หนึ่งในพันธกิจสำคัญของ LAZADA ที่นอกจากจะต้องรักษาบัลลังก์การเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคอาเซียนแล้ว โครงการต่างๆ ด้าน CSR ถือเป็นอีกหนึ่งพันธกิจที่สำคัญ ด้วยความเชื่อว่าธุรกิจจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนในสังคมที่เข้มแข็งและเท่าเทียม

ซึ่งเรื่องราวที่ Marketeer หยิบยกมาให้ทุกท่านได้อ่าน นั่นก็คือเรื่องการทำ CSR ในแบบฉบับลาซาด้า ที่พวกเขาเรียกว่า ‘LAZADA CARES’ โครงการเพื่อสังคมที่เป็นมากกว่าแค่“หน้าที่” แต่เป็น “พันธกิจของแบรนด์” ซึ่งเล็งเห็นถึงความสำคัญของสังคม สิ่งแวดล้อมและชุมชน

ในปี 2018 ที่ผ่านมา กิจกรรม CSR ภายใต้โครงการ LAZADA CARES ถูกแบ่งเป็น 3 โครงการ ครอบคลุมทั้งในส่วนของกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ครอบครัว เยาวชน รวมถึงการเน้นหนักไปในเรื่องของการปลูกจิตสำนึกให้กับผู้คนในสังคม เพื่อยกระดับสู่สังคมแห่งความเท่าเทียมและรู้จักแบ่งปัน โดยมีทีมงานจิตอาสาลาซาด้าทั้งพนักงานชาวไทย และชาวต่างชาติกว่า 80 ชีวิต เป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการต่างๆตลอดทั้งปี

เริ่มต้นที่ LAZADA Green 2018: คืนชีวิตผืนป่า พัฒนาสู่ความยั่งยืน
ลาซาด้า ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิสยามกตัญญู ริเริ่ม “โครงการลาซาด้ากรีน 2018” (Lazada Green 2018) ขึ้น ภายใต้แนวคิด “คืนชีวิตผืนป่า พัฒนาสู่ความยั่งยืน” 

โดยภารกิจสำคัญของโครงการนี้คือการ ทวงคืนชีวิตผืนป่าต้นน้ำที่นับวันยิ่งเสื่อมโทรมให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง รวมถึงกระตุ้นจิตสำนึกให้พนักงานของลาซาด้าทุกๆฝ่าย รวมถึงคนในชุมชน เล็งเห็นถึงความสำคัญของป่าต้นน้ำที่เปรียบได้กับ หัวใจของระบบนิเวศทางธรรมชาติ

ทีมงานลาซาด้าและคณะอาสาได้เริ่มภารกิจด้วยการเข้าพื้นที่ป่าต้นน้ำบริเวณ อุทยานแห่งชาติพุเตย (อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี) ซึ่งเป็นที่ตั้งของ หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ 2 (น้ำตกพุกระทิง) พื้นที่ป่าต้นน้ำของไทยที่ยังค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ป่ารอยต่อระหว่างอุทยานแห่งชาติพุเตยครอบคลุมพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและป่ามรดกโลกห้วยขาแข้งในจังหวัดอุทัยธานีอีกด้วย

อาสมัครพนักงานร่วมมือสร้างฝายชะลอน้ำ ในรูปแบบฝายแม้วบริเวณน้ำตก เพื่อช่วยชะลอน้ำตามธรรมชาติ รักษาความชุ่มชื้นให้กับผืนป่า รวมถึงการทำโป่งดินเค็มให้เป็นแหล่งแร่ธาตุเสริมสำหรับสัตว์ป่าในพื้นที่อุทยาน

จากนั้นจึงได้เดินทางมายังพื้นที่ชุมชนบ้านวังโหรา ณ จุดที่เป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมอันเป็นผลมาจากการทำเกษตรปลูกยูคาลิปตัสจนสภาพป่าและความอุดมสมบูรณ์ของผืนดินเสื่อมลง

คณะอาสาสมัครพนักงานจึงได้ร่วมกันฟื้นฟูพื้นที่ด้วยการปลูกต้นไม้ป่า นำเอากระบวนการห่มดินตามศาสตร์พระราชามาใช้ ทำแนวป่าเปียกด้วยการปลูกต้นกล้วยแทรกแนวป่าป้องกันการขยายวงลุกลามของไฟป่า  ปิดท้ายกิจกรรมด้วยการทำพิธีบวชต้นไม้ป่า ตามคติภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อป้องกันไม่ให้คนมาตัดต้นไม้หรือเผาป่าต้นไม้ที่ได้ผ่านการบวช

พร้อมทั้งทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ เป็นกำลังใจให้เหล่าเจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยาน ซึ่งทำงานด้วยความยากลำบาก มีกำลังคนน้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดภาระงานและขาดการสนับสนุน

การลงพื้นที่ทำงานร่วมกับชาวบ้าน องค์กรพัฒนาเอกชนในพื้นที่ครั้งนี้ของลาซาด้า ได้เป็นการปลูกฝังความรู้  ความตระหนักสำนึกให้กับคนในชุมชน ให้เห็นคุณค่าของผืนป่าใหญ่ด้านตะวันตกของประเทศไทยแห่งนี้ จนนำมาสู่การขยายผล ร่วมกันยกระดับเป็นแผนการสร้างวิสาหกิจด้านการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน (Eco Tourism) ของชุมชนบ้านวังโหราในชื่อ “บ้านป่ารักน้ำ” 

ด้วยมุ่งหวังให้ที่นี่เป็นป่าชุมชนที่ชาวบ้านสามารถใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและมีบทบาทหน้าที่เป็นผู้อนุรักษ์ อันเป็นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชาขององค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสืบไป

LAZADA Share 2018: ความเสมอภาคเป็นหนึ่งเดียวในโลก

สำหรับโครงการนี้ได้แรงจากเหล่าอาสาสมัครพนักงานของลาซาด้าร่วมมือกับมูลนิธิสยามกตัญญู เดินทางไปยังศูนย์การศึกษาพิเศษ จ.สิงห์บุรี หน่วยบริการค่ายบางระจัน (โรงเรียนวัดขุนสงฆ์เดิม) เพื่อพบกับเหล่าน้องๆเด็กพิเศษกลุ่มผู้มีความบกพร่อง (Children with Impairments) ที่อยู่ภายในศูนย์

อาสาสมัครพนักงานลาซาด้าร่วมมือร่วมใจเพื่อพลิกโฉมฟื้นฟูศูนย์การเรียนของน้องๆ แห่งนี้ที่อยู่ในสภาพทรุดโทรมอันเนื่องมาจากขาดการสนับสนุน ให้กลับมาสวยงามและเหมาะแก่การเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่เหมาะสมและสามารถรองรับน้องเด็กผู้ความบกพร่อง (ด้านร่างกาย การเรียนรู้ ฯลฯ) อีกครั้ง

ไม่ว่าจะเป็นการปรับสภาพภูมิทัศน์ภายในศูนย์ฯ ทำความสะอาด ทาสี ซ่อมแซมส่วนที่พังเสียหายต่างๆ รวมถึงการสร้างสระธาราบำบัด (Hydrotherapy)ไว้ใช้สำหรับเด็กพิเศษกลุ่มผู้มีความบกพร่องทางร่างกาย

“ลาซาด้าเชื่อมั่นในความเท่าเทียมกันของมนุษย์  แม้เด็กๆ ณ ศูนย์การศึกษาพิเศษแห่งนี้จะเป็นผู้มีความบกพร่องในด้านร่างกาย การเรียนรู้ หรือทางอารมณ์ แต่หากพวกเขาได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ พวกเขาเหล่านี้จะเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าต่อสังคมไม่แพ้คนปกติทั่วไปได้อย่างแน่นอน”

 

LAZADA KIDS CINEMA: โรงหนังที่ทำให้เรามีความสุขได้ทั้งครอบครัว

จากกลยุทธ์ O2O  ของลาซาด้าในการเริ่ม ทำการตลาด offline  เพื่อให้แบรนด์ออนไลน์ได้เข้าใกล้ลูกค้ามากขึ้น อินไซด์ของหลายๆ ครอบครัวที่พาเด็กๆ ที่ยังเล็กเข้าไปดูหนังในโรงแบบพร้อมหน้าไม่ได้ เพราะกลัวจะส่งเสียงดังรบกวนคนอื่น

ลาซาด้าจึงร่วมมือกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เปิดโรงหนัง LAZADA KIDS CINEMA ที่ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ โรงภาพยนตร์เด็กแห่งแรกใจกลางเมืองที่สามารถพาเด็กๆ เข้าไปดูหนังได้อย่างสบายใจ เพราะมีการจัดโซนให้เด็กๆได้เล่นระหว่างที่ผู้ปกครองรับชมภาพยนตร์ที่กำลังฉายอยู่ในโรง

โดยจะให้บริการฉายภาพยนตร์ที่เหมาะกับกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ที่มีลูกอายุระหว่าง 5-12 ปี จะได้สัมผัสประสบการณ์การชมภาพยนตร์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ และความสนุกสนานไปพร้อมๆ กันแบบเฉพาะกลุ่มอย่างเป็นส่วนตัว นับเป็นทางเลือกใหม่ในการใช้โรงภาพยนตร์เด็กทำกิจกรรมสันทนาการร่วมกันภายในครอบครัว

โดยภายในงานเปิดตัวลาซาด้ายังได้มอบโอกาสดีๆ เพื่อสังคมให้กับเด็กๆ จากมูลนิธิดวงประทีปและมูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล (ศูนย์เมอร์ซี่) ได้ลองเข้ามาใช้ LAZADA KIDS CINEMA เป็นครั้งแรก ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้สร้างความประทับใจให้กับเด็กๆเป็นอย่างมาก

 

ผู้ใหญ่เหลือ (เด็ก)ขอ: การรู้จักแบ่งปัน คือการส่งต่อที่ไม่รู้จบ

จุดเริ่มต้นสังคมแห่งการแบ่งปัน คือการส่งเสริมให้พนักงานทุกคนรู้จักคำว่าให้ ลาซาด้า ถือเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ตระหนักถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด ในปีที่ผ่านมาจึงได้ให้การสนับสนุนแก่มูลนิธิสยามกตัญญูซึ่งได้ดำเนินโครงการ “ผู้ใหญ่เหลือ(เด็ก)ขอ” 

ด้วยการเชิญชวนให้พนักงานในบริษัทนำสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วทั้งจากในสำนักงานและของส่วนตัวที่บ้านของพนักงานเอง อาทิ เสื้อผ้า เครื่องใช้ หนังสือเก่า หรือของแจกของแถมที่ไม่ได้ใช้ มาบริจาคให้กับทางมูลนิธิฯ เพราะสิ่งของที่หมดความจำเป็นเหล่านี้ อาจมีคุณค่าสำหรับผู้ที่ต้องการ

ดังนั้น สิ่งของบริจาคทั้งหมดจะถูกเปลี่ยนจากการเป็น “ขยะของใช้” มาเป็นเงินทุนเพื่อสังคม ที่มูลนิธิฯจะนำไปใช้เป็นทุนการศึกษาแก่เด็กยากไร้ในโครงการของมูลนิธิฯ

รวมถึงให้การช่วยเหลือดูแลครอบครัวของเจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยานแห่งชาติพุเตย (หน่วยน้ำตกพุกระทิง) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทางลาซาด้าได้เข้าไปทำงานให้การสนับสนุน นอกจากนี้สินค้าบางส่วนจะถูกส่งต่อให้สถาบันการศึกษาของนักเรียนยากจน รวมถึงช่วยเหลือครอบครัวเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติพุเตย เป็นต้น

ท้ายที่สุดแล้ว จะเห็นได้ว่าตัวโครงการ LAZADA CARES ถือเป็นหนึ่งในพันธกิจด้าน CSR ที่ถูกออกแบบและวางแผนให้ครอบคลุมในหลายๆมิติ ทั้งในส่วนของชุมชน สิ่งแวดล้อม และความเท่าเทียมทางสังคม 

ทาง ลาซาด้า ยังเชื่ออีกว่า ธุรกิจของลาซาด้าจะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในประเทศไทยได้นั้น ลาซาด้าจำเป็นที่จะต้องส่งเสริมความเข้มแข็งของสังคมในมิติต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจของลาซาด้า และสังคมของคนไทยเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer