ปลายปี 2561 ได้มีข่าว กสทช. ประกาศหารือโอเปอเรเตอร์มือถือทั้ง 3 ราย เพื่อยกเลิก 2G อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคม 2562 ด้วยเหตุผลต้องการนำคลื่นที่ให้บริการ 2G ในปัจจุบันเพื่อเตรียมพร้อมให้บริการ 5G เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะเปิดให้บริการครั้งแรกของโลกในปี 2563

เพราะ กสทช. ต้องการให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนที่เปิดให้บริการ 5G อย่างเป็นทางการไล่เลี่ยกับการเปิดตัว 5G ในประเทศชั้นนำของโลก

เมื่อเขามาฉันก็ต้องไป 2G ที่ให้บริการในประเทศไทยมาตั้งปี 2537 จึงต้องยุติบทบาทลง และให้ใช้บริการ 3G และ 4G เป็นเครือข่ายพื้นฐาน แต่ปัญหาของเรื่องนี้คือ ในปัจจุบันแต่ละโอเปอเรเตอร์ยังคงมีลูกค้าระบบ 2G อยู่ในมือจำนวนหนึ่ง รวมๆ กันน่าจะ 5.2 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็นเอไอเอส 2 ล้านเลขหมาย ทรูมูฟ เอช 1 ล้านเลขหมาย และดีแทค 2.2 ล้านเลขหมาย

2G No Service เกมที่โอเปอเรเตอร์ต้องอัพเกรด

แม้ว่าจำนวนผู้ใช้ 2G ในประเทศไทยจะมีไม่มากเมื่อเทียบกับผู้ใช้บริการมือถือทั้งหมด 113 ล้านเลขหมายในประเทศ

สิ่งที่โอเปอเรเตอร์ต้องทำการบ้านเพื่อที่จะอัพเกรดผู้ใช้บริการเหล่านั้นให้เปลี่ยนซิม เปลี่ยนมือถือที่ยังไม่รองรับ 3G มีผู้ใช้บริการบางรายยังคงใช้มือถือเครือข่าย 2G อยู่ ซึ่งการใช้งาน 2G ที่ว่านี้มาจาก

1. ผู้ใช้บริการใช้ซิมเก่า ที่ยังไม่รองรับ 3G ซึ่งปัญหาเรื่องซิมนี้เชื่อว่ามีสัดส่วนที่ไม่มากนัก เนื่องจากในยุคที่ทั้ง 3 โอเปอเรเตอร์เกิดปัญหาเรื่องซิมดับจากสัมปทานหมดอายุ และต้องให้ลูกค้าเข้ามาที่ศูนย์บริการเพื่อทำเรื่องขอย้ายบริการจากเครือข่ายในระบบสัมปทานมาสู่ระบบไลเซนส์

และส่วนใหญ่แล้วเมื่อลูกค้ามาทำเรื่องโอเปอเรเตอร์จะเปลี่ยนซิมที่ใช้งานเดิมเป็นซิมใหม่ในเวอร์ชั่นล่าสุด ที่รองรับการใช้งานทั้ง 3G และ 4G

2. มือถือที่ไม่รองรับ 3G ส่วนใหญ่แล้วมือถือที่ไม่รองรับระบบ 3G/4G จะเป็นมือถือฟีเจอร์โฟนรุ่นเก่าๆ ซึ่งผู้ใช้อาจจะเป็นผู้สูงวัย หรือผู้ใช้ที่อยู่ตามชนบทที่ห่างไกล ที่ไม่ต้องการอัพเกรดเป็นมือถือรุ่นใหม่ เพราะคุ้นชินกับการใช้งานมือถือเครื่องเดิมๆ และไม่อยากเรียนรู้การใช้งานใหม่ เมื่อเปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่

นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้งานอีกกลุ่มหนึ่งที่ซื้อมือถือมือสอง หรือมือถือมือหนึ่งที่รองรับการใช้งาน 2G มาใช้งานทดแทนมือถือเครื่องเดิมจากราคาจำหน่ายต่อเครื่องที่ถูกเหมือนได้เปล่า ซึ่งผู้ใช้งานกลุ่มนี้ไม่ทราบว่ามือถือที่ใช้งานอยู่รองรับระบบอะไรบ้าง เพียงแต่ให้โทรออกรับสายได้ก็เพียงพอ

 

 

3. มือถือ 2 ซิม โดยมือถือ 2 ซิมนี้ Slot ของซิมที่ 2 จะเป็นระบบ 2G ที่เน้นการใช้งานในรูปแบบ Voice เป็นหลัก

4. บริการซิมที่ใช้งานในรูปแบบ M2M (Machine to Machine) อย่างเช่น ซิมที่ติดอยู่กับเครื่องติดตาม และควบคุมความเร็วของรถขนส่งสินค้าและอื่นๆ

5. ความเข้าใจผิดของผู้บริโภค ที่เข้าใจว่ามือถือระบบ 2G จะไม่สามารถดักฟังได้ และอัตราการใช้มือถือ 2G ถูกกว่าค่าโทรด้วยเสียงในระบบ 3G และ 4G ทำให้ไม่คิดจะเปลี่ยนการใช้งานสู่ระบบ 3G และ 4G ตามยุคสมัย

แต่ข้อมูลจาก กสทช. พบว่าค่าบริการ Voice ในระบบ 3G และ 4G มีอัตราค่าบริการเฉลี่ยอยู่ที่ 60 สตางค์ต่อนาที ถูกกว่าค่าโทรในระบบ 2G ซึ่งมีค่าโทรเฉลี่ยอยู่ที่ 97 สตางค์ต่อนาที

 

ยุติ 2G เกมการตลาดที่ไม่รุนแรงเท่าหมดสัมปทาน

แม้ตอนนี้ กสทช. และโอเปอเรเตอร์มีทางออกกับเรื่องการยุติ 2G ยังไม่เป็นรูปธรรมและนามธรรมที่แน่ชัด เพราะเรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเสนอที่ประชุม กสทช. ถึงแนวทางและมาตรการในการยุติการให้บริการ

แต่เชื่อว่าการยุติให้บริการ 2G นี้จะไม่มีผลกระทบที่รุนแรงด้านการแข่งขันเหมือนตอนที่โอเปอเรเตอร์หมดสัมปทานเครือข่ายมือถือเดิม และต้องออกแคมเปญต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานมือถือในระบบสัมปทานยอมเซ็นเอกสารเพื่อย้ายเข้ามาใช้บริการในเครือข่ายที่ให้บริการบนระบบไลเซนส์ให้มากที่สุด

อย่างเช่น ตอนช่วงที่คลื่น 900MHz ของ AIS หมดสัมปทาน และ กสทช. จัดสรรประมูลหาผู้ได้รับไลเซนส์ใหม่เป็นที่เรียบร้อย AIS ได้มีแคมเปญแจกมือถือฟรีให้กับลูกค้าในระบบเดิมเพื่อให้เซ็นสัญญาย้ายเข้ามาในระบบใหม่ก่อนที่ซิมจะดับ ท่ามกลางแคมเปญโปรโมชั่นของคู่แข่งที่ดึงดูดลูกค้าย้ายค่าย เป็นต้น

เพราะตามหลักกฎหมายแล้วถือว่าบริษัทที่ให้บริการเครือข่ายมือถือในระบบสัมปทานกับระบบไลเซนส์เป็นคนละบริษัทกัน ซึ่งลูกค้าจำเป็นต้องเซ็นสัญญายินยอมในการเปลี่ยนบริการจากบริษัทเดิมเป็นบริษัทใหม่ (แม้จะเป็นเน็ตเวิร์กเดียวกันก็ตาม)

และระหว่างทางที่มีการเคลื่อนย้ายลูกค้า จึงมีโอกาสสูญเสียลูกค้าไปให้คู่แข่งได้ง่าย จากลูกค้าบางรายที่มีปัญหาซิมดับ เพราะไม่ได้เซ็นสัญญาย้ายระบบและเปลี่ยนไปใช้ค่ายคู่แข่งแทน เพราะคิดว่าค่ายที่ใช้บริการอยู่เดิมมีปัญหาการให้บริการ หรือลูกค้าบางรายเซ็นย้ายค่ายแทนการย้ายระบบเพราะบริการและโปรโมชั่นของคู่แข่งดึงดูดกว่า เป็นต้น

ส่วนการยุติ 2G เป็นเหมือนการอัพเกรดเทคโนโลยีจากเสาสัญญาณส่งไปยังมือถือเท่านั้น และถ้าซิมหรือมือถือของลูกค้าไม่รองรับ 3G ก็เพียงแค่เปลี่ยนมือถือหรือซิมใหม่ก็เป็นที่เรียบร้อย

ซึ่งบริการเหล่านี้เชื่อว่าถึงเวลาจริง โอเปอเรเตอร์คงมีหน่วยงานภาคสนามที่คอยตรวจเช็กสภาพซิม และมือถือเพื่อเตรียมพร้อมผู้ใช้บริการก่อนที่จะหมดยุคบริการ 2G อย่างเป็นทางการจริง


 

Marketeer FYI

ญี่ปุ่นประเทศแรกไม่มี 2G

สำหรับประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่ยุติการให้บริการ 2G เพราะก่อนหน้านั้นได้มีหลายประเทศยุติการให้บริการ 2G เป็นที่เรียบร้อย โดยญี่ปุ่นคือเป็นประเทศแรกที่ยุติการให้บริการ 2 G มาตั้งแต่ปี 2555 เลยทีเดียว

ประเทศไหนยุติ 2G เมื่อไร

ญี่ปุ่น       1 มีนาคม 2555

มาเก๊า     30 มิถุนายน  2558

สิงคโปร์  1 เมษายน 2560

ไต้หวัน    1 กรกฎาคม 2560 และยุติ 3G 31 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา

แคนาดา 31 กรกฎาคม 2560

ออสเตรเลีย  30 เมษายน 2561

อเมริกา 31 ธันวาคม 2563 โดย AT&T ได้ยุติการให้บริการไปก่อนหน้านั้นเมื่อ 1 มกราคม 2560



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer