“เราไม่ได้ซื้อ makro ในราคาแพงอย่างที่ใครคิด เพราะการซื้อครั้งนี้เหมือนเป็นการซื้อเครื่องพิมพ์ธนบัตรที่พิมพ์ได้จำนวนมาก แถมพิมพ์เร็ว เครื่องไม่เสีย” เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ให้สัมภาษณ์ในวันที่ตัวเองต้องจ่ายเงิน 188,000 ล้านบาท เพื่อครอบครอง makro ในไทยจำนวน 57 สาขา และสิทธิ์ในการขยาย makro ไปยังต่างประเทศ

คำถามคือ ณ วันนี้ makro ในมือ “เจ้าสัว ธนินท์” ผ่านมา 5 ปี ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าแล้วหรือยัง?

หากวัดในแง่ผลกำไร 4 ปีกับ 9 เดือนนั้น makro มีกำไรรวมกันอยู่ที่ประมาณ 26,200 ล้านบาท ซึ่งก็ยังเป็นตัวเลขที่ห่างไกลกับเงินที่ CP ALL จ่ายให้แก่บริษัท SHV จากเนเธอร์แลนด์และกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยที่รวมๆ กันแล้วคือ 188,000 ล้านบาท

แต่ความห่างไกลจากจุดคืนทุนเดิมอาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะแรกเริ่ม “เจ้าสัวธนินท์” เองก็รู้แล้วว่าการลงทุนครั้งนี้เป็นการลงทุนระยะยาวที่อาจจะต้องใช้เวลาคืนทุนนานเป็น 10 ปี 

สิ่งที่ต้องโฟกัสก็คือผลกำไรที่เติบโตในทุกๆ ปี และการใช้ makro ต่อยอดธุรกิจต่างๆ ในเครือ CP คือสิ่งสำคัญที่สุด

เรื่องของกำไรที่เติบโต

จากในอดีตก่อน makro จะมาอยู่ในมือเจ้าสัว CP ALL นั้นมีกำไรเฉลี่ยประมาณ 3,000 กว่าล้านบาทแต่ ณ วันนี้ makro มีกำไรต่อปีสูงถึง 6,178 ล้านบาทเลยทีเดียว

อะไรที่ทำให้ makro มีกำไรเติบโตเป็นเท่าตัว

อันดับแรกสุด ก็คือการไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นร้านค้าส่งให้แก่กลุ่มร้านค้าโชห่วยเหมือนอย่างในอดีต โดยวิถีของ makro แม้ยังคงรักษาคอนเซ็ปต์ “มิตรแท้โชห่วย” อย่างแข็งแกร่งและให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยจุดขายคือ “ราคาถูก บริการดี”

แต่สิ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาคือแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่ในอดีตไม่เคยมีมาก่อน ทั้ง makro food service เน้นขายอาหารและของสดเป็นสาขาขนาดเล็ก มีพื้นที่ 1,000-3,000 ตารางเมตร เจาะทำเลในชุมชนต่างๆ และโลเคชั่นที่มีร้านอาหารเยอะๆ 

เป็นรูปแบบสาขาเล็กเน้นขายสินค้าประเภทอาหารสด, ที่เฉพาะเจาะจงมากกว่าสาขาใหญ่ที่มีขนาดพื้นที่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป และขายสารพัดสินค้ามากมาย

และด้วยขนาดร้านที่เล็กทำให้ makro food service สามารถขยายสาขาได้ง่าย และตรงกลุ่มเป้าหมายในโลเคชั่นที่ตัวเองต้องการ แถมแพลตฟอร์มนี้ไม่ได้จำกัดลูกค้าแค่กลุ่มผู้ประกอบการและสมาชิกกว่า 3 ล้านราย แต่ลูกค้าทั่วไปก็สามารถที่จะเข้าไปช้อปปิ้งได้

ส่วนแพลตฟอร์มต่อมาก็คือร้าน SIAMFROZEN เป็นร้านขนาดเล็กเหมือนกัน แต่จะเน้นขายอาหารแช่แข็งเป็นหลักและให้บริการทั้งขายส่งและกลุ่มลูกค้าคนทั่วไป

 

 

ส่วนแพลตฟอร์มร้านแบบสุดท้ายก็คือ siam food service เน้นขายอาหารและวัตถุดิบนำเข้า ระดับพรีเมียม เจาะกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการโรงแรม และร้านอาหาร

จะเห็นว่าแนวคิดของ makro นับตั้งแต่อยู่ภายใต้มือของ “เจ้าสัวธนินท์” ก็คือแม้จะมีสาขาขนาดใหญ่ดั้งเดิมอยู่แล้ว แต่ก็เลือกที่จะเน้นขายสินค้าเฉพาะทางเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ด้วยการใช้สาขาขนาดเล็กเป็นอาวุธในการขยายสาขาให้รวดเร็วมากขึ้นกว่าในอดีต

และเมื่อนำจำนวนสาขามาเปรียบเทียบกัน จากเมื่อ 5 ปีที่แล้วในช่วงที่ CP ALL เข้าซื้อกิจการนั้นมี 57 สาขา แต่ในวันนี้มีถึง 123 สาขาเมื่อสิ้นปี พ.ศ.2560 และในปี พ.ศ.2561 นั้นถูกประมาณการอยู่ที่ 140 สาขา

รวมไปถึงการไม่ได้เป็นห้างค้าส่งแบบ “หลงยุค” เมื่อ makro เปิดช่องทางขายออนไลน์ทั้งผ่านหน้าเว็บไซต์ตัวเองจนถึงการมี makro application ที่ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดใช้งานมากกว่า 300,000 ราย

ตรงนี้ยังรวมไปถึงการขยายสาขา makro ไปต่างประเทศซึ่งเป็นสิ่งที่ “เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์” ต้องการมากที่สุด เพราะการซื้อแฟรนไชส์ 7-Eleven นั้นมีข้อจำกัด คือสามารถขยายสาขาได้แค่ในประเทศไทยเท่านั้น แตกต่างจาก makro ที่สามารถ “โก อินเตอร์” ได้ในหลายๆ ประเทศ (บางประเทศไปไม่ได้ เพราะสัญญาระบุไว้)

โดยเวลานี้ makro ได้เปิดสาขาขนาดใหญ่ในประเทศกัมพูชา และเตรียมที่จะเปิดสาขาในประเทศอินเดีย 15 สาขาภายใน 5 ปี ด้วยงบลงทุนประมาณ 145 ล้านเหรียญสหรัฐ

makro เกมต่อยอดธุรกิจของ CP 

โดยทุกช่องทางการขาย ทั้งแบบดั้งเดิมคือ makro ขนาดใหญ่ รวมไปถึงร้านค้าแบบใหม่ทั้ง 3 รูปแบบ, ช่องทางออนไลน์ และการขยายสาขาไปต่างประเทศ 

เป็นเครื่องมือชั้นดีในการช่วยให้สินค้าที่ makro เป็นผู้ผลิตเองหรือที่เรียกว่า House brand ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ aro กลุ่มของสดพรีเมียม, Savepak สินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด ให้มียอดขายมากขึ้นกว่าในอดีตที่มีช่องทางการขายอยู่แค่ makro สาขาใหญ่เท่านั้น

และไม่ใช่แค่นั้นแต่สารพัดสินค้าอาหารที่อยู่ในกลุ่มบริษัท CPF ที่มีเจ้าของคนเดียวกันอย่างเจ้าสัว “ธนินท์ เจียรวนนท์” ยังมีช่องทางขายเพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีต 

ซึ่งคงจะถูกอย่างที่ “เจ้าสัวธนินท์” พูดไว้ไม่ผิด การจ่ายเงินซื้อ makro ไปในราคา 188,000 ล้านบาท จะถูกจะแพง ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนซื้อ

ถ้า CP ALL เป็นคนซื้อ ห้างค้าส่งอย่าง makro จะกลายเป็นสินค้าราคาถูกทันที เพราะ makro สามารถนำไปต่อยอดธุรกิจอื่นๆ ในเครือ CP ได้อย่างมากมาย

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer