เห็นแล้วก็รู้สึกอิจฉาคนย่านปุณณวิถี ที่มีไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์แห่งใหม่อย่าง 101 The Third Place มาเปิดให้บริการ กับความตั้งใจที่ทางโครงการจะทำให้มันเป็นสถานที่ที่ 3 รองจากบ้านและออฟฟิศเพื่อให้ชาวปุณณวิเถี่ยนมารีแลกซ์ได้แบบเกือบจะทั้งวันทั้งคืน

เพราะนอกจากร้านอาหาร, ห้องสมุด, Co-Working Space, ร้านขายยา, คาเฟ่บอร์ดเกมส์ ความแตกต่างของ 101 The Third Place ก็คือการมีร้านที่เปิดแบบ 24 ชั่วโมง หรือกับบางร้านที่ขยายเวลาเปิดนานกว่าสาขาอื่นๆ

ทั้งยังมีบริเวณที่เปิดให้น้องหมาเข้ามาเดินเล่นด้วยได้ อีกทั้งภายในปี 2023 ก็จะทำทางเชื่อมต่อขยายไปยังเฟสที่ 2 ซึ่งมีลู่วิ่งและลู่จักรยานให้ใช้

โดย 101 Third Place ตั้งอยู่ในบริเวณของ True Digital Park ใกล้กับซอยสุขุมวิท 101 ที่ห่างจาก BTS ปุณณวิถีเพียงแค่ 400 เมตร ซึ่งความเจ๋งคือทันทีที่เดินออกมาจาก BTS ก็สามารถเดินบน Skywalk เข้ามาถึงตัวโครงการได้แบบไม่ต้องลงไปเดินร้อนๆ ตากแดดริมถนน

พูดไปก็คงจะไม่เห็นภาพ งั้นเอาเป็นว่าตาม Marketeer เข้ามาใน 101 The Third Place กันเลยดีกว่า

1

ถ้ามาด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็ Search Google Map ว่า 101 The Third Place แล้วขับตามมาได้ทันที ที่นี่เขามีที่จอดรถจำนวนมาก แต่ถ้าหากเดินทางมาด้วย BTS ก็ให้ลงสถานีปุณณวิถีแล้วมองหาป้ายทางออกที่ 6 ก็จะพบกับ Sky Walk ที่เดินเชื่อมเข้ามาในโครงการได้เลย

ความประทับใจคือแม้นี่จะเป็น Sky Walk ที่ทางโครงการสร้างไว้อำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า แต่ก็เป็นทางเดินที่เปิดให้สาธารณะใช้ได้ด้วยเช่นกัน

2

เดินตามทางมาเรื่อยๆ ก็จะพบกับป้ายโครงการ

3

เมื่อเดินเข้าไปข้างในก็จะพบกับพื้นที่มีลักษณะแปลกๆ ทีแรกนึกว่าน้ำพุก็เลยเดินหลบเพราะกลัวมันจะพุ่งขึ้นมา

แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ เพราะพอได้เดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่านี่คือแผ่น Pavegen ที่ให้คนเข้าไปเหยียบเล่นได้ และพลังจากเท้าของผู้คนก็จะเปลี่ยนเป็นพลังงานธรรมชาติที่นำไปใช้หมุนเวียนในโครงการ

คราวนี้ก็เวลาโมโหใคร ก็มาเหยียบที่แผ่น Pavegen แรงๆ ได้เลย ได้ทั้งระบายอารมณ์ ได้ทั้งพลังงานธรรมชาติด้วย

 

4

เพื่อทำให้เห็นว่าพลังจากฝีเท้าของทุกคนสามารถเปลี่ยนไปเป็นพลังงานที่นำไปใช้ในโครงการได้จริง ที่หน้าจอของ Pavegen ก็จะมีการเคลื่อนไหวเมื่อมีคนเหยียบลงไป

รวมถึงในจอก็จะแสดงข้อมูลการใช้พลังงานของส่วนต่างๆ ในโครงการอีกด้วย

5

ที่แรกที่เราตั้งใจมาก็คือส่วนของ Whizdom Society Co-Working Space ซึ่งเป็นห้องสมุดและ Co-Working Space กะว่าจะนั่งทำงานให้เสร็จแล้วค่อยออกมาหาอะไรกิน

โดยตัว Co-Working Space จะอยู่ด้านในที่หากใครมาไม่ถูกก็สามารถถามเจ้าหน้าที่แถวนั้นได้

ซึ่งก่อนจะถึงตัว Co-Working Space ก็จะพบกับสนามหญ้าขนาดใหญ่ที่ตรงกลางได้นำวัสดุเหลือใช้มาทำเป็นม้านั่ง

6

พอเดินขึ้นมาก็จะพบกับ Co-Working Space ที่มีบรรยากาศเอื้อต่อ Productivity ถ้าทำงานแล้วตาล้าๆ ก็สามารถมองออกไปนอกหน้าต่างพักสายตากับวิวต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ข้างนอกได้

7

หากทำงานง่วงๆ ที่นี่ก็มีมุมกาแฟเอาไว้คอยบริการ

8

โดย Whizdom Society Co-Working Space เป็นส่วนที่เปิดให้เข้ามาใช้บริการได้แบบฟรีๆ ตั้งแต่เวลา 09:00-22:00

9

หลังจากทำงานเสร็จ เราก็ออกมาหาของกินในส่วนของร้านค้า คือมันเยอะมากจนต้องเดินออกมาดูข้างหน้าว่ามีร้านอะไรบ้าง

10

แต่ไฮไลต์เด็ดๆ น่าจะอยู่ที่โซน 24 Hrs. Street กับร้านค้าที่เปิดแบบ 24 ชั่วโมง และเกือบ 24 ชั่วโมง

11

เริ่มด้วยร้านแรกคือ Red Fox ร้านนี้เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ที่มีทั้งบอร์ดเกม อาหาร เครื่องเดิมเปิดให้บริการทุกวันทุกเวลา

คราวนี้จะนั่งเล่นกี่เกม นานแค่ไหนก็ได้ทั้งนั้น

หรือถ้าไม่ได้เล่นบอร์ดเกม ร้านนี้เขาเปิดขายอาหารปกติทั่วไปด้วยเหมือนกัน

12

ต่อด้วยร้าน The Ale ที่เปิดให้คนมาแฮงก์เอาต์นั่งชิลล์กันได้เกือบจะทั้งวันทั้งคืน ไม่ต้องรอดึกก็ดื่มได้

และที่ชอบก็คือแม้ตัวร้านจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็มีมุมมากมายให้ถ่ายรูปเต็มไปหมด

ซึ่งถ้าได้ดูรูปด้านล่าง ก็จะเห็นว่าบรรยากาศตอนกลางวันและกลางคืนนั้นต่างกันมาก

13

มาถึงร้านยากรุงเทพกันบ้าง เป็นร้านยาที่เปิดให้บริการแบบ 24 ชั่วโมง เพราะรู้ว่าความไม่สบายเลือกเวลาเกิดไม่ได้

14

เดินไปเดินมาตั้งแต่สายๆ จนถึงค่ำ จะเห็นได้ว่าโซน 24 Hrs. Street นั้นตั้งใจตกแต่งให้พื้นที่ดูมีความสว่าง เพื่อทำให้ลูกค้าที่เข้ามารู้สึกไม่เปลี่ยวไม่ว่าจะมาเวลาไหนก็ตาม

15

ถ้าไม่มี Supermarket คงพูดว่าเป็น The Third Place อย่างเต็มปากเต็มคำไม่ได้ ภายในโครงการจึงมี Tops Supermarket ที่มีพื้นที่ใหญ่มากๆ เอาไว้บริการอีกด้วย

16

ถ้ามาช่วงกลางคืน ที่หลังคาก็จะมีไฟที่เปลี่ยนสีได้ เป็นสีสันยามค่ำคืนที่ทำให้ 101 The Third Place ไม่หลับใหล

17

อีกความประทับใจ ก็คือการที่โครงการมักจะใส่ใจกับเรื่องเล็กๆ น้อย แต่กลับทำให้เราประทับใจได้ไม่น้อยเลย

ตั้งแต่การติดตั้งเครื่องรีไซเคิลขวดพลาสติกที่หากนำขวดน้ำมาทิ้งในนี้ก็จะได้รับแต้มกลับไปเพื่อแลกซื้อของในโครงการ

จุดเก็บอุนจิน้องหมาที่มีถุงและถังขยะบริการไว้อย่างเรียบร้อย

หรือแม้แต่ Magazine ของโครงการ เป็น Free Copy ที่คราฟต์ทั้งอาร์ตเวิร์กและงานเขียนในนั้น

แม้เราจะอยู่ที่ 101 The Third Place แบบแทบจะทั้งวัน แต่ก็ยังมีอีกหลายบริเวณที่เดินไปไม่ครบ เก็บภาพไม่หมด เพราะด้วยร้านค้าที่มากมายและพื้นที่ของโครงการที่กว้างมากๆ

สมกับนิยามของความเป็น Third Place เป็นสถานที่ที่ 3 รองจากบ้าน และที่ทำงาน ที่ทำให้คนมาใช้พื้นที่และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้คนได้อย่างรอบด้าน

เห็นแล้วก็แอบอิจฉาคนย่านปุณณวิถีไม่ได้จริงๆ

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน