ในวันนี้ ถือเป็นวันที่ช่อง Spring News, Spring 26 และ Bright TV ยุติการออกอากาศ ปิดจอดำเป็นวันแรก
โดย Spring26 มีเรตติ้งในเดือนกรกฎาคม 2562 ที่ 0.15
Bright TV 0.02
ส่วน Spring News มีเรตติ้งผู้ชมที่น้อยจนไม่สามารถวัดได้
การยุติการออกอากาศในครั้งนี้ นับเป็นผลดีต่อทั้ง 3 ช่อง
เพราะ Spring News, Spring 26 และ Bright TV จะได้รับเงินค่าเยียวยาจาก กสทช. กลับคืนไปในจำนวนหนึ่ง ซึ่งถือเป็นมูลค่าที่เข้ามาช่วยผลประกอบการที่ขาดทุนของแต่ละช่องได้พอสมควร
ช่อง Spring New โดยบริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด จะได้รับเงินคืน 405.84 ล้านบาท (405,
ช่อง Spring 26 หรือช่อง Now เดิม โดยบริษัท สปริง 26 จำกัด จะได้รับเงินคืน 341.19 ล้านบาท (341,191,543.76 บาท)
และช่อง Bright TV โดย บริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด จะได้รับเงินคืน 273.42 ล้านบาท (273,419,225.
นอกจากนี้ กสทช. ยังได้จ่ายค่าเช่าใช้โครงข่ายฯ ที่บริษัท สปริง 26 จำกัด และบริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด ค้างชำระ (ตามหนังสือโอนสิทธิ) เป็
โดยแยกเป็นค่าโครงข่ายที่ค้
และบริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด จำนวน 87,393,706.22 บาท
รวมถึงจ่ายเงินให้กับธนาคารกสิ

เมื่อมองมาที่รายได้ที่แต่ละช่องแจ้งกับกระทรวงพาณิชย์ จะเห็นว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ช่องทีวีดิจิทัลในแต่ละช่องก็ประสบภาวะขาดทุนอย่างหนักหน่วงในทุกๆ ปี แม้บางช่องจะมีภาวการณ์ขาดทุนที่น้อยลงก็ตาม
Spring New
2557 166.96 ล้านบาท ขาดทุน 84.55 ล้านบาท
2558 225.22 ล้านบาท ขาดทุน 34.59 ล้านบาท
2559 224.92 ล้านบาท ขาดทุน 211.45 ล้านบาท
2560 200.13 ล้านบาท ขาดทุน 19.28 ล้านบาท
2561 239.43 ล้านบาท ขาดทุน 16.26 ล้านบาท
Spring 26
2557 237.75 ล้านบาท ขาดทุน 84.73 ล้านบาท
2558 336.10 ล้านบาท ขาดทุน 213.78 ล้านบาท
2559 202.44 ล้านบาท ขาดทุน 480.29 ล้านบาท
2560 196.51 ล้านบาท ขาดทุน 1,213.46 ล้านบาท
2561 224.06 ล้านบาท ขาดทุน 178.55 ล้านบาท
Bright TV
2557 435.57 ล้านบาท ขาดทุน 39.36 ล้านบาท
2558 268.12 ล้านบาท ขาดทุน 229.76 ล้านบาท
2559 258.07 ล้านบาท ขาดทุน 191.45 ล้านบาท
2560 278.51 ล้านบาท ขาดทุน 134.69 ล้านบาท
2561 391.88 ล้านบาท ขาดทุน 15.66 ล้านบาท
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก MI พบว่า สัดส่วนของคนดูทีวีดิจิทัลทั้ง 7 ช่องที่จะปิดตัวลง มีสัดส่วนประมาณ 8-10% ของคนดูทีวีทั้งหมด
ซึ่งแน่นอนว่า ช่องอื่นๆ รับทรัพย์คนดูแน่นอน
–
