“แอลจี” พร้อมส่ง 18 รุ่นเข้าชิงชัย หวังผงาดขึ้นเบอร์ 1 แอร์อินเวอร์เตอร์

แอลจีเปิดตัวเครื่องปรับอากาศพร้อมกัน 18 รุ่น อินเวอร์เตอร์ทั้งหมด พร้อมอัดงบการตลาด 300 ล้าน หวังโต 30% ผงาดขึ้นเบอร์ 1 กลุ่มอินเวอร์เตอร์ เชื่อปีนี้ตลาดเครื่องปรับอากาศกลับมาโต 10%

นิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปี 2018 นี้ แอลจีเตรียมส่งครื่องปรับอากาศพร้อมเข้าสู่ตลาดทั้งหมด 18 รุ่นโดยจะเป็นรุ่นอินเวอร์เตอร์ทั้งหมดไม่ใช่มีรุ่นธรรมดาแล้วหลังเห็นอัตราการเติบโตของรุ่นอินเวอร์เตอร์ดีกว่า

โดยเครื่องปรับอากาศแอลจีซีรีส์ใหม่ที่มาครบทั้งรุ่น IL, IDC, IK, IQ และ IV ในปี 2018 ชูระบบ ดูอัล อินเวอร์เตอร์ ที่ประหยัดพลังงานได้มากขึ้นถึง 70 เปอร์เซ็นต์ และให้ความเย็นเร็วขึ้นถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ยังมาพร้อม SmartThinQTM (ยกเว้นรุ่น IQ และ IV) ควบคุมผ่านระบบสมาร์ทโฟน มีจำหน่ายในขนาดตั้งแต่ 9,000 – 24,000 บีทียู ราคาเริ่มต้นที่ 18,490 – 49,900 บาท

ส่วนการทำตลาดนั้นได้เตรียมงบไว้กว่า 300 ล้าน ทำการตลาดในช่องช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงใช้ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพราะมองว่าจะช่วยสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับเทคโนโลยีดูอัล อินเวอร์เตอร์ของแอลจี และยังมีบุคลิคภาพที่ดีสำหรับแบรนด์อยู่

ตั้งแต่ปีก่อนเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ของแอลจี ได้เปลี่ยนเป็นอินเวอร์เตอร์ทั้งหมด เนื่องจากขณะนี้ผู้บริโภคเริ่มเข้าใจเทคโนโลยีว่าช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับรุ่นทั่วไป โดยสัดส่วนของรุ่นอินเวอร์เตอร์ในตลาดรวมได้เพิ่งขึ้นจาก 29% เป็น 43% ส่งผลให้แอลจีมีส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นจาก 9 เป็น 14% และขยับขึ้นจากเบอร์ 5 เป็นเบอร์ 2 ในตลาดอินเวอร์เตอร์เช่นเดียวกัน

สำหรับเป้าหมายในปี 2018 นั้น นิพนธ์บอกว่า ตั้งเป้าโต 30% หรือคิดเป็นยอดขาย 3,500 ล้านบาท จากปีก่อนที่ปิดไปประมาณ 2,700 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 25% ขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในตลาดอินเวอร์เตอร์ ส่วนภาพรวมของแอลจีตั้งเป้ายอดขาย 23,000 ล้านบาท เติบโต 15% จากปีก่อนที่ทำได้ 20,000 ล้านบาท

ขณะที่ภาพรวมของตลาดเครื่องปรับอากาศในเมืองไทยปีที่ผ่านมาหดตัว 10-11% มูลค่า 27,000 ล้านบาท เนื่องจากฝนตกตั้งแต่เดือนเมษายน ส่งผลให้ในช่วงหน้าร้อนยอดขายตกลงกว่า 20% แม้ว่าในช่วงท้ายปีจะกลับมาโต 10% ก็ไม่สามารถทำให้ภาพรวมกลับมาโตได้ โดยรุ่นที่ขายดีที่สุดอยู่ในช่วงราคา15,000 – 25,000 บาท

คาดว่าปีนี้ตลาดจะกลับมาโต 10% หรือคิดเป็นมูลค่า 30,000 ล้านบาท เนื่องจากอากาศมีแนวที่จะร้อน โดยแบ่งเป็น 40% รุ่นทั่วไปคาดตก 10% และรุ่นอินเวอร์เตอร์ 60% เติบโต 20%