สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ Digital Advertising Association (Thailand) (DAAT) ร่วมกับ กันตาร์ ประเทศไทย บริษัทวิจัยชั้นนำ สำรวจมูลค่าเม็ดเงินลงทุนผ่านสื่อดิจิทัลเป็นประจำทุกปี พบว่าการใช้จ่ายผ่านสื่อดิจิทัลมีมูลค่าสูงถึง 17,000 ล้านบาทในปี 2561 คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 36% จากมูลค่า 12,400 ล้านบาท ในปี 2560

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ (2,361 ล้านบาท) กลุ่มการสื่อสาร (1,925 ล้านบาท) กลุ่มสกินแคร์ (1,454 ล้านบาท) กลุ่มเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ (1,148 ล้านบาท) และกลุ่มธุรกิจธนาคาร (1,080 ล้านบาท) เป็น 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่ลงเงินในการโฆษณาดิจิทัลมากที่สุดในปี 2561 ที่ผ่านมา
ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการใช้เม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลเพิ่มเป็นมูลค่าสูงที่สุดในปี 2561 เทียบจากปี 2560 คือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์มีค่าใช้จ่าย 585 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 114% ตามด้วยกลุ่มร้านค้าปลีก ที่มีค่าใช้จ่าย 701 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 111%
สำหรับมูลค่าเม็ดเงินลงทุนผ่านสื่อดิจิทัลในปี 2562 นี้ สมาคมโฆษณาดิจิทัลฯ และ กันตาร์ ประเทศไทย คาดการณ์ว่ากลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่จะลงทุนในสื่อดิจิทัลมากที่สุด 5 ลำดับแรกนั้นจะยังคงเป็นอุตสาหกรรมเดิม ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ (2,783 ล้านบาท) กลุ่มการสื่อสาร (2,115 ล้านบาท) กลุ่มสกินแคร์ (1,753 ล้านบาท) กลุ่มธุรกิจธนาคาร (1,396 ล้านบาท) และกลุ่มเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ (1,239 ล้านบาท)

อุตสาหกรรมกลุ่มค้าปลีกจะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดการณ์ว่าเติบโตขึ้นในอัตราที่สูงที่สุดในปี 2562 โดยจะเติบโตมากขึ้น 47% คิดเป็นเม็ดเงิน 1,029 ล้านบาท ตามด้วยกลุ่มธุรกิจธนาคารที่ถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตมากขึ้น 29% คิดเป็นมูลค่า 1,396 ล้านบาท

คุณศิวัตร เชาวรียวงษ์ นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ได้ให้ความเห็นว่าการเติบโตของการโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลในปีที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นผลมาจากการที่ผู้บริโภคหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านทางสื่อดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังเป็นผลมาจากการที่ผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (e-commerce) ที่เพิ่มมากขึ้น
อีกทั้งการที่นักการตลาดเห็นโอกาสในการเรียนรู้ถึงความต้องการและพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคผ่านข้อมูลจากช่องทางดิจิทัลต่างๆ ได้มากขึ้น และนำเอาความรู้นั้นมาใช้ในการปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มยอดขาย ทำให้สื่อดิจิทัลให้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าสำหรับนักการตลาด ทั้งผลตอบแทนเกี่ยวกับการรับรู้ตราสินค้า ความผูกพันในตราสินค้าและยอดขาย ซึ่งการเติบโตนี้จะยังคงมีความต่อเนื่องไปในปี 2562 อีกด้วย
แพลตฟอร์มระดับโลกอย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) ยูทูบ (YouTube) และเสิร์ช (Search) ยังคงเป็นแพลตฟอร์มหลักที่แบรนด์ต่างๆ เลือกใช้ในการสื่อสารกับผู้บริโภคตามจุดสัมผัส (Touch points) ต่างๆ บนช่วงวิถีของผู้บริโภค (Customer Journey) คิดเป็นสัดส่วนเงินลงทุนประมาณร้อยละ 60 ของเงินลงทุนในโฆษณาทั้งหมด

ครีเอทีฟ (Creative) เสิร์ช (Search) และไลน์ (Line) เป็นแพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์ที่เติบโตสูงที่สุดในปี 2561 ที่ผ่านมาในอัตราร้อยละ 60, 61 และ 90 ตามลำดับ
ดร.อาภาภัทร บุญรอด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กันตาร์ อินไซท์ ประเทศไทย ให้ความเห็นว่าการเติบโตของเสิร์ช (Search) นั้นสอดคล้องกับข้อมูลจากการทำวิจัยของกันตาร์ที่พบว่าผู้บริโภคในปัจจุบันมักจะทำการค้นคว้าหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า และบริการต่างๆ เสิร์ชจึงมีความสำคัญในฐานะแหล่งข้อมูลที่พร้อมเสิร์ฟข้อมูลและสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคตลอดเวลา (Always-o
คาร์ลอส โดมินเกส ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อ กันตาร์ อินไซท์ ประเทศไทย กล่าวว่า การลงทุนในการตลาดดิจิทัลยังคงเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่กลยุทธ์ทางการตลาดปรับเปลี่ยนไปอย่างไม่หยุดนิ่ง จากที่เน้นเรื่องการกระจายข้อมูลเปลี่ยนไปเป็นการสร้างบทสนทนา จาก Lead Generation ไปเป็นการสร้างความสัมพันธ์ ระบบนิเวศดิจิทัลของไทยเดินทางมาถึงจุดที่มีความสมบูรณ์มากขึ้น ดังนั้น การเชื่อมโยงระหว่างส่วนต่างๆ จึงสำคัญยิ่ง ในปี 2561 เราได้เห็นว่านักการตลาดเริ่มเชื่อมต่อกิจกรรมการตลาดดิจิทัลในด้านต่างๆ อย่างครบวงจร
รายงานมูลค่างบโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลเป็นรายงานที่บริษัท กันตาร์ ทีเอ็นเอส (ประเทศไทย) และสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ร่วมกันทำอย่างต่อเนื่องทุกปี ปีละ 2 ครั้ง รายงานมูลค่างบโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัล ฉบับต้นปี 2562 นี้ ทำการสำรวจผ่านดิจิทัลเอเยนซีชั้นนำของเมืองไทยทั้ง 40 แห่ง จะเปิดเผยข้อมูลการใช้งบประมาณกับสื่อดิจิทัลของสินค้าและบริการต่างๆ ในหลากหลายมิติ ทั้งมิติของประเภทอุตสาหกรรม มิติของประเภทสื่อดิจิทัล และได้รวบรวมมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญสื่อดิจิทัลระดับประเทศ และทิศทางของสื่อดิจิทัลในอนาคต ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักการตลาด นักโฆษณา และผู้ที่สนใจในสื่อดิจิทัล
–
