ตลาดค้าปลีก 2562 ไทยยังไหวไหม ? กรณีศึกษา Sears ในอเมริกายื่นล้มละลาย

ปลายปีที่แล้ว ข่าวที่ดังไปทั่ววงการห้างค้าปลีกทั่วโลก ก็คือศูนย์การค้าระดับตำนานในอเมริกาอย่าง Sears ที่อยู่มานานถึง 130 ปี ประกาศขอสิทธิคุ้มครองการล้มละลาย พร้อมทั้งประกาศจะค่อยๆ ทยอยปิดห้างที่มีอยู่ 142 สาขาในอเมริกา

การล้มลงของยักษ์ใหญ่ครั้งนี้ นอกจากปัญหาการเงินที่สะสมในยุค Hamburger Crisis นั้น คือ คนอเมริกันเลือกจะช้อปปิ้งในตลาด E-commerce ผ่านหน้าจอ Smartphone มากขึ้น และเดินศูนย์การค้าน้อยลง

จนมีคำถามว่า บรรดาห้างค้าปลีกสารพัดแพลตฟอร์มในเมืองไทยจะเดินตามรอยเทรนด์ศูนย์การค้าในอเมริกาหรือไม่? โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่พฤติกรรมคนเมืองกำลังค่อยๆ เข้าสู่โหมดการช้อปปิ้งออนไลน์

คำตอบก็น่าจะชัดเจนแล้วว่า “ห้างไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก” เพราะในวันนี้พื้นที่ห้างค้าปลีกในกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้น รวมกันทุกห้างมีขนาดใหญ่ถึง 18.9 ล้านตารางเมตร (ที่มา: CPN ข้อมูลปี 2560)

แถมช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาทั้ง Retail Developer รายเล็กจนถึงรายใหญ่อย่าง “เซ็นทรัล” ก็ผุดสาขาใหม่ๆ ทั้งกรุงเทพฯ รอบนอกจนถึงปริมณฑล รวมไปถึงการลงทุนรีโนเวตสาขาเก่าๆ ให้มีดีไซน์สวยเข้ากับยุคสมัยมากขึ้น 

อะไรที่ทำให้ “ห้างค้าปลีก” ในกรุงเทพฯ ยังทรงพลัง และ Retail Developer ยังกล้าลงทุนเปิดศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่อง 

นั่นเพราะทุกห้างค้าปลีกต่างรู้จักคำว่า Transform ตัวเอง ไม่ได้ยึดติดกับการเป็นศูนย์การค้ารูปแบบเดิมๆ

เพราะหากสังเกตช่วง 5 ปีที่ผ่านมา บรรยากาศในการเดินศูนย์การค้าช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงหากเทียบกับปัจจุบัน

แล้วความแตกต่างนั้นคืออะไร และมีอะไรบ้าง

อันดับแรกสุด ก็คือ ห้างค้าปลีกเกือบทุกแพลตฟอร์มกำลังเข้าสู่ Omni-channel อธิบายง่ายๆ คือการผสมผสานช่องทางออนไลน์และหน้าร้านให้เป็นเนื้อเดียวกัน

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน หากลูกค้ากรอกรายชื่อหรือร่วมสนุกเล่นเกมผ่านช่องทางออนไลน์ทั้ง Website, Facebook, LINE ลูกค้าจะได้รับ E-coupon ส่วนลดราคาจากแบรนด์สินค้านั้นทันที โดยนำ E-coupon นั้นไปแสดงหน้าร้านเพื่อรับส่วนลด

ขณะเดียวกันก็ยังมีหลายร้านค้าที่ใช้วิธีมุมกลับ คือ หากลูกค้าซื้อสินค้าหน้าร้านก็จะได้รับรหัสหรือ E-coupon เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการช้อปปิ้งในช่องทางออนไลน์

สรุปง่ายๆ ก็คือเป็นวิธีการทำให้โลกออนไลน์ไม่มีเส้นแบ่งกับช่องทางหน้าร้าน โดยเฉพาะกลุ่มเซ็นทรัลและเดอะมอลล์ที่ดูจะโดดเด่นในเรื่องนี้

อีกข้อที่น่าสนใจก็คือ หากสังเกตเวลานี้พื้นที่ห้างค้าปลีกเกือบทุกแพลตฟอร์มกำลังคับคั่งด้วยร้านอาหารต่างๆ มากมาย

ถึงขนาดที่บางศูนย์การค้าให้พื้นที่โซนร้านอาหารถึง 2 ชั้นเลยทีเดียว นั่นเพราะสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของคนกรุงเทพฯ เวลาไปเดินศูนย์การค้านอกจากช้อปปิ้งสินค้าแล้วการไปห้างก็เปรียบเสมือนการพักผ่อนในวันหยุด หรือหลังเลิกงาน และการพักผ่อนที่คนกรุงเทพฯ นิยมมากที่สุดก็คือการหาอาหารอร่อยๆ รับประทานกัน ไม่ว่าจะรับประทานกับเพื่อนฝูงหรือคู่รักจนถึงครอบครัว

ขณะที่ Event กิจกรรมบันเทิงก็มีความถี่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่ง “ไม้ตาย” ที่ทุกศูนย์การค้านิยมใช้เป็นแม่เหล็กในการดึงคนเข้ามาในพื้นที่ของตัวเอง

ถึงขนาดที่บางศูนย์การค้าใน 1 วันมี Event มากถึง 3-4 งานเลยทีเดียวโดย Event ส่วนใหญ่มากกว่า 80% จะถูกจัดขึ้นในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์

สุดท้ายเคยสังเกตกันบ้างไหมว่า ห้างค้าปลีกเกือบๆ ทุกแพลตฟอร์มจะต้องสร้างจุดขายใหม่ ก็คือการมีจุดถ่ายภาพที่ตกแต่งด้วยดีไซน์แปลกๆ และสวยงาม โดยเฉพาะกลุ่ม “เซ็นทรัล” ที่ดูจะใส่ใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะเกือบทุกสาขาของเซ็นทรัลหากสังเกตจะมีจุดให้คนได้ถ่ายรูปสวยๆ

เป้าหมายก็เพื่อกระตุ้นให้คนที่มาศูนย์การค้าของตัวเองรู้สึกสนุกและ Check in ใน Social Network ถือเป็นการโปรโมตและกระตุ้นให้คนอื่นๆ มาศูนย์การค้าของตัวเองโดยไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าโฆษณาแม้แต่น้อย

ไม่แปลกใจเลยเมื่อเวลาที่ Marketeer ไปทำข่าวเกี่ยวกับศูนย์การค้าทุกครั้ง เมื่อกลุ่มผู้บริหารห้างค้าปลีกถูกถามถึงผลกระทบจาก Digital Disruption ว่าลูกค้าอาจจะช้อปปิ้งในออนไลน์มากขึ้นแล้วความถี่ในการเข้าห้างจะน้อยลง

แต่…ดูเหมือนผู้บริหารทุกห้างค้าปลีกจะไม่ค่อยกังวลใจในเรื่องนี้เท่าไร พร้อมกับบอกถึงวิธีการปรับตัว

ความกังวลใจของกลุ่มห้างค้าปลีกในกรุงเทพฯ เวลานี้ คือกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนกำลังลงอย่างเห็นได้ชัดจากสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย

และไม่ใช่แค่นั้น ค่าที่ดินทำเลดีๆ ที่เหมาะจะสร้างศูนย์การค้าใหม่ๆ ซึ่งเป็นต้นทุนที่แพงอันดับต้นๆ ที่ดินเกรดเอเหล่านี้นอกจากหายากแล้วนั้นยังมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ ปี

ทำให้ต่อไปนี้เราจะเห็นศูนย์การค้าใหม่ๆ อาจจะปักหมุดอยู่ในโลเคชั่นกรุงเทพฯ รอบนอกและปริมณฑลมากขึ้น 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer