Red Sun ปฏิบัติการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ พร้อมชักธงรบสู้ศึกตลาดร้านอาหารเกาหลี (วิเคราะห์)

แม้ร้านอาหารเกาหลีในไทยจะไม่ได้มีมากมายเหมือนร้านอาหารญี่ปุ่น ที่ในปีที่ผ่านมามีร้านอาหารญี่ปุ่นมากถึง 3,004 ร้าน ส่วนปีนี้มีเพิ่มขึ้นเป็น 3,637 ร้าน เติบโตมากถึง 21% และได้เชื่อว่าเป็นประเทศที่มีร้านอาหารญี่ปุ่นมากที่สุดในอาเซียน

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ร้านอาหารเกาหลี” ในเวลานี้เป็นที่น่าจับตา เพราะหากสังเกตในตลาดมีแบรนด์น้องใหม่ทั้งของคาวและของหวานเข้ามามากมาย แค่ลองนับดูในย่านสยามสแควร์ก็มีร้านอาหารเกาหลีไม่ต่ำกว่า 10 แบรนด์เข้าไปแล้ว

ปีที่ผ่านมามูลค่าตลาดอาหารเกาหลีมีมูลค่า 2,000 ล้านบาท และคาดว่าจะโตขึ้นเรื่อยๆ ตามตลาดอาหารรวมกว่า 400,000  ล้านบาท ที่โตขึ้นทุกปี 4-5%

“เรดซัน” แบรนด์ร้านอาหารเกาหลีที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย พ.ศ. 2557 ที่ในวันนั้นโด่งดังด้วยการที่มีดาราสาวเมย์ พิชญ์นาฏ สาขากร ถือหุ้นร่วมกับกลุ่มเพื่อนสนิท และอดีตคนรู้ใจอย่าง นพวินท์ รอดริน บริหารภายใต้บริษัท อาร์ทีเอช อินเตอร์ ฟู้ด จำกัด ที่มีเมนูซิกเนเจอร์เป็นต๊อกปกกี่หม้อใหญ่ และมีสาขารวมตั้งแต่ปี 2557-2562 ที่ 13 สาขา

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเรดซันเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อช่วงเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา เมื่อเครือธุรกิจร้านอาหารอย่าง ”ฟู้ดแพชชั่น” ที่มีร้านอาหารในมือนำทัพด้วยบาร์บีคิวพลาซ่า มีมังกรบาร์บีกอนสีเขียวเป็นสัญลักษณ์ ได้เข้ามาเทกโอเวอร์ด้วยการถือหุ้น 74% ขณะที่ผู้ถือหุ้นเดิมที่ 26% และตั้งบริษัทใหม่บริหารงานในชื่อ บริษัท ฟู้ดซัน จำกัด

และล่าสุดกับการรีแบรนด์ตัวเองครั้งใหม่แบบ 360 องศา ที่ นพวินท์ รอดริน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดซัน จำกัด กล่าวว่า การรีแบรนด์ในครั้งนี้มีเป้าหมายในการเป็นผู้นำร้านอาหารเกาหลีในประเทศไทย นั่นหมายถึงการทำให้เกิดปรากฏการณ์อาหารเกาหลีในระดับแมส เช่นเดียวกับวัฒนธรรมเกาหลีในรูปแบบอื่นๆ ทั้งแฟชั่น ดนตรี และซีรีส์

เพราะพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะพวกนิวเจนที่รับความเปลี่ยนแปลงใหม่ตลอดเวลา แบรนด์จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตามความต้องการของลูกค้า เพราะสิ่งที่คิดว่าโอเคแล้วในอดีต มาในวันนี้กลับไม่ใช่อย่างที่คิด

นอกจากนี้ นพวินท์ยังระบุว่า คู่แข่งเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร้านอาหารแต่ละร้านพัฒนาตัวเองขึ้นมาเช่นเดียวกับเรดซัน เพราะถ้าร้านยังเป็นรูปแบบเดิม ความตื่นเต้นจะน้อยลงเรื่อยๆ

ก่อนมาอยู่ในมือฟู้ดแพชชั่น Red Sun มีรายได้เท่าไร

(บริษัท อาร์ทีเอช อินเตอร์ ฟู้ด จำกัด)

 

ปี 2559

รายได้รวม    115,822,231.06 บาท

กำไร     5,987,418.72 บาท

ปี 2560

รายได้รวม   101,514,298.48 บาท

กำไร   272,679.57  บาท

ปี 2561

รายได้รวม 108,070,188.49  บาท

กำไร 398,647.13  บาท

 

ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

 

ขณะที่ในแง่ตลาดอาหารเกาหลียังไม่มีแบรนด์ไหนเป็นเบอร์ 1 ชัดเจน เพราะไม่ได้แยกแคตทากอรี่ชัดเจน แต่ถ้าหากแยกเป็นประเภทหม้อต้มแล้วก็สามารถพูดได้เต็มปากว่า เรดซัน เป็นอันดับ 1

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาเรดซันมีส่วนแบ่งในตลาดร้านอาหารเกาหลีที่ 5% ส่วนในปีนี้คาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 10% และตั้งเป้ายอดขายโตไม่น้อยกว่า 40%

การรีแบรนด์ในครั้งนี้ของ Red Sun และการเข้ามาเทกโอเวอร์ของฟู้ดแพชชั่นตั้งแต่ช่วงต้นปีนั้น Marketeer มองว่า

1. เป็นการเพิ่มกลุ่มลูกค้าให้เรดซัน เพราะการรีแบรนด์ในครั้งนี้เปลี่ยนทั้งโลโก้และรูปลักษณ์ของร้าน ที่มีความสดใสขึ้น โดยพุ่งเป้ากลุ่มลูกค้านิวเจนในช่วงอายุ 18-25 ปี มากขึ้น

นอกจากนี้ ยังเพิ่มประสบการณ์การกินที่มากกว่าแค่อาหาร ด้วยการชูเมนู Combo Set ที่เป็นอาหารเมนูเด็ดของร้าน พร้อมลดไซส์ให้เล็กลงและราคาเข้าถึงง่ายขึ้นเพื่อให้ลูกค้าได้สนุกลองลิ้มกับเมนูอื่นของเรดซัน

2. เรดซันจะมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะนอกจากจะปรับโฉมร้านแล้ว สิ่งที่เพิ่มมาอีกคือส่วนที่เป็นเคาน์เตอร์ take away ที่มีเมนูรับประทานเล่นใหม่ๆ ตอบสนองต่อลูกค้าในยุคเร่งรีบที่แกร็บและโกได้เลย โดยโมเดลใหม่นี้มีสาขาแรกอยู่ที่สาขาสยามเซ็นเตอร์

ทั้งนี้สัดส่วนรายได้ของเรดซันในปีหน้าหลังจากที่รีแบรนด์แล้วนั้น พวินท์ระบุว่า รายได้จากการนั่งรับประทานในร้านอยู่ที่ 75% เดลิเวอรี่ 20% (ปีนี้อยู่ที่ 10%)  และ take away 5%

3. เรดซันได้ประโยชน์จากการเทกโอเวอร์ของฟู้ดแพชชั่นในเรื่องของการหาพื้นที่ขยายสาขา และการลดค่าใช้จ่ายในการดีลวัตถุดิบกับซัปพลาย

ส่วนการขยายสาขาของเรดซันนั้นตั้งเป้าขายปีละ 4-6 สาขา พร้อมกับเตรียมขยายสาขาในต่างประเทศโดยเป็นกลุ่มประเทศอาเซียนเป็นกลุ่มแรก หลังจากที่ได้สิทธิ์การเปิดและบริหารแฟรนไชส์ Red Sun ในต่างประเทศทั่วโลก ยกเว้น 3 ประเทศ ได้แก่ เกาหลี จีน และกัมพูชา

ทั้งนี้เรดซันจะเปิดเพิ่มในปีนี้อีก 2 สาขา คือ สาขาเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน และสาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว โดยใช้งบ 40 ล้านบาท สำหรับการรีแบรนด์, เปิดสาขาใหม่ และรีโนเวตร้านเดิม

4. เกมที่วิน-วินทั้งสองฝ่าย เรดซันได้ความสามารถของฟู้ดแพชชั่นมาซัปพอร์ต ขณะที่ฝั่งฟู้ดแพชชั่นเองก็ได้เติมเต็มพอร์ตร้านอาหารที่อยู่ในมือที่ต้องการเติบโตด้วยกันทั้งคู่

โดยก่อนหน้านี้ ชาตยา สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทฟู้ดแพชชั่น จำกัด จะขยายแบรนด์เดิมให้แข็งแกร่ง และรุกไปตลาดต่างประเทศ พร้อมกับมีแบรนด์ร้านอาหารในมือรวมเป็น 5 แบรนด์ ภายในปี 2563 เพราะฉะนั้นการดีลร้านอาหารเรดซันในครั้งนี้จึงเป็นหนึ่งในแผนธุรกิจของฟู้ดแพชชั่น

ซึ่งฟู้ดแพชชั่นตั้งเป้ารายได้ในปี 2563 ที่ 6,500 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากบาร์บีคิวพลาซ่า 85%, รายได้จากต่างประเทศ 9% และแบรนด์ใหม่อีก 6%

อย่าไรก็ตาม แม้ ”เรดซัน” จะปรับตัวแล้วแต่ก็ยังคงต้องสู้ศึกร้านอาหาร เพราะสมัยนี้นอกจากสาขาที่มีเยอะขึ้นแล้ว รสชาติอาหารและความถูกจริตกับไลฟ์สไตล์ของคนเจนใหม่ก็ยังสำคัญอยู่ดี เพราะในวันนี้มีร้านอาหารเกาหลีให้เลือกรับประทานมากมายเหลือเกิน

ธุรกิจอาหารของ “ฟู้ดแพชชั่น” รายได้ง๊ามงาม

 

ปี 2557

รายได้รวม  2,650,855,517.49   บาท

กำไร 171,401,320.11   บาท

ปี 2558

รายได้รวม  2,943,166,594.67  บาท

กำไร  284,629,493.69   บาท

ปี 2559

รายได้รวม  3,301,619,316.35  บาท

กำไร  315,554,359.37   บาท

ปี 2560

รายได้รวม  3,662,318,304.36  บาท

กำไร  395,536,566.95  บาท

ปี 2561

รายได้รวม  3,769,686,399.93   บาท

กำไร   322,340,782.62  บาท

 

ที่มา:  กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer