ตลาด Built-to-Suit ยังโตได้! “เฟรเซอร์ส” ลงทุนเอง 1.1 พันล้าน ปิดดีลศูนย์กระจายสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิให้ “ฮาวี” กินค่าเช่ายาว 19 ปี

โสภณ ราชรักษา ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เฟรเซอร์สเดินหน้าพัฒนาและส่งมอบศูนย์กระจายสินค้าแบบควบคุมอุณภูมิ (Cold Chain Warehouse) เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เพิ่มศักยภาพด้านการดำเนินงานและลดค่าใช้จ่ายด้านซัปพลายเชนของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

โดยล่าสุดได้ร่วมกับฮาวี ลอจิสติกส์ (ประเทศไทย) พัฒนา Cold Chain Warehouse แห่งใหม่แบบ Built-to-Suit แบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 เฟส โดยเฟสแรกจะมีพื้นที่อาคารรวมกว่า 30,000 ตารางเมตร แล้วเสร็จต้นปี 2563 ซึ่งเฟรเซอร์สลงทุนเองทั้งหมด 1,100 ล้านบาท ทั้งตัวอาคารและอุปกรณ์ภายใน โดยจะเก็บกับฮาวีเป็นค่าเช่า ด้วยสัญญาเช่าระยะยาว 19 ปี

ขณะที่ในปีงบประมาณ 2562 เฟรเซอร์สตั้งเป้าพัฒนาพื้นที่แบบ Built-to-Suit รวมเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 120,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับความต้องการใช้งานของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น

โสภณกล่าวต่อว่า “การทำศูนย์กระจายสินค้าแบบ Built to suit รูปแบบใหม่ ที่นำโชลูชั่นแบบครบวงจรเข้ามาใช้ทำให้ลูกค้าอยู่กับเราได้ยาวและอยู่กับเราตลอด เพราะเราเหมือนแซนด์วิชที่เป็นผู้พัฒนาอยู่ตรงกลาง ค่าก่อสร้างขึ้นทุกปี ราคาที่ดินก็ขึ้น ลูกค้ามาร์จิ้นน้อย ผู้พัฒนาอย่างเราจึงต้องหามุมมองอย่างอื่นให้ดีขึ้น ลูกค้าที่จะมาซื้อก็ต้องมั่นใจว่าทีมงานของเฟรเซอร์สจะอยู่ด้วยตลอดเวลา”

โสภณยังกล่าวต่ออีกว่า หลังจากนี้เฟรเซอร์สเตรียมปิดดีลกับลูกค้ารายใหม่เร็วนี้ๆ โดยมีพื้นที่มากกว่า 30,000 ตารางเมตร

ด้านฐิติมา บัณฑราภิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮาวี ลอจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้เหตุผลหลักที่เลือกเฟรเซอร์สเป็นผู้พัฒนาศูนย์กระจายสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมินั้นคือ “โลเคชั่น” ที่ดี ซึ่งเป็นทำเลที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ และจากประสบการณ์ของเฟรเซอร์สที่ผ่านมาว่าเป็นผู้ที่มีความชำนาญพัฒนาพื้นที่แบบ Built to Suit จริง

ขณะที่ราคานั้นเป็นราคาที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด ซึ่งได้เซ็นสัญญาระยะยาวเพื่อที่ฮาวีจะสามารถบริหารงบประมาณได้อย่างชัดเจน เพื่อทำให้ต้นทุนไม่สูงมากนัก

ฐิติมากล่าวต่อว่า ฮาวีตั้งเป้าอย่างน้อยจะต้องมีลูกค้าใหม่เข้ามาปีละ 1 ราย กลุ่มลูกค้าจะเป็นเชนร้านอาหารที่มีสาขาอย่างน้อย 20 สาขาขึ้นไป

ปัจจุบันฮาวีให้บริการบริษัทชั้นนำด้านอาหารและเครื่องดื่มอย่าง ยัม, เคเอฟซี, ซับเวย์, โออิชิ, เซน

โดยศูนย์กระจายสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิแห่งใหม่นี้จะเริ่มใช้กับเคเอฟซีในส่วนที่เป็นของไทยเบฟเวอเรจก่อนที่จะรุกไปประมูลงานอื่นๆ รวมถึงแบรนด์ในเครือด้วย

ทั้งนี้ ไทยเบฟเวอเรจถือหุ้นในเฟรเซอร์ส 40.07 เปอร์เซ็นต์ และถือหุ้นในฮาวี 75 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ด้านบทบาทของฮาวี ลอจิสติกส์ กับไทยเบฟ โลจิสติกส์ นั้นแบ่งกันอย่างชัดเจนคือ ไทยเบฟ โลจิสติกส์ จะเป็นการกระจายสินค้าให้กับเอเยนต์ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มสินค้า FMCG แต่ฮาวี ลอจิสติกส์ จะเน้นทางด้านธุรกิจอาหารที่ไทยเบฟยังไม่มี



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer