5 เดือน “เอ-ไทม์” โตตามเป้า แม้โฆษณาวิทยุติดลบ 5% ชูโมเดล 360 องศา ต่อยอดคอนเทนต์ ‘วิทยุ’ กระจายทุกแพลตฟอร์ม มั่นใจสิ้นปีโต 10%

สมโรจน์ วสุพงศ์โสธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มูลค่าตลาดโฆณาวิทยุในปี 2562 (5 เดือนแรก) เติบโตติดลบ 5% คิดเป็นมูลค่า 1,758 ล้านบาท จากปี 2561 ที่ 1,848 ล้านบาท

สาเหตุที่มูลค่าตลาดตกลง สมโรจน์ มองว่ามาจากแบรนด์ที่ต้องการโฆษณาที่สามารถหวังผลในเชิงยอดขาย ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคนิยมใช้หลายแพลตฟอร์มมากขึ้น แบรนด์จึงต้องการเข้าถึงผู้บริโภคในทุกช่องทางไม่ใช่แค่วิทยุ

อย่างไรก็ตาม เทคนิคการโฆษณาแบบไทอิน (Tie-in) ยังคงเป็นจุดแข็งของสื่อวิทยุที่สามารถทำได้อย่างแนบเนียน

สมโรจน์กล่าวอีกว่า ช่วงไตรมาส 1 จะมีเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัวจากการเลือกตั้ง ทำให้แบรนด์ตัดสินใจเลื่อนการใช้จ่ายทางการตลาด แต่รายได้ของบริษัทในเดือน ม.ค.-พ.ค. ยังเป็นไปตามเป้าหมายทั้งรายได้จาก ‘วิทยุ’ และ ‘คอนเสิร์ต’ แบ่งเป็นสัดส่วนรายได้จากวิทยุ 70% คอนเสิร์ตและอีเวนต์ 30%

สมโรจน์กล่าวถึงแผนงานในปี 2562 ว่า บริษัทจะใช้กลยุทธ์ Media Transformation เน้นการต่อยอดคอนเทนต์จากวิทยุสู่ซีรีส์ และคอนเทนต์อื่นๆ เพื่อตอบรับลูกค้าที่ต้องการโฆษณาในแพลตฟอร์มผสม

สมโรจน์กล่าวอีกว่า บริษัทจะขยับไปสู่โมเดล “A-Time Media Solutions 360 องศา” โดยใช้ประโยชน์จากความหลากหลายของแพลตฟอร์ม ตั้งแต่วิทยุ ซีรีส์ ละคร พอดแคสต์ อีเวนต์ และคอนเสิร์ต เพื่อผลิตคอนเทนต์เข้าถึงผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด

สมโรจน์กล่าวอีกว่า บริษัทจะสร้างคอนเทนต์ของรายการวิทยุที่มีฐานผู้ฟังอย่างแข็งแรง เช่น แฉข่าวเช้า, Club Friday, จันทร์ช็อคโลก และ พุธทอล์คพุธโทร ซึ่งมียอดวิวรวมสูงถึง 200 ล้านวิว และอาจต่อยอดไปสู่รูปแบบ Online Exclusive Content ต่างๆ

โดย “เอ-ไทม์” ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% ภายในปี 2562

“ความท้าทายคือการสร้างคอนเทนต์จากวิทยุไปสู่แพลตฟอร์มอื่นๆ วันหนึ่งอาจเห็นคอนเทนต์เอไทม์อยู่บนทีวีเกือบทุกอัน” สมโรจน์เสริม

ปัจจุบัน “เอไทม์” มีธุรกิจวิทยุในเครือ ได้แก่ กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม, อีเอฟเอ็ม 94 และ ชิล ออนไลน์ รวมผู้ฟังกว่า 16 ล้านราย ใช้เวลาฟังเฉลี่ย 52 นาทีต่อวัน

โดยธุรกิจวิทยุที่ทำรายได้มากที่สุดคือ Greenwave เจาะกลุ่มผู้ใหญ่ เน้นคอนเทนต์มีสาระสำคัญ เช่น สิ่งแวดล้อม การกุศล ฯลฯ

ส่วน EFM มีคาแรกเตอร์เป็นเพื่อนคุย สนุก ตลก อารมณ์ดี ร่วมสมัย เจาะกลุ่มวัยรุ่น

ขณะที่ Chill Online เจาะกลุ่มคนทำงาน เน้นเปิดเป็นเพื่อนทำงาน มีเรื่องราวออฟฟิศ กิน ดื่ม เที่ยวและช้อปปิ้ง

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนจะปั้น ‘ดีเจหน้าใหม่’ เพิ่มขึ้นมาในเอไทม์ โดยต้องเป็นคนที่มีความสามารถครอบคลุมทุกด้านเพื่อสามารถต่อยอดเป็นคอนเทนต์อื่นๆ

“ยุคนี้มีสตรีมมิ่งเพลง คนก็ยังฟังวิทยุ เพราะว่าบางทีคนเราฟังเพลย์ลิสอย่างเดียวมันเหงา แต่วิทยุเป็นได้ทั้งที่ฟังเพลง ดีเจที่เป็นเพื่อนคุย มีข่าวให้ฟัง” สมโรจน์ทิ้งท้าย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน