หนึ่งใน Category เกมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนั้นจะเป็นเกมในรูปแบบ Sandbox ซึ่งถ้าแปลออกมาจะเป็นคำว่า “กล่องทราย” ซึ่งเปรียบเสมือนพื้นที่ที่ผู้คนสามารถก่อสร้างปราสาททรายหรือจะคิดสร้างสรรค์ให้เกิดดินแดนอะไรก็ได้ในพื้นที่กล่องทราย โดยเกมในรูปแบบ Sandbox ในปัจจุบันมีเกมเด่นๆ อย่าง Minecraft, Sim City หรือแม้กระทั่ง Grand Theft Auto (GTA) ซึ่งเปิดให้ผู้เล่นสามารถสร้างสรรค์ หรือจะเป็นใครก็ได้ในโลกเสมือนจริง

ลาซาด้าบริษัทผู้บุกเบิกตลาด eCommerce ในอาเซียนได้นำคอนเซ็ปต์ของ Sandbox มาให้กับแบรนด์ที่ต้องการมีร้านค้าเป็นของตัวเองในรูปแบบ Virtual Shop (ร้านเสมือนจริง) โดยลาซาด้าไม่ได้กำหนดหรือให้ขอบเขตการสร้างสรรค์ร้านค้าแต่อย่างใด เพียงแต่ร้านค้าจะอยู่ในระบบ LazMall ซึ่งเป็นเหมือนห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่เปิดให้คนจากทั่วโลกสามารถแวะชมร้านค้าต่างๆ ที่สร้างขึ้นโดยแบรนด์

ลาซาด้า หนึ่งในบริษัท eCommerce ในรูปแบบ eMarketplace ที่อยู่ในตลาดอาเซียนมานานที่สุดเป็นระยะเวลา 7 ปี ปัจจุบัน ลาซาด้าเปิดให้บริการทั้งหมด 6 ประเทศได้แก่ ไทย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, มาเลเซีย และสิงคโปร์

ซึ่งล่าสุดได้มีการเปลี่ยนเก้าอี้ผู้บริหารจาก ลูซี่ เพง (Lucy Peng) ซึ่งย้ายไปเป็นประธานคณะกรรมการบริหาร และให้ คุณปิแอร์ ปัวยอง (Pierre Poignant) เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท คุณปิแอร์ ปัวยอง เข้ามาเป็น CEO ในช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งก่อนหน้านี้คุณปิแอร์ เคยดำรงตำแหน่งประธานฝ่ายปฏิบัติการ ดูด้านการบริการลูกค้า (Customer Service), ด้านระบบ supply chain และด้านการขนส่ง (logistics) บริษัท ลาซาด้า ตั้งแต่ปี 2012 ซึ่งเป็นปีที่ลาซาด้าได้เริ่มก่อตั้งขึ้น โดยมีบริษัท Rocket Internet ที่มี Headquarter ตั้งอยู่ที่ประเทศเยอรมนี เป็นบริษัทก่อตั้งและถูกซื้อไปโดยบริษัท Alibaba ไปในปี 2016

โดยลาซาด้าได้พูดถึงแนวทางการบุกธุรกิจในตลาดที่ยังถูกมองว่าไม่มีใครที่เป็น “เจ้า” ตลาดในกลุ่ม eCommerce จริงๆ และขนาดของตลาดที่ใหญ่แต่มี challenge ในเรื่องของความต้องการ เพราะในแต่ละประเทศนั้นก็มีความแตกต่างที่ต่างกันออกไป

ลาซาด้าก่อตั้งขึ้นในปี 2012 โดยบริษัท Rocket Internet โดยประกาศที่จะเป็น Amazon แห่งอาเซียน ซึ่งปัจจุบันตลาด e-commerce ในอาเซียนมีผู้เล่นหลักๆ ได้แก่ ลาซาด้า, Shoppee, JD Central, 11street และอีกมากมาย โดยลาซาด้ามี selling point ที่แตกต่างจากผู้เล่นอื่น ตรงที่ลาซาด้าเปิดให้บริการ LazMall ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ให้แบรนด์มีร้านขายของบน LazMall ซึ่งทำให้เหมือนกับแบรนด์ๆ นั้นสามารถมีร้าน virtual store และทำให้แบรนด์สามารถขายสินค้าตรงไปยังลูกค้า (ทำให้สินค้าน่าเชื่อถือมากขึ้นเพราะมาจากแบรนด์โดยตรง) ซึ่งลาซาด้าจะเก็บเป็นค่า commission (ค่านายหน้า) กับทุกครั้งที่เกิดการขายระหว่างแบรนด์กับลูกค้าขณะเดียวกัน ลาซาด้ายังให้ความสำคัญในด้านการให้บริการลูกค้า และสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ขาย ด้วยระบบ Logistic ที่มีพันธมิตรที่แข็งแกร่งมากกว่า 100 บริษัท ขณะที่ Lazada เองก็มีคลังสินค้ากระจายอยู่กว่า 31 แห่งทั่วอาเซียน รวมไปถึงระบบการชำระเงินที่ครอบคลุมทุกช่องทาง และ e-wallet ที่ทำงานร่วมกับสถาบันการเงินกว่า 40 แห่ง

LazMall ปรับโครงสร้างให้แบรนด์สามารถสร้างสรรค์และเพิ่มความเป็นร้านค้า ยกตัวอย่างแบรนด์ที่ไม่มีช่องทางขาย offline และ มุ่งไปยัง online เลย อย่างแบรนด์ COOCAA แบรนด์โทรทัศน์ที่เป็น partner กับลาซาด้าและสร้างร้านค้าผ่าน LazMall ซึ่งทำให้ COOCAA สามารถสร้างผู้ติดตามแบรนด์ได้โดยไม่ต้องมีหน้าร้าน

LazMall มีความตั้งใจที่จะทำให้การซื้อสินค้าออนไลน์เป็นเสมือนแพลตฟอร์ม โซเชียล มีเดีย เพราะแต่ละแบรนด์ก็จะมีปุ่ม follow ซึ่งทำให้ผู้ซื้อสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของแบรนด์ได้ตลอด

สำหรับ LazMall ในประเทศไทยนั้น 3 category ที่คนไทยให้ความสนใจมากที่สุดได้แก่มือถือเป็นที่ 1, ที่ 2 เครื่องสำอาง, ที่ 3 สินค้าแม่และเด็ก คุณ จิง ยิน ประธานกรรมการของ ลาซาด้า กรุ๊ป กล่าวว่า “ตั้งแต่มีการเปิดตัว LazMall ในปี พ.ศ. 2561 ลาซาด้าได้เห็นแบรนด์คู่ค้ารายแรกๆ ของเราเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงต้องการมอบสิทธิประโยชน์ของ LazMall นี้ให้กับแบรนด์และผู้ขายรายอื่นๆ ด้วย เพราะต้องการบ่มเพาะให้สามารถเติบโตไปพร้อมกับลาซาด้าอย่างยั่งยืนและประสบความสำเร็จในฐานะธุรกิจออนไลน์” โดยลาซาด้ามีการให้พื้นที่แบรนด์ในการเปิดร้านผ่าน LazMall รวมถึงการให้บริการระบบ Big-Data ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนาวิธีการทำธุรกิจในอนาคต ปัจจุบัน LazMall ในประเทศไทยมีแบรนด์ที่มีร้านค้าเป็นของตัวเองอยู่ทั้งหมด 450 แบรนด์


โจทย์ท้าทายของลาซาด้านั้นจะเป็นในเรื่องของการปรับตลาดให้เข้ากับภูมิภาคอาเซียน ที่มีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งล่าสุด ลาซาด้ามีการเปิดตัว LazSocial ในประเทศไทย ซึ่งเป็นการขายของผ่านช่องทางไลฟ์วิดีโอ โดยคนดูนั้นไม่ต้องออกจากแอปฯ ของลาซาด้าก็สามารถซื้อของได้ เหมือนกับการขายของผ่านการไลฟ์เฟสบุ๊กและลูกค้าที่สนใจก็เพียงแค่ส่งข้อความส่วนตัวไปยังผู้ขาย

รวมถึงประเทศอื่นๆ ในอาเซียนที่มีความต้องการที่แตกต่างกันออกไป ทั้งความสนใจของสินค้าที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงการขนส่งที่ในแต่ละภูมิประเทศมีความแตกต่างกัน แต่สำหรับลาซาด้าแล้ว 7 ปีที่เข้ามาในตลาด eCommerce ในภูมิภาค และไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนแรงลง ถึงแม้ว่าจะมีผู้เล่นใหม่เข้ามาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ก็แสดงให้เห็นถึงพลังและศักยภาพของบริษัท eCommerce ที่ต้องการจะเจาะสู่ตลาดที่กำลังจะลืมตาสู่โลกแห่ง eCommerce แบบเต็มตัว



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer