16 ส.ค. ที่ผ่านมา เป็นวันแรกที่ช่อง Spring News, Spring 26 และ Bright TV ยุติการออกอากาศ ปิดจอดำเป็นวันแรก และคืนเงินเยียวยาทั้งสามช่องรวม 1,020.45 ล้านบาท หลังจากที่ กสทช. เปิดทางเยียวยาอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา

และมีผู้ประกอบการตัดสินใจคืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัลรวมทั้งหมด 7 ช่อง ได้แก่ Spring 26 (NOW 26 เดิม), Spring News, Bright 20, Voice TV, MCOT Family, CH 3 Family และ CH 3 SD

ขณะที่อีก 4 ช่องที่เหลือจะทยอยจอดำในเดือนกันยายนและตุลาคมนี้

อ่าน: Spring News, Spring 26 และ Bright TV ปิดจอดำ รับทรัพย์

คำถามที่ตามมาคือ ทิศทางทีวีดิจิทัลไทยจะเป็นอย่างไรหลัง 7 ช่องทยอยจอดำ?

ข้อมูลจากอีไอซีประเมินว่า การคืนใบอนุญาตของทั้ง 7 ช่องจะส่งผลบวกต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลเพียงเล็กน้อย เนื่องจากรายได้จากการโฆษณาของทีวีดิจิทัลทั้ง 7 ช่องในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมามีสัดส่วนเฉลี่ยต่ำกว่า 5% ของมูลค่าโฆษณาทางทีวีทั้งหมด

ยิ่งไปกว่านั้นภาวะเศรษฐกิจภายในและภายนอกประเทศที่ผันผวนในช่วงปี 2019 รวมถึงการปรับราคาโฆษณาทีวีสูงขึ้นกว่า 4% ส่งผลให้บริษัทห้างร้านและเจ้าของผลิตภัณฑ์ชะลอการลงเม็ดเงินโฆษณาออกไป

โดย Nielsen ประเมินว่าเม็ดเงินในการโฆษณาทางทีวีในช่วงครึ่งแรกของปี 2019 มีการปรับลดลงราว 1% YOY มาอยู่ที่ราว 3.3 หมื่นล้านบาท

อ่าน: โฆษณา 2019-2020 ไหวไหม บอกมา

ขณะที่ในระยะกลางนั้น อีไอซีมองว่า ผู้ประกอบการที่เหลืออยู่สามารถสร้างรายได้และกำไรที่ดีขึ้นจากเม็ดเงินโฆษณาจากกลุ่มทีวีโฮมช้อปปิ้งที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและการปรับกลยุทธ์ในปี 2018 ที่ผ่านมา

โดยกลุ่มธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้ง เช่น TV Direct, Sanook Shopping, O Shopping มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงโฆษณาจากแบบช่วงเวลาเป็นการโฆษณาขายสินค้าตลอดทั้งวัน ส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาของธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้งเหล่านี้ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 2.5 พันล้านบาทต่อปี เม็ดเงินเหล่านี้ได้กลายเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของช่องทีวีดิจิทัล รวมถึงจำนวนผู้ประกอบการทีวีโฮมช้อปปิ้งหน้าใหม่จำนวนมากที่แข่งขันกันทำตลาด ส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาสื่อทีวีมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

นอกจากผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่เหลือจะได้เม็ดเงินจากโฆษณาของกลุ่มโฮมช้อปปิ้งแล้ว ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลส่วนใหญ่ต่างมีแผนปรับกลยุทธ์ซื้อคอนเทนต์ใหม่ๆ จากผู้ผลิตทั้งในและต่างประเทศเพื่อชิงเรตติ้งผู้ชมและเม็ดเงินโฆษณาเพิ่มขึ้นราว 30% คิดเป็นเงินลงทุนกว่า 8 พันล้านบาทในปี 2019 แทนการผลิตคอนเทนต์เองที่มีต้นทุนสูงกว่า ทำให้มีรายจ่ายที่ลดลงและมีผลกำไรที่ดีขึ้น

รวมทั้งมีการปรับสัดส่วนโครงสร้างธุรกิจโดยขยายช่องทางการรับชมผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้นสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางในการสร้างรายได้และต่อยอดในการทำธุรกิจในอนาคต



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน