“แคนนอน” ประกาศบุกธุรกิจ “B2B” เพิ่มสัดส่วนมาเป็น 40%

แคนนอนโชว์ผลงานเบอร์ 1 ในพรินเตอร์อิงค์เจ็ท 18 ปีติด ชู “CANON ONE” บุกลูกค้า B2B เพิ่มสัดส่วนมาเป็น 40% พร้อมตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งเป็น 50% ล่าสุดเปิดอิงค์แท็งค์ 9 รุ่น ตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งเพิ่ม 5% เชื่อปีนี้ตลาดโต 3-5%

วรินทร์ ตันติพงศ์พาณิช รองประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์ บริษัทแคนนอนมาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาแคนนอน สามารถครองตำแหน่งผู้นำในตลาดพรินเตอร์อิงค์เจ็ทต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 ด้วยยอดขาย 403,142 เครื่อง มีส่วนแบ่งตลาด 41%

สำหรับทิศทางธุรกิจพรินเตอร์ในปีนี้ได้วางกลยุทธ์สินค้าให้ครอบคลุมในทุกเซ็กเมนต์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “LIFE FLOW-LUTION” โดยจะเน้นชูโซลูชั่นที่ทุกผลิตภัณฑ์ สามารถใช้ร่วมกันได้หรือที่เรียกว่า “CANON ONE” เพื่อตอบโจทย์สำหรับลูกค้าองคฺกร อีกทั้งจะเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าของสินค้า มากกว่าที่จะขายสินค้าเพียงอย่างเดียวของแคนนอนด้วย

ในปีนี้แคนนอนจะบุกกลุ่ม B2B เพิ่มขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้เราเน้นบุกในกลุ่ม B2C มาโดยตลอด แต่ในช่วงหลังๆกลุ่ม B2B เริ่มมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น แคนนอนจึงเห็นช่วงวางที่จะบุก โดยเฉพาะในกลุ่มสมาร์ทอัพและเอสเอ็มอีที่กำลังมีความต้องการอยู่มาก

เป้าหมายของแคนนอนในปีนี้คือการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดรวมให้มาเป็น 50% รวมไปถึงปรับสัดส่วนระหว่าง B2C กับ B2B จาก 50:50 มาเป็น 60:40 รวมไปถึงตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบบในเซ็กเมนต์แท็งค์จากเดิม 25% หรือคิดเป็นจำนวนประมาณ 140,000 เครื่อง มาเป็น 30%

ล่าสุดได้มีการเปิดตัวพรินเตอร์อิงค์แท็งค์ใหม่ 4 รุ่นในตระกูล G series และ 5 รุ่นในตระกูล TS series ในราคา 1,000 – 9,000 บาท

แนวโน้มของเครื่องพรินเตอร์อิงค์แท็งค์มีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ผู้ใช้ทั่วไปพบว่าสามารถประหยัด ได้มากกว่าหมึกที่ใช้ตลับ โดยแนวโน้มของราคานั้นยังปรับลดลงไปไม่มาก

ทั้งนี้สำหรับตลาดพรินเตอร์อิงค์เจ็ทในปีนี้เชื่อว่าจะเติบโต 3-5% หรือคิดเป็นประมาณ 1,050,000 เครื่อง จากปีก่อนที่มีประมาณ 930,000 – 950,000 เครื่อง โดยแบ่งเป็นเครื่องที่มีแท็งค์ 50% และเครื่องธรรมดา 50%


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer