็กน้อย แต่ก็สร้างรอยยิ้มให้กับทีมผู้บริหารช่อง MONO 29

จนมาถึงปี 2018 MONO 29 ต้องการกำไรเป็นกอบเป็นกำมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา และเป็นธรรมดายิ่งเรตติ้งเพิ่มขึ้น MONO 29 ก็ย่อมมีอำนาจต่อรองกับเอเยนซี่ในการปรับราคาค่าโฆษณาของตัวเองให้เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว 

เมื่อคู่แข่งฉายหนังชน MONO 29 

แล้วเมื่อมีกำไรเพิ่มมากขึ้น MONO 29 ก็มองไปอีกขั้นที่เหนือกว่านั้นคืออีก 2-3 ปีข้างหน้า ตัวเองจะต้องก้าวไปสู่จุด “คืนทุน” ในธุรกิจทีวีดิจิตอลให้ได้

แต่ใช่ว่าเส้นทางธุรกิจที่วาดไว้จะสำเร็จง่ายๆ เพราะ ณ เวลานี้ช่องคู่แข่งเองก็เริ่มที่จะเดินตามรอยเท้า MONO 29 ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เข้ามาฉายแข่งเพื่อแย่งชิงเรตติ้งกับช่อง MONO 29

แม้สูตรสำเร็จของช่อง MONO 29 ไม่มีอะไรซับซ้อนคือซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์แล้วมาออนแอร์ในช่องตัวเอง ในขณะที่ช่องอื่นๆ ต้องลงทุนครีเอท Content ทั้งรายการข่าว,ละคร,รายการวาไรตี้ต่างๆ จากนั้นก็มานั่งลุ้นว่า Content ที่ผลิตมานำเสนอจะ “รุ่งหรือร่วง” แต่การซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์ดังที่เฉลี่ยปีละ 700 – 800 ล้านบาทของ MONO 29 ก็สามารถการันตีเรตติ้งผู้ชมได้ต่อเนื่อง

ด้วยรูปแบบที่ง่าย ก็ย่อมมีคนเลียนแบบได้ง่ายเหมือนกัน แต่ก็ดูเหมือนว่าผู้บริหาร MONO 29 จะไม่ได้กังวลใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับประกาศชัดเจน หากคู่แข่งจะนำภาพยนตร์ดังเกรด A มาฉายในช่วง ไพร์มไทม์ ตัวเองก็จะเอาภาพยนตร์เกรด A+ มาฉายชนกับช่องผู้ท้าชิง

อีกทั้งทีมผู้บริหารช่อง MONO 29 ก็รู้ว่าตัวเองมีไพ่ที่เหนือกว่าในแง่การรับรู้คอหนังในบ้านเรา ว่าถ้าอยากดูภาพยนตร์ดีๆ ให้กดรีโมทมาที่ช่อง MONO 29

ความสำเร็จในแง่การสร้างความจดจำมาจาก 2 ข้อหลักๆ ข้อแรก คือการเริ่มต้นวางตัวเองเป็นช่องสำหรับคอภาพยนตร์นานถึง 5 ปี ข้อสุดท้าย MONO 29 ทำตลาดเจาะถึงกลุ่มคนต่างจังหวัดด้วยการร่วมมือกับกลุ่มบริษัทที่ฉายหนังกางแปลงฉายหนังฟรีในต่างจังหวัด พร้อมกับสื่อสารว่าถ้าอยากดูหนังดีๆ ที่บ้านก็ดูได้เพียงกดรีโมทมาที่ช่อง MONO 29 

ถึงจะสำเร็จในแง่ด้านความจดจำและคุณภาพหนังที่มีอยู่ในมือ แต่ MONO 29  ก็ไม่ได้ใส่เกียร์ว่างตรงกันข้ามยังเร่งเครื่องธุรกิจเติมเม็ดเงินในการซื้อ Content อย่างต่อเนื่องโดยในปี 2018 ใช้เม็ดเงินอยู่ที่ 700 -800 ล้านบาทในการซื้อ Content 

การลงทุนด้วยเงินก้อนใหญ่อย่างต่อเนื่องในธุรกิจทีวีดิจิตอลของ MONO 29  เหตุผลเพราะนี้คือธุรกิจที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงบริษัทแห่งนี้

ศัตรูตัวร้ายของ MONO 29 

ที่น่าสนใจกว่านั้น MONO 29 ยังมองว่าหากทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ตัวเองคิดคือ 1. รายได้ในธุรกิจทีวีดิจิทัลยังเติบโต 20 -30% ต่อปี 2. ในอนาคตเหลือทีวีดิจิทัลแค่ 10 ช่อง ซึ่งถ้าเป็นจริงตามนั้นก็จะทำให้ช่อง MONO 29 กลายเป็นช่องที่ยั่งยืนในโลกจอแก้วบ้านเรา 

จะเป็นไปได้หรือเปล่าไม่รู้ ? เพราะสิ่งที่กำลังน่าจับตามองซึ่งเป็นศัตรูทางอ้อมของช่อง MONO 29 นั้นคือกลุ่มธุรกิจ Video Streaming อย่าง Netflix รวมไปถึงเว็บไซต์ผิดลิขสิทธิ์ที่เก็บค่าบริการายได้ 200 – 300 บาท/ เดือน

บรรณสิทธิ์ รักวงษ์ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ดิจิตอล ช่องโมโน 29 บอกว่า เป็นแค่ผู้ชมระดับ B+ เท่านั้นที่พร้อมจะจ่ายรายเดือน แต่ผู้ชมระดับ Mass และ ต่างจังหวัดยังชื่นชอบของฟรี ไม่ยอมจ่ายเงินรายเดือนเพื่อที่จะดูภาพยนตร์

แต่ถ้าเมื่อไรที่เว็บไซต์ Video Streaming แบบฟรี ดูหนังได้ลื่นไหลไม่สะดุด มีหนังคุณภาพเสิร์ฟตลอด เมื่อนั้น MONO 29 อาจต้องมานั่งทบทวน Business Model ของตัวเองว่าจะทำอย่างไร ให้ตัวเองมีลมหายใจบนจอแก้ว