สถิติเมื่อปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เดือน ม.ค.- พ.ย. นักท่องเที่ยวไทยก็ทำสถิติเดินทางไปญี่ปุ่นทะลุ 1 ล้านคนเป็นที่เรียบร้อย เเละยังมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนมากขึ้นในทุกๆ ปี

ด้วยปัจจัยหลายอย่างซัปพอร์ตให้นักท่องเที่ยวไทยสามารถบินไปเที่ยวญี่ปุ่นได้แบบไม่รู้จบ ไล่ตั้งแต่โปรโมชั่นสายการบิน เที่ยวได้ทุกฤดู เมนูอาหารถูกปากคนไทย ไปเรียนรู้การใช้ชีวิตขนบประเพณี และที่สำคัญที่สุด คือ การเดินทางไปเพื่อ “ช้อปปิ้ง”

ดังนั้น เรื่องของการจับจ่าย จึงเป็นเรื่องสำคัญของนักท่องเที่ยวชาวไทยทั้งหลาย เพราะนอกจากจะกังวลเรื่องของการแลกเงิน ว่าต้องแลกไปเท่าไร แลกไปน้อยก็กลัวใช้ไม่พอ ยังต้องคำนึงถึงของความคุ้มค่าต่างๆ ในการใช้จ่ายแต่ละครั้งอีกด้วย ( ทั้งเรื่องส่วนลด, Tax refund )

เพราะการบินไปญี่ปุ่นแต่ละครั้งก็ย่อมมีค่าใช้จ่ายต่างๆ มากมายทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าช้อปปิ้ง เพราะฉะนั้น ‘ความคุ้มค่า’ จึงเป็นสิ่งที่เราทุกคนคำนึงถึงเป็นอย่างมาก

คงจะดีไม่น้อยถ้าทุกการใช้จ่ายเต็มไปด้วยสิทธิพิเศษ ส่วนลดต่างๆ ที่จะทำให้ทริปของเรามีแต่ความคุ้มแถมยังไม่เจ็บตัว กลับไทยก็ยังใช้จ่ายได้สบายๆ แบบไม่มี Effect

#เรื่องญี่ปุ่นต้องกรุงศรี

เมื่อเป็นเช่นนี้ ธนาคารกรุงศรี จึงเห็นช่องทางในการเปลี่ยนเรื่องเงินให้เป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะเรื่องจับจ่าย ช้อปปิ้งในประเทศญี่ปุ่นให้สะดวกสบายรวมถึงปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยการผนึกกำลังกับ MUFG (Mitsubishi UFJ Financial Group) สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น พัฒนาระบบ QR Code ของไทย ไปใช้ที่ญี่ปุ่น ให้เราคนไทยสามารถใช้จ่ายผ่าน Krungsri QR Pay สแกนจ่ายเงินถึงประเทศญี่ปุ่น เหมือนกับที่สแกน QR จ่ายเงินซื้อสินค้าในไทยได้อย่างไงอย่างงั้น!

โดยเริ่มนำร่องเปิดให้ใช้จริงไปแล้วที่แหล่งช้อปสุดฮิตของคนไทยอย่าง ตึกม่วง (Takeya) เป็นที่เรียบร้อย และกำลังขยับขยายสู่ร้านค้าทั่วประเทศญี่ปุ่นให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

ตึก Takeya หรือ “ตึกม่วง” เเหล่งช้อปยอดฮิต ย่านอูเอโนะ

ด้านผู้ใช้งานยังสะดวกสบายไม่ต้องทำเรื่องเปิดบัตรหรือเปิดบัญชีใหม่ให้ยุ่งยาก เพียงมี KMA – Krungsri Mobile App ของธนาคารกรุงศรี ก็สามารถสแกนจ่ายได้ทันที

จุดเด่นของการสแกนจ่ายด้วย Krungsri QR Pay ที่นอกเหนือจากเรื่องของความสะดวกเเละความปลอดภัย คือความคุ้มค่า เพราะอัตราแลกเปลี่ยนถูกกว่าการชำระเงินแบบอื่น ไม่เสียค่าธรรมเนียมการจ่าย อย่างการใช้บัตรเครดิตในต่างประเทศมีค่าธรรมเนียมถึง 2-3% ทุกครั้งที่รูดจ่าย แถมยังรู้ยอดเงินทันทีเมื่อชำระ เห็นทั้งยอดเงินเยนและเงินบาทที่เราใช้ไป และไม่ต้องเสียส่วนต่างเรตเงิน เวลาที่เราซื้อ-ขายเงินเพื่อเอาเงินสดไปใช้

Krungsri QR Pay ยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องการที่ได้เงินทอนมาเป็นเหรียญเยอะๆ ที่ในที่สุดก็ไม่สามารถแลกคืนกลับมาเป็นเงินไทยได้ เพียงแค่สแกนจ่ายตามราคาที่ต้องจ่ายจริง เท่านี้ก็ไม่ต้องรับเหรียญที่เป็นเงินทอนจำนวนมาก ที่ต้องรีบใช้เหรียญให้หมดก่อนจบทริปอีกด้วย

สำคัญตอนนี้ยังมี ส่วนลดจากตึกม่วง 5%* และรับคืนจากกรุงศรีอีก 5% ไม่นับรวม Tax Refund ที่ได้คืนสูงสุด 10% เป็นโปรโมชั่นที่กรุงศรีจัดให้สายช้อปโดยเฉพาะ (*เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่ 1 ก.ย. – 31 ธ.ค. 62)

ยกตัวอย่างความคุ้ม เพื่อเห็นภาพง่ายๆ

สมมุติเราไปเที่ยวญี่ปุ่นและแวะช้อปที่ตึกม่วง (Takeya) ซื้อสินค้าทั้งหมด 10,000 เยน

“จึงทำให้รู้สึกว่าการใช้จ่ายผ่าน Krungsri QR Pay นอกจากคุ้มด้วยส่วนลดต่างๆ ที่กรุงศรีจัดให้แล้ว มันทำให้นักช้อป นักท่องเที่ยว สามารถจับจ่ายได้แบบไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลัง มั่นใจได้ว่าจ่ายผ่าน KMA ยังไงก็คุ้มค่า“

นับเป็นเรื่องดีๆ สำหรับผู้ชอบเดินทางไปช้อปปิ้งที่ญี่ปุ่นเป็นประจำ ช่วยให้หมดกังวลเรื่องแลกเงินไปไม่พอ ช้อปไม่สะใจหรือต้องกังวลเรื่องความไม่ปลอดภัยที่ต้องพกเงินสดติดตัวไปเยอะๆ พอเรื่องเงินเป็นเรื่องง่าย ก็ทำให้คุณช้อปได้เต็มที่เหมือนเดิมแต่เพิ่มเติมคือความคุ้มค่าที่มากขึ้น จ่ายเท่าเดิมแต่ได้ของเยอะขึ้น สะดวก สบาย เหมาะกับคนชอบญี่ปุ่นจริงๆ

ส่วนใครที่ถือบัตรเครดิต บัตรเดบิต ของธนาคารกรุงศรี ก็ยังมีโปรโมชั่นตลอดทั้งปีพร้อมจับมือกับร้านค้าทั่วญี่ปุ่นกว่า 286 ร้าน เพื่อมอบส่วนลด และโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ ให้กับลูกค้าเหมือนเดิม!

#เรื่องญี่ปุ่นต้องกรุงศรี

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: http://bit.ly/2Zn0Azm



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer