ซีพี ออลล์ “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” ตามปณิธานขององค์กร ด้วยการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมในงาน “วันแห่งโอกาสดี @ CP ALL” มอบโอกาสสำคัญด้าน “ธุรกิจ-อาชีพ-ทุนการศึกษา” ร่วมสร้างคุณค่าชีวิตให้กับคนในสังคม ด้วยกิจกรรมหลากหลาย เช่น เปิดโอกาสให้ SME และเกษตรกรที่ต้องการขายสินค้าผ่านร้าน 7-Eleven/24 Shopping นักเรียนที่สนใจมาขอทุนการศึกษา หรือสมัครเรียน วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ผู้ที่สนใจมาสมัครทำงานกับบริษัท ผู้รับเหมาก่อสร้างที่ต้องการรับงาน ผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของร้าน 7-Eleven ฯลฯ ได้มาพบปะสนทนาหาข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรง พร้อมรับฟังการสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด/SME การให้คำปรึกษาทางการเงิน ผู้สนใจร่วมงานฟรีตลอดทั้ง 3 วัน 27-29 มีนาคม 62 ณ ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ

นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งร้าน 7-Eleven ในประเทศไทย เปิดเผยว่า ซีพี ออลล์ ในฐานะองค์กรหนึ่งของสังคม ที่มีพันธกิจในการทำประโยชน์แก่สังคมและชุมชน ด้วยการพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ซีพี ออลล์ ได้รับโอกาสจากคนไทยที่ให้การตอบรับการดำเนินธุรกิจ ผ่านช่องทางร้าน 7-Eleven และอีคอมเมิร์ซ http://www.24shopping.co.th ด้วยดีเสมอมา และเพื่อส่งมอบโอกาสดีคืนสู่สังคมไทย ซีพี ออลล์ จึงได้เตรียมจัดงาน “วันแห่งโอกาสดี @ CP ALL” ขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 27-29 มีนาคม 2562 บริเวณชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ

สำหรับการมอบโอกาสให้กับคนไทย เป็นไปตามปณิธานขององค์กร คือ “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” ซึ่งที่ผ่านมา ซีพี ออลล์ ได้มอบโอกาสให้กับคนไทยใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ มิติแรก โอกาสทางธุรกิจ ซีพี ออลล์ ได้ให้โอกาสกับคู่ค้า พันธมิตร ผู้ประกอบการธุรกิจ SME เกษตรกรไทย กว่า 3 หมื่นราย ได้มีช่องทางจำหน่ายสินค้ากระจายไปทั่วประเทศ ด้วยจำนวนสาขาร้าน 7-Eleven กว่า 1 หมื่นแห่ง รวมไปถึงผู้รับเหมาในการสร้างร้าน 7-Eleven และอุปกรณ์ต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมอบโอกาสในการบริหารร้าน 7-Eleven ให้กับบุคคลภายนอก โดยปัจจุบันมีร้าน สโตร์ บิสสิเนส พาร์ตเนอร์ กว่า 6,000 ร้าน

มิติที่สอง โอกาสทางอาชีพการมีงานทำ ซีพี ออลล์ ได้สร้างงาน สร้างรายได้ และความมั่นคงให้กับคนไทยทั่วประเทศได้มีงานทำ สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ และส่วนหนึ่งยังได้ทำงานที่จังหวัดบ้านเกิด ปัจจุบันมีการจ้างพนักงานทั่วทุกภูมิภาคกว่า 170,000 คน มิติที่สาม โอกาสทางการศึกษา โดยมีการให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนนักศึกษาไปแล้วกว่า 40,000 ทุน คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท นอกจากนี้ วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ (พีเอที) สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) ศูนย์การเรียนปัญญาภิวัฒน์ และสถานศึกษาในเครือข่าย ยังได้ผลิตเยาวชนที่มีความรู้ความสามารถออกสู่สังคมไปแล้วกว่า 5 หมื่นคน และมิติที่สี่ โอกาสในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคม ชุมชน และสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น โดยให้ลูกค้าได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและตรงตามความต้องการด้วยความพิถีพิถันคัดสรรสิ่งที่ดี มีการวิจัยและพัฒนาที่คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการและดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค

การดำเนินกิจกรรมในทั้ง 4 มิติหลัก ได้สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินธุรกิจของซีพี ออลล์ ที่ได้ร่วมสนับสนุนสังคมในทุกภาคส่วน ลูกหลานได้เรียนหนังสือ สร้างรายได้ให้กับชุมชน ยกระดับเกษตรกรในท้องถิ่น ช่วยลดปัญหาการว่างงานในประเทศไทย ทำให้คนไทยเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งซีพี ออลล์ เชื่อว่าการ “ให้โอกาส” ทำให้ทุกชีวิตก้าวหน้าไปด้วยกัน

“บริษัทตั้งเป้าหมายให้งานนี้เป็นงานที่ให้โอกาสแก่คนไทยได้มีงานทำ มีการศึกษาที่ดี มีโอกาสเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ และให้โอกาสคนไทยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย  นอกจากนี้ ยังได้ส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการ SME และเกษตรกรที่จำหน่ายสินค้าผ่านร้าน 7-Eleven และ 24 Shopping โดยเปิดโอกาสให้ SME ได้พบปะเจรจาธุรกิจแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันในอนาคตเพื่อการร่วมมือที่ดี” นายสุวิทย์ กล่าว

ด้าน นายบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงรายละเอียดว่า ภายในงาน “วันแห่งโอกาสดี @ CP ALL” จะประกอบไปด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการด้านโอกาสต่างๆ ที่จัดแสดงภายในซีพี ออลล์ พาวิเลี่ยน การแสดงสินค้าของผู้ประกอบการ SME กว่า 250 บูธ การนำสินค้า SME มาเสนอเพื่อจำหน่ายผ่านร้าน 7-Eleven และ 24 Shopping (SME Business Matching) การจัดแสดงสินค้าและบริการขององค์กรภาครัฐและเอกชน การออกบูธของบริษัทต่างๆ ในกลุ่มธุรกิจซีพี ออลล์ และบูธสโตร์ บิสสิเนส พาร์ตเนอร์ 7-Eleven การให้คำปรึกษาด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการ และการมอบรางวัล 7-Eleven เอสเอ็มอีไทยยั่งยืน 2561

นอกจากนี้ ในงานยังมีการรับสมัครงานในกลุ่มซีพี ออลล์ กว่า 35,000 อัตรา การให้ทุนการศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ รวมทั้งการสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อต่างๆ ที่พลาดไม่ได้ อาทิ กลยุทธ์วางแผนการตลาดขั้นเทพ ฉีกกฎการตลาด SME ยุคใหม่, การสร้างแบรนด์ SME ให้ดังบนโลกโซเชียล ถอดรหัสความสำเร็จ SME และจะขายสินค้ากับ 7-Eleven ต้องทำอย่างไร เป็นต้น ซึ่งผู้ประกอบการ SME เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไปสามารถเข้าร่วมทุกกิจกรรมภายในงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งเลือกซื้อสินค้าหลากหลายรายการในราคาพิเศษ

ในงานแถลงข่าว “วันแห่งโอกาสดี @ CP ALL” มีผู้ที่ได้รับโอกาสจากซีพี ออลล์ ที่ครอบคลุมในมิติต่างๆ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้วย

นายโชติวัฒน์ ตระกูลมีโชคชัย เป็นสโตร์พาร์ตเนอร์ หรือผู้ร่วมธุรกิจร้าน 7-Eleven  กล่าวว่า “ครอบครัวทำธุรกิจเป็นสโตร์พาร์ตเนอร์ร้าน 7-Eleven มาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่เมื่อ 20 กว่าปีแล้ว ทำให้ธุรกิจนี้เปรียบเสมือนเป็นธุรกิจของครอบครัว เราได้เห็นความยั่งยืนและความก้าวหน้ามาโดยตลอด รู้สึกมั่นใจว่าจะสามารถเติบโตไปกับซีพี ออลล์ได้ จึงตัดสินใจร่วมธุรกิจต่อจากคุณพ่อคณแม่ ซึ่งซีพี ออลล์ ก็ได้ช่วยเหลือและสร้างโอกาสที่ดีให้กับครอบครัวและพนักงานที่ร้าน ให้มีความเจริญก้าวหน้าและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”

ด้าน นายวุฒิชัย เจริญศุภกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลังผัก จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ผักสลัดและผลไม้พร้อมรับประทาน แบรนด์  “โอ้! เวจจี้” กล่าวว่า “ทางซีพี ออลล์ ได้ให้โอกาสกับบริษัทฯ ด้วยการสนับสนุนการวางแผนพัฒนาสินค้า และวางตลาดสินค้าผักสลัดและผลไม้พร้อมรับประทานร่วมกัน โดยเริ่มจากการกำหนดปริมาณการขายที่เหมาะสม ซึ่งทำให้วางแผนได้ตั้งแต่ต้นน้ำ คือ เกษตรกรผู้ปลูกผัก ให้ประมาณการการปลูกและราคาได้ล่วงหน้า ปริมาณการผลิตสามารถคาดการณ์ได้ ไม่มีผลผลิตล้นเกินความต้องการ จึงทำให้แก้ไขปัญหาของเกษตรกรเรื่องราคาผลผลิตได้ และเกษตรกรมีความมั่นคงและยั่งยืนในอาชีพมากขึ้น”

ส่วน นายวีระ ตั้งวุทฒิไกรวิทย์ กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด แม่ละมาย ผู้ประกอบการธุรกิจ SME ขนมหวานวุ้นมะพร้าวตราแม่ละมาย หนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัล 7-Eleven เอสเอ็มอีไทยยั่งยืนปี 2559 ประเภท SME ยอดเยี่ยม กล่าวว่า “แม่ละมายเคยล้มเหลวสมัยวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่ได้รับโอกาสให้นำสินค้าเข้าไปขายใน 7-Eleven  การจ่ายเงินก็เป็นเครดิตที่สั้น และยังมีทีมงานให้การช่วยเหลือในด้านต่างๆ ทำให้แม่ละมายเติบโตก้าวหน้าในปัจจุบัน ไม่เพียงเท่านั้น ชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตของแม่ละมายก็ได้รับโอกาสเช่นกัน แรงงานทั้งทางตรงที่ทำงานในโรงงาน หรือทางอ้อมที่รับงานไปทำที่บ้าน ต่างมีรายได้มั่นคง เกษตรกรที่ผลิตวัตถุดิบก็ได้รับความรู้ด้านการผลิต มาตรฐานความปลอดภัย สามารถป้อนวัตถุดิบที่มีคุณภาพให้โรงงานแม่ละมาย ทำให้ได้รับราคาดีกว่าในท้องตลาด ซึ่งการนำวัตถุดิบที่มีคุณภาพและปลอดภัยมาผลิตเป็นสินค้า ยังทำให้ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่ดีและมีคุณค่าด้วย”

ปิดท้ายด้วย .ส.สโรชา เมอแลกู นักศึกษาทุน PIM Smart ชั้นปีที่ 3 คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาการสอนภาษาจีน สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) กล่าวว่า “ตอนจบ ม.6 หนูแทบไม่เห็นโอกาสที่จะได้เรียนต่อ เพราะทางบ้านยากจน พอมีอาจารย์จากปัญญาภิวัฒน์มาแนะแนว ทำให้มีความหวัง หนูได้ทุนการศึกษาที่นี่ ซึ่งมีการเรียนการสอนแบบ Work–Based Education จึงได้ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ตอนเรียนปี 2 ค่าครองชีพเริ่มสูง เงินเก็บจากงานพิเศษก็เริ่มหมด อาจารย์ได้แนะนำกองทุนเพื่อชีวิตแห่งการเรียนรู้ ที่ช่วยเหลือค่าครองชีพให้นักศึกษา ทำให้หนูดีใจมาก นอกจากนี้ หนูยังได้รับโอกาสอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ได้ไปฝึกงานที่ King Power ทำให้ได้ประสบการณ์ดีๆ มีรายได้ดีๆ และปีนี้หนูได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ Sias International University ด้วย ต้องขอขอบคุณซีพี ออลล์ ที่มีทุนการศึกษา มีกองทุนเพื่อชีวิตแห่งการเรียนรู้ ที่ดูแลชีวิตความเป็นอยู่เด็กด้อยโอกาสอย่างพวกหนู”