TasteAtlas เว็บไซต์คู่มือเดินทางและอาหารชื่อดังระดับโลก ได้ทำการอัปเดตการจัดอันดับ “100 อันดับเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ยอดนิยมของโลก” เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา โดยเป็นการจัดอันดับแยกตาม ‘ชื่อเมนู’ แบบเจาะจง ไม่ได้จัดเป็นหมวดหมู่ใหญ่ และมาจากการโหวตของนักชิมและผู้ใช้งานทั่วโลกแบบเรียลไทม์ ดังนั้นอันดับของเครื่องดื่มจึงมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด เมื่อมีการประกาศผลรอบใหม่ ตามรอบการประกาศผลประจำปี หรืออัปเดตประจำเดือน

ซึ่งล่าสุด ชาเย็นไทย หรือที่คนไทยนิยมเรียกกันว่า ชาเย็น หรือ ชานม สามารถขึ้นมาครองอันดับ 9 เมนูเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ โดยมีคะแนนสูงสุดถึง 4.3 ดาว เบียดสูสีกับเมนูกาแฟยอดฮิตอย่าง คาเฟ่ คูบาโน่ และ เอสเพรสโซเฟรดโด ที่ได้รับคะแนน 4.3 ดาวเท่ากัน

ส่วน 3 อันดับแรก เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ยอดนิยมของโลก ได้แก่

– ลูลาดา (โคลอมเบีย) คะแนน 4.5 ดาว

– อากัวส์ เฟรสกัส (เม็กซิโก) คะแนน 4.5 ดาว

– มะม่วงลัสซี่ (อินเดีย) คะแนน 4.4 ดาว

อ่าน: TasteAtlas

ชาเย็นไทย ขึ้นแท่นอันดับ 9 แก้วโปรด

100 เครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ยอดนิยม โดย TasteAtlas

10 อันดับแรก เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ยอดนิยมของโลก คะแนน
1. ลูลาดา (โคลอมเบีย) 4.5 ดาว
2. อากัวส์ เฟรสกัส (เม็กซิโก) 4.5 ดาว
3. มะม่วงลัสซี่ (อินเดีย) 4.4 ดาว
4. ชามาซาลา (อินเดีย) 4.4 ดาว
5. ชามินต์มาเกรบ (โมร็อกโก) 4.4 ดาว
6. มีธีลัสซี หรือ ลัสซีหวาน (อินเดีย) 4.4 ดาว
7. คาเฟ่ คูบาโน (คิวบา) 4.3 ดาว
8. เอสเปรสโซเฟรดโด (กรีซ) 4.3 ดาว
9. ชาเย็นไทย (ไทย) 4.3 ดาว
10. โฮจิฉะ (ญี่ปุ่น) 4.3 ดาว
ที่มา: Top 100 Non-alcoholic Beverages in the World, TasteAtlas / เมษายน 2026

จากการจัดอันดับ “เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ยอดนิยมที่สุดในโลก” โดย TasteAtlas ย้อนหลัง 5 ปี (2022-2026) ‘ชาเย็นไทย’ ได้พิสูจน์ความเป็นซอฟต์พาวเวอร์และเครื่องดื่มระดับสากลที่ครองใจคนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง แม้ในปี 2022 จะเพิ่งเริ่มก้าวสู่สายตานักชิมนานาชาติ แต่ในปี 2023 ชาไทยได้สร้างปรากฏการณ์ทะยานขึ้นสู่อันดับ 7 ในช่วงต้นปีและคว้าอันดับ 5 ของโลกในช่วงปลายปี

หลังจากนั้น ชาเย็นไทย ยังคงรักษาความนิยมอย่างแข็งแกร่งด้วยการคว้าอันดับ 6 ในปี 2024 และสามารถยืนหยัดเกาะกลุ่มท็อป 10 ได้อย่างเหนียวแน่นในปี 2025

ล่าสุดในการอัปเดตเมื่อเดือนเมษายน 2026 ชาเย็นไทยยังคงตอกย้ำความสำเร็จระยะยาวด้วยการคว้าอันดับ 9 ของโลกด้วยคะแนน 4.3 ดาว สะท้อนให้เห็นว่ารสชาติหอมหวานและเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ได้กลายเป็นรสชาติระดับโลกไปแล้วอย่างแท้จริง

TasteAtlas ได้ให้รายละเอียดว่า ชาเย็นไทย (Thai Iced Tea) เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งคาดว่าได้รับอิทธิพลมาจากจีนและอินเดีย ก่อนจะผสมผสานเป็นรูปแบบของประเทศตนเอง โดยมีส่วนประกอบจากชาดำเข้มข้น อย่างชาอัสสัม หรือชาซีลอน ผสมกับนมข้นหวาน นมระเหย และน้ำตาล

เอกลักษณ์ที่ทำให้ชาไทยมัดใจคนทั่วโลกคือ รสชาติที่หวานหอมกลมกล่อม รวมถึงสีสันอันโดดเด่น ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีชาไทยไม่ได้มีสีส้ม แต่เป็นสีเบจใกล้เคียงกับกาแฟ ก่อนจะมีการประยุกต์นำชาแดงมาใส่นม จนกลายเป็นสีออกอมส้มแบบที่เราดื่มกันในปัจจุบัน และยังเพิ่มความหอมด้วยเครื่องเทศอย่างมะขามเปียก โป๊ยกั๊ก หรือกระวาน ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการชงเมนูนี้เช่นกัน

ในมุมมองของแบรนด์และตลาด เมนูชาไทย ถูกนำเสนอในฐานะโปรดักต์ที่มีความยืดหยุ่นสูง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเป็นเครื่องดื่มเย็นใส่น้ำแข็งแบบที่คนไทยคุ้นเคย แต่ยังสามารถนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกหลากหลาย ตั้งแต่เครื่องดื่มเกล็ดน้ำแข็งไปจนถึงกลุ่มของหวานอย่าง ไอศกรีม, บิงซู และสังขยา

นอกจากนี้ ยังมีการเอ่ยถึงอินไซต์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างในประเทศอินโดนีเซีย ชาไทยได้รับความนิยมสูงสุดถึงขั้นมีการทำคลิปรีวิวและสอนทำเครื่องดื่มชาไทยด้วยตัวเองอย่างแพร่หลาย

ตลอดจนความนิยมอย่างต่อเนื่องของชาไทย ส่วนหนึ่งยังมาจากตลาดชานมไข่มุกในไทยที่มีมูลค่าขยายตัวแตะ 6,000 ล้านบาทในปี 2025 ซึ่งชาเย็นไทยใส่ไข่มุกนับเป็นหนึ่งในเมนูกระแสความต้องการอย่างสูงของตลาด

การยืนหยัดในระดับสากลของเมนูที่หาทานได้ง่ายตามร้านสตรีทฟู้ดและคาเฟ่อย่างชาไทย อาจเป็นสัญญาณสำคัญให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม เล็งเห็นถึงโอกาสในการยกระดับเมนูยอดฮิตนี้สู่ระดับสากลได้ดียิ่งขึ้น