Sea (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ อาทิ ดิจิทัลเอ็นเตอร์เทนเมนต์ (การีนา) อีคอมเมิร์ซ (ช้อปปี้) และบริการด้านการเงินแบบดิจิทัล (แอร์เพย์)  ชูโครงการประกวดออกแบบบอร์ดเกมของขวัญจากพ่อ (Gifts from Dad) ตอกย้ำการพัฒนาบุคลากรดิจิทัลตามยุทธศาสตร์ “10 in 10 Initiative” ของ Sea (Group) ซึ่งมุ่งสร้างทักษะความสามารถที่จำเป็นต่อการทำงานและใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล อาทิ ทักษะด้าน Soft Skill เช่น ทักษะความคิดสร้างสรรค์ ทักษะเชิงวิพากษ์ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำในยุคดิจิทัล ให้แก่กลุ่มประชากรของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมส่งมอบ ‘Digital Talent’ กว่า 10 ล้านคน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ภายในระยะเวลา 10 ปี เน้นย้ำถึงเป้าหมายในการสร้างองค์กรที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมอย่างรอบด้าน

มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) กล่าวถึงการผลักดันการเรียนรู้ด้วยเกมมิฟิเคชั่นผ่านโครงการของขวัญจากพ่อว่า “ในฝั่งขององค์กร จะบอกว่าการเรียนรู้เป็นหน้าที่ของสถาบันการศึกษาอย่างเดียวไม่ได้ แต่ทุกองค์กรต้องมีการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับบุคลากรและสังคมในวงกว้าง ในด้านของ Sea (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ อาทิ ดิจิทัลเอ็นเตอร์เทนเมนต์ (การีนา) อีคอมเมิร์ซ (ช้อปปี้) และบริการด้านการเงินแบบดิจิทัล (แอร์เพย์) มีความเชี่ยวชาญด้านเกมมิฟิเคชั่นหรือการใช้กลไกของเกมเป็นตัวผลักดันธุรกิจ เป็นทฤษฎีใหม่ซึ่งเข้ามามีบทบาทในหลากหลายอุตสาหกรรมในช่วงที่ผ่านมา เราจึงมองเห็นโอกาสการใช้ความเชี่ยวชาญดังกล่าวในการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาบุคลากรคุณภาพ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงานและเศรษฐกิจดิจิทัลในปัจจุบันที่ยังต้องการการเติมเต็ม”

กลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ ของขวัญจากพ่อ มีความหลากหลาย โดยกลุ่มแรกคือ ‘ผู้เข้าแข่งขัน’ ซึ่งจะได้รับการฝึกสอนจาก Sea (ประเทศไทย), อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Innovative Digital Design จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญจากแวดวงบอร์ดเกม ในศาสตร์การบูรณาการ ‘เกมมิฟิเคชั่น’ เข้ากับเนื้อหาประเภทต่างๆ ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานสาขาต่างๆ หรือการทำธุรกิจในยุคดิจิทัล กลุ่มที่ 2 คือ ‘กลุ่มนักศึกษา’ ในภาควิชาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเกม จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งจะได้ประสบการณ์จริงจากการนำผลงานการแข่งขันไปพัฒนาต่อเป็น ‘ดิจิทัลบอร์ดเกม’ กลุ่มสุดท้ายคือ ‘ผู้เล่น’ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายในการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความพอเพียงและยั่งยืน ผ่านบอร์ดเกมเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยบอร์ดเกมจากโครงการฯ ของขวัญจากพ่อ จะถูกกระจายไปยังโรงเรียนที่ร่วมโครงการกว่า 100 แห่ง

เอกภูมิ ภูมิพันธุ์ หรือ ‘ภูมิ’ หนึ่งในสมาชิกทีม Lunar Gravity ทีมผู้ชนะจากการประกวดออกแบบบอร์ดเกมในโครงการฯ ของขวัญจากพ่อปีที่ 2 เผยถึงประสบการณ์จากการเข้าร่วมโครงการฯ ว่า “ตลอดระยะเวลา 3 เดือนในการร่วมสร้างบอร์ดเกมกับ Sea (ประเทศไทย) และคณะกรรมการในโครงการฯ ของขวัญจากพ่อ นับเป็นช่วงเวลาที่เราได้พัฒนาตัวเองในมุมที่ไม่คิดว่าเป็นไปได้ ทั้งการดีไซน์เกม การประยุกต์ใช้หลักการเกมมิฟิเคชั่นกับเนื้อหาประเภทต่างๆ การฝึกการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงสร้างสรรค์เพื่อส่งต่อความรู้ไปสู่ผู้อื่นในรูปแบบที่ซึมซับง่ายและสนุกสนาน นอกจากนี้ ยังทำให้เรารู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น และมีมุมมองที่กว้างขึ้นด้วยการเรียนรู้จากคณะกรรมการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ ทั้งในชีวิตประจำวันและการทำงาน โดยสมาชิกในทีม Lunar Gravity รู้สึกยินดีและภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสื่อการเรียนรู้ให้แก่เยาวชนและคนไทย”

ผลงานของทีม Lunar Gravity จากโครงการฯ ของขวัญจากพ่อ ปีที่ 2 ได้แก่ เกม ‘Riverbank’ ซึ่งเป็นเกมกระดานที่ผู้เล่นต้องสวมบทบาทผู้นำชุมชนที่จะต้องช่วยแก้ปัญหาการจัดการน้ำจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ผนวกการใช้น้ำที่ขาดความยั้งคิดของคนในชุมชน ซึ่งนอกจากต้องวางแผนกักเก็บน้ำไว้ใช้ตลอดปียังจะต้องเรียนรู้ถึงผลกระทบของการใช้น้ำไม่ยั้งคิดกับชุมชนตนเองร่วมกับชุมชนข้างเคียง โดยปัจจุบันได้ถูกกระจายไปยังโรงเรียน ศูนย์การเรียนรู้ และร้านบอร์ดเกมทั่วประเทศไทย โดยผู้สนใจยังสามารถดาวน์โหลดบอร์ดเกมรูปแบบ Print & Play ได้ที่เว็บไซต์

“เราเชื่อว่าการพัฒนาคนสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทั้งในและนอกห้องเรียน ด้วยการใช้สื่อการเรียนรู้ที่ขานรับต่อความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม สำหรับ Sea (ประเทศไทย) บุคลากรที่เราต้องการจะพัฒนาไม่ได้มีแค่กลุ่มเยาวชน แต่ยังรวมไปถึงบุคคลทั่วไป ทุกเพศ ทุกวัย เพื่อให้ประชากรในประเทศไทย สามารถคว้าโอกาสจากการเข้ามาของเทคโนโลยีได้อย่างเต็มศักยภาพ นั่นคือเหตุผลที่เราและบริษัทในเครือทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Proficiency) เสมอมา อาทิ โครงการ Shopee University ซึ่งฝึกฝนให้ผู้ประกอบการไทยใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซให้เกิดประโยชน์สูงสุด การร่วมมือกับ Social Enterprise อย่าง Young Happy เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับเทคโนโลยีในกลุ่มผู้สูงวัย หรือการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อพัฒนานิสิตนักศึกษาร่วมกัน และนี่เป็นแนวทางที่เราจะทำต่อไปในอนาคตเพื่อส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล” นางสาวมณีรัตน์กล่าวสรุป



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer