“SCG”  ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เคมิคอลส์ แพ็กเกจจิ้ง ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก

มีตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ที่มีรายได้รวมปี’61 อยู่ที่ 505,307 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 44,748 ล้านบาท

โดยในจำนวนนี้เป็นรายได้จากกลุ่มธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง 36%

“เอสซีจี โลจิสติกส์” หนึ่งในกลุ่มธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง มีจุดเริ่มต้นในปี 2540 ที่ตอนนั้นเป็นเพียงหน่วยงานสนับสนุนการขนส่งให้กับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)

มาในวันนี้ “เอสซีจี โลจิสติกส์” คือ ทอปแบรนด์ที่ให้บริการด้านโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าอย่างเต็มรูปแบบทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ปี’61 มีรายได้กว่า 15,000 ล้านบาท และกำไรกว่า 111 ล้านบาท

ล่าสุด เอสซีจี โลจิสติกส์ จับมือ สตาร์ทอัพ MyCloud Fulfillment เสริมแกร่งให้กับบริการ Fulfillment by SCG Logistics รองรับตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตต่อเนื่อง

ทรานส์ฟอร์มสู่ Digital Driven Logistics Company

ก่อนหน้านี้เอสซีจี โลจิสติกส์ ประกาศเสริมทัพธุรกิจในรูปแบบ Digital Driven Logistics ด้วยการนำเทคโนโลยีและดิจิทัลที่นำสมัยมาใช้ในกระบวนการให้บริการตลอดทั้ง Supply Chain

อาทิ Object Recognition, Robotic Process Automation (RPA), Chatbot เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพตลอดกระบวนการทำงาน

การจับมือกับ MyCloud ครั้งนี้จึงเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ที่มาเติมเต็มให้กับตลาดธุรกิจ fulfillment หรือการจัดเก็บสินค้า บรรจุหีบห่อ และจัดส่งให้แข็งแกร่งมากขึ้นด้วยระบบที่สามารถวิเคราะห์ (Data Analysis) เพื่อเจาะลึกถึงความต้องการของลูกค้า

ไพฑูรย์ จิรานันตรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า เอสซีจี โลจิสติกส์ มีธุรกิจค่อนข้างหลากหลาย โดยคราวนี้จะเน้นอีคอมเมิร์ซมากขึ้น การที่จะโตในตลาด fulfillment เพื่อที่จะรองรับตลาดอีคอมเมิร์ซที่มีมูลค่า 3.1 ล้านล้านบาท เราก็ต้องเอาดิจิทัลเข้ามาจับ

“เอสซีจีจะเป็นแบบถ้าเราเก่งอะไรเราจะทำด้วยตัวเอง แต่ถ้าเราทำไม่เก่งเราจะหาพาร์ตเนอร์ เพื่อที่เราจะทำไปพร้อมกัน มันเลยเป็นที่มาที่ไปในการมีพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจที่ดี”

โดยโฟกัสที่ลูกค้าที่เป็นกลุ่มเอสเอ็มอี ซึ่งไม่เฉพาะแค่ลูกค้ารายใหญ่ แต่ยังรวมถึงลูกค้ารายกลาง และรายเล็กด้วย

ทั้งนี้ ตั้งเป้ารายได้กลุ่มธุรกิจ Fulfillment สิ้นปี 2562  อยู่ที่ 100 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ล้านบาทในอีก 5 ปีข้างหน้า

ร่วมมือกันไปได้ไกลกว่า

นิธิ สัจจทิพวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท MyCloud Fulfillment กล่าวว่า การร่วมมือกับเอสซีจีช่วยให้สตาร์ทอัพ MyCloud ได้รับคำแนะนำด้านธุรกิจ ทำให้สามารถเติบโตได้ดียิ่งขึ้น และด้วยการใช้ความเชี่ยวชาญและการพัฒนาด้านนวัตกรรมของทั้งสองบริษัท

ทั้งคลังสินค้าที่ทันสมัย ระบบขนส่งที่สามารถส่งสินค้าได้หลากหลายรูปแบบและทุกขนาดของเอสซีจี

ประกอบกับ MyCloud นำระบบต่างๆ มาช่วยในการจัดการ เช่น Stock Allocation และ  Demand Forecast จะช่วยทำให้ลูกค้าสามารถนำข้อมูลเชิงลึกไปใช้วางแผนทำธุรกิจในด้านต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น

จุดแข็งของ MyCloud มี 2 เรื่อง คือ MyCloud สามารถทำได้หลายช่องทาง และสามารถ customize ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละคนได้

เพราะฉะนั้นถ้าให้เปรียบเทียบเอสซีจีจะเป็นเหมือนฮาร์ดแวร์ ส่วน MyCloud จะเป็นเหมือนซอฟต์แวร์ที่รวมพลังกันแล้วทำให้ธุรกิจไปได้เร็วกว่า

 

และหากถามว่าทำไมถึงมีผู้เล่นมากมายกระโดดเข้ามาในตลาดเพื่อชิงแชร์นี้

คงเป็นเพราะตลาดธุรกิจโลจิสติกส์มูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท นั้น แม้แข่งกันเดือด แต่รายได้ยังหอมหวาน

ส่วน “เอสซีจี โลจิสติกส์” จะติดปีกอาวุธและพาธุรกิจโลจิสติกส์ไปไกลมากน้อยแค่ไหนคงต้องรอดูนับจากนี้



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer