New Central, New Economy คือยุทธ์ศาสตร์ที่ ทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัล ได้ประกาศในปีที่ผ่านมา เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจในเซ็นทรัล กรุ๊ป ไปยังวิถีชีวิตของคนไทย พร้อมๆ กับการพาตัวเองสู่ผู้นำด้านดิจิทัลไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์ม ด้วยการลงทุนในธุรกิจดิจิทัล เพื่อต้องการนำธุรกิจดิจิทัลและออนไลน์มาเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจเซ็นทรัล ที่มีความแข็งแกร่งเฉพาะในธุรกิจออฟไลน์ ผ่านรีเทล สินค้าและบริการต่างๆ ไปสู่ธุรกิจออนไลน์ซึ่งเป็นธุรกิจแห่งอนาคตที่กลุ่มเซ็นทรัลไม่มีความเชี่ยวชาญเท่าไรนัก

 

การที่เซ็นทรัล กรุ๊ป จะเติบโตในขาธุรกิจดิจิทัลอย่างรวดเร็วได้จึงเป็นเรื่องการหาทางลัด นั่นก็คือการร่วมทุนและจับมือกับธุรกิจที่เป็นดาวเด่นของธุรกิจดิจิทัลในแขนงต่างๆ เพื่อใช้พลังและโนว์ฮาวของพันธมิตรพาเซ็นทรัลก้าวเดิน โดยไม่ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ทุกครั้งที่คิดจะขยายไปยังธุรกิจที่ไม่เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะดิจิทัล

 

ในปีที่ผ่านมา เซ็นทรัล กรุ๊ป ได้เดินเกมจับมือกับยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซที่มีความแข็งแกร่งทั้งในด้านแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ ระบบโลจิสติกส์ และฟินเทค อย่าง JD.Com

ซึ่งการจับมือกับ JD.Com นั้นทำให้เซ็นทรัลได้ธุรกิจมาเพิ่มอีก 2 นั่นก็คือ

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ภายใต้ชื่อบริษัท เจดี-เซ็นทรัล ที่ให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม JD.co.th ที่เปิดให้บริการในปีที่ผ่านมา

ธุรกิจฟินเทค ภายใต้ชื่อบริษัท เซ็นทรัล เจดี ฟินเทค ที่เพิ่งแถลงข่าวเปิดตัวแพลตฟอร์มอีวอลเลตที่ชื่อว่า Dolfin ซึ่งเป็นบริการแรกในธุรกิจนี้

 

แต่เพียงแค่ 2 ขาใหม่คงไม่พอ เพราะสิ่งที่เซ็นทรัล กรุ๊ป ยังขาดคือ ธุรกิจอีทรานสปอร์ต ตัวแปรสำคัญในการเชื่อมโยงสินค้าและบริการของเซ็นทรัลกับกลุ่มลูกค้า ทั้งในแง่ของการเดินทางเข้ามาใช้บริการห้างสรรพสินค้า โรงแรม และร้านค้า ร้านอาหารในเครือเซ็นทรัล และการผลักสินค้าและบริการของเซ็นทรัลออกไปยังลูกค้าที่ไม่มีเวลาเดินทางมาใช้บริการ

และเหตุผลนี้เองทำให้เซ็นทรัลได้เข้าไปร่วมทุนในแกร็บ ประเทศไทย ด้วยเงินลงทุน 200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่า 6,000 ล้านบาท เพื่อสร้างทางลัดที่จะก้าวขาไปยังธุรกิจนี้

 6,000 ล้านบาท เป็นหนึ่งในเงินทุนที่เซ็นทรัล กรุ๊ป วางไว้ต่อปีที่ 50,000 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตให้กับธุรกิจที่ 12-15% ต่อปี

ฟังดูแล้วเหมือนเป็นจำนวนเงินที่มหาศาล แต่ถ้ามาดูในศักยภาพของแกร็บถือเป็นการลงทุนที่ไม่เสียเปล่า

เพราะนอกจากที่เซ็นทรัล กรุ๊ป จะได้แพลตฟอร์มอีทรานสปอร์ตของแกร็บแล้ว ยังได้แพลตฟอร์มอีเพย์เมนต์เพิ่มขึ้นมาอีกแพลตฟอร์มหนึ่งด้วย

 

การร่วมมือกับแกร็บ ไม่ใช่การที่เซ็นทรัล กรุ๊ป จะเข้าไปควบรวมกิจการ แต่เป็นการลงทุนเพื่อที่จะนำพลังของแกร็บในการขยายฐานลูกค้าและธุรกิจ

 

ที่ผ่านมา แกร็บมีผู้ใช้บริการรับส่งผู้โดยสาร 1 แสนเที่ยวต่อวัน ให้บริการส่งอาหารออนดีมานด์ 3 ล้านจานในปีที่ผ่านมา และมีการเติบโตในธุรกิจส่งพัสดุออนดีมานด์ถึง 2 เท่าในปีที่ผ่านมา

และแกร็บยังมีฐานลูกค้าต่างชาติใน 7 ประเทศที่เปิดให้บริการ ได้แก่ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เมียนมา เวียดนาม และกัมพูชา

การที่แกร็บมีฐานลูกค้าในต่างประเทศนี้เอง ทำให้สัดส่วนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการธุรกิจแกร็บในส่วนขนส่งผู้โดยสารมีสัดส่วน 1 ใน 5 เป็นชาวต่างชาติ

นอกจากนี้แกร็บยังมีพันธมิตรต่างๆ ในการทำธุรกิจร่วมกันเพื่อพาตัวเองสู่ซูเปอร์แอป แอปที่ผู้บริโภคเข้ามาใช้ทุกวัน ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าแกร็บทำได้ดีในการหาฐานลูกค้า และการเติบโตของธุรกิจผ่านความร่วมมือเหล่านี้

 

เมื่อจับมือกันแล้ว สิ่งที่เซ็นทรัลได้ทำร่วมกับแกร็บในปีนี้จึงประกอบด้วย

บริการด้านอาหาร

ขยายจำนวนร้านอาหารในห้างเซ็นทรัล และเซ็นทรัล กรุ๊ป พร้อมบริการซื้ออาหารสดในท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ตเข้าไปอยู่ในแอปแกร็บ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้สั่งซื้ออาหารผ่านบริการแกร็บฟู้ด

บริการการเดินทาง

การร่วมมือด้านทรานสปอร์ต รับส่งผู้โดยสารมายังห้างเซ็นทรัล โรงแรม และธุรกิจในเครือ ผ่านคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ ที่นำเสนอในแอปแกร็บ และส่วนลดค่าบริการสำหรับลูกค้าชาวไทย และต่างชาติ

บริการโลจิสติกส์

บริการส่งพัสดุออนดีมานด์และพัสดุด่วนให้กับธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัลและพาร์ตเนอร์ และซื้อสินค้าออนดีมานด์ที่มีจำหน่ายในห้างเซ็นทรัลนอกเหนือจากอาหาร เช่น บริการซื้อเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆ เป็นต้น

ซึ่งบริการนี้ทำให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่รวดเร็วกว่าการซื้อผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ ที่เซ็นทรัลมีให้บริการ

 

นอกจากนี้การที่แกร็บเปิดรับเซ็นทรัลเข้าร่วมทุนจะได้รับอานิสงส์ทางธุรกิจที่นอกเหนือจากจำนวนเงิน คือ การขยายฐานลูกค้าและพาร์ตเนอร์ผู้ขับขี่ จากแคมเปญโปรโมชั่นที่กลุ่มเซ็นทรัลมอบให้เป็นพิเศษ และการใช้ฟรีมีเดียของเซ็นทรัลในการโปรโมตแนะนำบริการแกร็บ

 

นอกจากนี้ ยังช่วยให้แกร็บขายบริการแกร็บฟู้ดไปยัง 16 จังหวัดหัวเมืองใหญ่ในประเทศไทย ที่เปิดให้บริการได้ง่ายขึ้น เพราะที่ผ่านมาอุปสรรคของแกร็บฟู้ดคือจำนวนและความหลากหลายของร้านอาหารที่ให้บริการ ทำให้แกร็บสามารถให้บริการในต่างจังหวัดได้เฉพาะเพียงธุรกิจในขารับส่งผู้โดยสารเท่านั้น

 

Marketeer FYI

บริษัทไทยใครลงทุนในแกร็บบ้าง

แกร็บถือเป็นธุรกิจที่อ้าแขนเปิดรับนักลงทุนเข้ามาลงทุนในธุรกิจเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวเองอยู่เสมอ โดยดีลสำคัญของบริษัทไทยที่ลงทุนในแกร็บประกอบด้วย 2 ดีล จาก 2 บริษัทได้แก่

กสิกรไทย 50 ล้านเหรียญสหรัฐ (มากกว่า 1,600 ล้านบาท) ด้าน e-Wallet ลงทุนในแกร็บ โฮลดิ้งส์ อิงค์

เซ็นทรัล 200 ล้านเหรียญสหรัฐ (มากกว่า 6,000 ล้านบาท) ด้าน e-Transport ลงทุนในแกร็บ โฮลดิ้งส์ อิงค์ โดยระบุลงทุนในแกร็บประเทศไทยเท่านั้น

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer