“ข้าวผัดมังกรทอง” จากเรื่องราวความผูกพันอันแสนอร่อย สู่กลยุทธ์รีแบรนด์ ภูเขาทอง

“เยาวราช” ย่านไชน่าทาวน์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในประเทศ มีประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น คราคร่ำไปด้วยลูกหลานไทย-จีน มีวัฒนธรรม มีประเพณีที่สืบเนื่องมาอย่างยาวนาน เป็นย่านการค้า ร้านอาหารจีนเลิศรสและห้างขายทองชื่อดังที่สุดในประเทศ

หากถ้าพูดถึงประเพณีตรุษจีน ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรามักจะนึกถึงเยาวราชเป็นอันดับแรก ส่วนตัวผู้เขียนในฐานะลูกหลานเชื้อสายไทย-จีน ต้องบอกว่าเป็นแฟนคลับงานตรุษจีนที่เยาวราช คือพ่อแม่พาไปตั้งแต่เด็ก จนโตก็ควงแฟนไป ต่อไปมีลูกก็ต้องยกโขยงครอบครัวไปกัน

 

ภาพที่คุ้นชินตาไม่ว่าจะเป็นการแสดงเชิดมังกร และการแสดงสิงโตบนเสาดอกเหมยที่หาชมได้ยาก พร้อมการจัดตกแต่งบริเวณงานด้วยโคมมงคล ล้วนเป็นภาพชินตาแต่แปลกตรงที่เราไม่เคยเบื่อเลย แต่กลับสนุกและรอคอยให้วนมาถึงอีกครั้ง

มากกว่าความสนุกมันคือความผูกพันนั่นเอง ที่เป็นคำตอบให้เราและอีกหลายๆคนมารวมกันที่นี่ทุกปี

ปีนี้ทาง“ซอสภูเขาทอง”เชื้อเชิญกองบรรณาธิการ Marketeer ไปร่วมสังเกตการณ์ด้วย ซึ่งจริงๆผู้เขียนตั้งใจจะไปอยู่แล้ว ไม่ต้องคิดให้เสียเวลา อาสารับคำทันที

ร่ำรวย โชคดี ปีหมาทอง 

ใครได้ไปวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา จะเห็นว่าถนนเยาวราชตั้งแต่วงเวียนโอเดียนถึงแยกลำพูนไชย นั่นผู้คนหนาแน่นตั้งแต่ช่วงบ่ายสามโมง ภายในงานนอกจากมีบูธแสดงสินค้าและจำหน่ายอาหารเมนูมงคลต่างๆ สำหรับปีนี้ต้องบอกว่าพิเศษมากๆ โดยทางบริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) หรือที่เรารู้จักกันดี “ภูเขาทอง” อาสาเป็นสปอนเซอร์หลักในการจัดงานด้วย โดยใช้ธีม “ร่ำรวย โชคดี ปีหมาทอง”

มีบูธมากมายสองข้างทาง ทั้งองค์กรต่างๆที่มาประชาสัมพันธ์สร้างแบรนด์ มาขายสินค้าอุปโภคบริโภค หมวดธนาคาร หรือด้านการแพทย์ ซึ่งบูธไทยเทพรส เองก็ได้รับความสนใจมาก โดยเฉพาะไอศกรีมรสซอสภูเขาทอง! ที่หลายคนรวมทั้งเราเองก็ไปต่อคิวซื้อด้วย โดยมีการติดแผ่นทองที่ยอดไอศกรีมให้เหมือนภูเขาทอง ไม่ใช่แค่คิดเรื่องไอศกรีมมาคุยกับกลุ่มคนใหม่ๆ แต่แอบถ่ายทอดสัญลักษณ์ของแบรนด์ผ่านไอศกรีมอีกด้วย

 

จนเวลาประมาณ 3 โมงเศษๆ ถึงคิวไฮไลต์สำคัญของปีนี้ กับการโชว์ผัด “ข้าวผัดมังกรทอง” ซึ่งเป็นข้าวผัดกระทะยักษ์ จัดหนักโดยซอสภูเขาทอง ที่ทำการผัดโดยเชฟกระทะเหล็ก ร่วมกับผู้บริหารจากไทยเทพรส ผู้บริหารบิ๊กซี นายกสมาคมแต้จิ๋ว และผอ.เขตสัมพันธวงศ์ เสร็จแล้วแจกให้ผู้มาร่วมงานจำนวน 1,000 จาน ร่วมชิมของอร่อย รับปีจอทองร่วมกัน

 

ข้าวผัดมังกรทอง มากกว่าความอร่อยคือเรื่องราวความผูกพัน

ข้าวผัดมังกรทองได้ถูกรังสรรค์ขึ้นโดย “เชฟป้อม” เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย เพื่อแสดงถึงความผูกพันระหว่าง คนไทยเชื้อสายจีน กับ ซอสตราภูเขาทอง ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังอาหารหลายๆ จาน ในย่านถนนมังกรแห่งนี้

ความพิเศษของเมนูกระทะยักษ์นี้ เริ่มจากการนำวัตถุดิบชั้นดี เช่น เนื้อปู กุ้งแชบ๊วย อโวคาโด ก้านคะน้าฮ่องกง ถูกนำมาผัดในข้าวผัดโดยใช้ไข่ ถึง 3 ชนิด ซึ่งมีความหมายถึงความมั่งคั่งและรุ่งเรืองของชาวไทยเชื้อสายจีนดังนั้น เรียกได้ว่านอกจากความอิ่มอร่อยแล้ว ภูเขาทองได้เสิร์ฟความเป็นมงคลประเดิมต้นปีอีกด้วย

 

ที่มาของชื่อความผัดมังกรทองคือความสัมพันธ์ของย่านเยาวราช(ถนนมังกร) กับ ซอสตราภูเขาทอง = มังกรทอง

 

ได้ทั้งความอร่อย ความสุข และเฮงๆตลอดปี

 

ความสุขที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

และเบื้องหลังของข้าวผัดมังกร ทองจานนี้ที่ขาดไม่ได้ คือ ซอสปรุงรสตราภูเขาทองและ ซอสพริกศรีราชาพานิชที่ทำให้ข้าวผัดทุกจานมีกลิ่นหอมและรสชาติอร่อยกลมกล่อม

งานนี้ได้รับความสนใจมากๆ ซึ่งทันทีที่ผัดเสร็จ 1000 จานก็แจกหมดภายในไม่กี่นาที!

ท่ามกลางความสุขของทุกคน ถึงแม้อากาศจะร้อน แต่ก็ปรากฏรอยยิ้มทั้งเด็กผู้ใหญ่ที่แจกกันเกลื่อนในถนนเยาวราช โดยเฉพาะบริเวณหน้าเวที ถือเป็นความสำเร็จของไทยเทพรสในการเป็นสปอนเซอร์หลักในปีนี้ นอกจากการนำสินค้าราคาพิเศษ พร้อมกับโปรโมชั่นที่หาไม่ได้จากงานอื่นให้หลายคนหิ้วกลับบ้านแล้ว ยังเป็นการมอบประสบการณ์ที่ดีระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ซึ่งนี่เป็นเป้าหมายสำคัญของการรีแบรนด์ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

นอกจากเก็บภาพความประทับใจบรรยากาศในงานแล้ว เราได้พูดคุยกับ บัญชา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) เรื่องแบรนด์ดิ้งและกลยุทธ์การตลาดของไทยเทพรสในปีนี้ด้วย

บัญชา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน)

เพราะทุกจานมีเรื่องเล่า

ด้วยอายุแบรนด์ 63 ปี อีกทั้งเป็นสินค้าที่อยู่ในครัวปรุงอาหาร ทำให้ Image ของแบรนด์ “ซอสภูเขาทอง” ดูเป็นแบรนด์เก่าแก่มีระยะห่างไกลจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพราะส่วนใหญ่คนที่จะหยิบจับก็ต้องเป็นพ่อครัวแม่ครัวหรือพ่อบ้านแม่บ้านเท่านั้น ซอสจึงถูกมองว่าเป็นสินค้าที่อาจไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสื่อสาร Branding ไปยังกลุ่มวัยรุ่น แต่…ไม่ใช่กับซอสภูเขาทอง

“เหตุผลที่เราต้องการสื่อสารกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพราะเชื่อว่าพอเขาเติบโตมีครอบครัวไป เขาจะเลือกซอสภูเขาทองเป็นตัวเลือกแรกๆ ในการปรุงอาหารรับประทานที่บ้าน หรือจะเหยาะซอสเพิ่มรสชาติในการรับประทานอาหารให้อร่อยถูกปากมากขึ้น”เขาอธิบาย

เป้าหมายรีแบรนด์ คือการส่งต่อการรับรู้แบรนด์จาก Gen หนึ่ง ไปสู่อีก Gen หนึ่ง

ทำอย่างไรที่จะรีเฟรชของที่ดูเก่าให้ร่วมสมัย ทำอย่างไรจะสร้างสตอรี่กับผลิตภัณฑ์ซอสได้ ถ้าพูดถึงซอสแล้วนึกถึงอะไร เป็นที่มาของเมสเซส “เพราะทุกจานมีเรื่องราว” ที่รันในปีก่อน ในรูปแบบวิดีโอหนังสั้นซึ่งมีหลายเรื่องที่ได้รับการแชร์ในโลกโซเชียล

โดยส่วนตัวผู้เขียนดูแล้วชอบมาก เมสเซสที่แบรนด์ต้องการสื่อ คืออาหารไม่ใช่แค่ของกินแล้วอิ่มกายเท่านั้น แต่สะท้อนความผูกพัน สะท้อนเรื่องราวต่างๆได้  เพราะการทำอาหารให้ออกมาดีได้ไม่ใช่แค่ฝีมือเท่านั้น แต่เป็นการใช้หัวใจทำด้วย อาหารจึงเป็นสื่อกลางของความรัก และซอสภูเขาทองคือตัวช่วยสำคัญที่จะส่งมอบความรักของคุณผ่านรสชาติอาหารที่ดียิ่งขึ้น

ความสุขที่กำลังถูกส่งต่อ

เพราะรสชาติที่ดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องมาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่ทันสมัยด้วย โดยการปรับเปลี่ยนแพคเกจจิ้งซอสปรุงรสต่างๆ ภายใต้แบรนด์ภูเขาทองให้ดูทันสมัยมากขึ้นกว่าในอดีต อาทิเช่น ซอสปรุงรสอาหาร,ซอสหอยนางรม, ซอสพริก อีกด้วย ทั้งหมดเพื่อสร้างความร่วมสมัยมากขึ้นนั่นเอง

 

จากตลาดค้าปลีกซอสปรุงรสในปี 2017 ที่โตขึ้นประมาณ 2% ตัวเลขอาจจะดูไม่เยอะมากเนื่องจากตลาดกลุ่มนี้ค่อนข้างเสถียรอยู่แล้ว สำหรับภูเขาทองเองผู้บริหารเล่าว่ามีเติบโตมากกว่าตลาดรวมเล็กน้อย ซึ่งก็มาจากการสร้างทั้งในส่วนของแบรนด์เคมเปญที่ตอกย้ำในเรื่องความร่วมสมัยของแบรนด์เพื่อสร้าง New User และ การร่วมมือกับคู่ค้าในการจัด Sale Promotion อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาฐานลูกค้าปัจจุบันเอาไว้

สำหรับแผนในปีนี้ แน่นอนว่ายังคงต่อยอดจากปีก่อน เน้นการสร้างแบรนด์ต่อยอดเรื่องความทันสมัย แต่จะเพิ่มกิจกรรมอีเวนท์ต่างๆที่เชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์ลูกค้ามากขึ้น อย่างการเป็นสปอนเซอร์หลักในอีเวนท์ตรุษจีนครั้งนี้ก็เช่นกัน ที่ต้องการเชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์คนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งก็จะมีอีเวนท์ลักษณะนี้อีก อาจจะมีทั้งที่จัดเอง หรือไปจอยกับองค์กรอื่น

นอกจากแบรนด์ดิ้งแล้ว ส่วนสำคัญที่ผู้บริหารคนนี้รับผิดชอบโดยตรงคือ เรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งเขาเปรยว่าตอนนี้กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะตอบโจทย์ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

เวลาที่เราไปต่างประเทศเข้าร้านอาหารไทย สั่งผัดกระเพรา แต่ทำไมเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ผัดกระเพราะแบบที่เรารู้จัก นั่นอาจจะเพราะข้อจำกัดเรื่องเครื่องปรุงที่ไม่สะดวก คำถามคือ จะเป็นไปได้ไหมที่เราจะมีซอสหนึ่งที่ใส่กับอาหารแล้วได้รสชาติอาหารไทยขึ้นมา เรียกว่าใส่ซอสอันนี้อันเดียว เอาอยู่ นี่คือเสต็ปต่อไปคือเขาแย็ปไว้ แม้จะยังไม่บอกว่าปล่อยออกมาตอนไหน แต่เชื่อว่าอีกไม่นานก็จะได้เห็น

เพราะการปรุงอาหารคือความสุข และสิ่งที่ไทยเทพรสกำลังทำ คือการต่อยอดให้สุขมากขึ้น และส่งต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น

 

 


 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline