ในยุคพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และทุกธุรกิจโดนดิสรัปจากปัจจัยต่างๆ รอบด้าน

อุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลเองก็เช่นเดียวกันที่มีผู้เล่นอยู่ 24 ช่อง เหลืออยู่ในตลาดตอนนี้ 15 ช่อง และใครหลายคนอาจจะเคยพูดว่า ‘คนทำธุรกิจเดียวกันคือคู่แข่งขันกัน’

แต่คำนี้อาจจะใช้ไม่ได้กับผู้บริหารรุ่นใหม่อย่าง “ปฐมพงศ์ สิรชัยรัตน์” กับ “ฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม” ที่ทำธุรกิจอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันแต่ก็สามารถทำงานร่วมกันได้

และเพราะกลยุทธ์การไปด้วยกันมันทำให้โตเร็วกว่าไปคนเดียว รวมถึงก่อนที่จะถูกดิสรัป เราต้องดิสรัปตัวเองก่อน


ในวันนี้เราจึงเห็น 2 ผู้เล่นยักษ์ใหญ่จากผู้รอดชีวิตจากวิกฤตวงการทีวีดิจิทัลอย่าง “MONO29” ที่มีจุดแข็งในเรื่องซีรีส์ และช่องทางการรับชมที่หลากหลาย

กับ “GMM Grammy” คอนเทนต์โพรไวเดอร์ที่มีทั้งเพลง นักร้อง นักแสดง และซีรีส์วัยรุ่นมากมาย จับมือ collaboration หาสิ่งใหม่ไปด้วยกันทั้งผลิตคอนเทนต์ และขยายฐานผู้ชมให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ พร้อมวางกลยุทธ์ทางการตลาดร่วมกัน

แม้ทั้งคู่จะเคยคุยกัน แลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องต่างๆ ในฐานะที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันมาก่อนหน้า 2-3 ปี แต่ดีลที่เกิดขึ้นนี้ใช้เวลาคุยกันเพียงแค่ 3 เดือน

เพราะแต่ละคนมีแผนงานที่คิดไว้ในใจกันอยู่ พอคุยกันแล้วมีทิศทางไปในแนวเดียวกันและมองว่าอยากทำให้อุตสาหกรรมทีวีและบันเทิงของไทยก้าวไปข้างหน้าได้


ดีลที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่การร่วมมือกันเพียงเดือน สองเดือน แต่เป็นแผนระยะยาว 3-5 ปี ที่ทั้งคู่จะทำเนื้อหาและคอนเทนต์ร่วมกันใน 5 กลุ่มด้วยกัน

และจะเห็นโปรเจกต์แรกที่ทำร่วมกันในไตรมาส 2 ปีหน้า โดยจะเป็นในส่วนของเพลงก่อน

1. ร่วมมือสร้างศิลปินกลุ่มใหม่ “Girl Universe” ตั้งเป้าปีแรกที่จะผลิต 2 กลุ่ม จำนวน 4 อัลบั้ม (20 ซิงเกิ้ล)

2. Original Content จะเป็นการผลิตซีรีส์ร่วมกัน 6-8 เรื่องต่อปี เป็นซีรีส์แนว Action, Drama, Horror และ Romantic comedy โดยใช้นักแสดงหลักจากจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ร่วมกับนักแสดงจากโมโน

3.ซีรีส์บางส่วนและคาราโอเกะนั้น โมโนจะนำเข้ามาเสริมทัพคอนเทนต์ให้กับแพลตฟอร์ม 3BB TV

4. ร่วมมือในการตลาดร่วมกัน ด้วยสื่อ ฐานลูกค้า และแฟนคลับทางโซเชียลเน็ตเวิร์กของทั้งสองฝ่าย

5. วิเคราะห์การขายโฆษณาทางดิจิทัลทีวีร่วมกัน เพื่อให้เกิดการกำหนดมาตรฐานราคาที่เหมาะสมกับเรตติ้ง และส่งเสริมอุตสาหกรรมสื่อทีวีของไทย

 

ดีลนี้ที่มองว่าเป็นแบบ win-win ทั้งสองฝ่าย เพราะว่า

1. ทั้ง 2 ค่ายดึงจุดแข็งของตัวเองออกมาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

โมโนมีจุดแข็งในเรื่องของเรตติ้งที่ตอนนี้อยู่ในอันดับ 3 รวมถึงมีช่องทางแพลตฟอร์มการเผยแพร่ที่หลากหลายทั้ง MONO29, MONOMAX และ 3BBTV ที่โมโนทำหน้าที่ Master Content Provider ให้กับ 3BB

ส่วนแกรมมี่มีความสามารถในการผลิตคอนเทนต์ มีพื้นที่ในเรื่องของเพลง นักร้อง และนักแสดง

โมโนต้องการเพิ่มคอนเทนต์ซีรีส์ไทยลงในช่องมากขึ้น และยังไม่ค่อยมีในส่วนของ Original Content ส่วนทางแกรมมี่ต้องการช่องทางที่จะเผยแพร่คอนเทนต์มากขึ้น

ดีลนี้จึงเป็นการเพิ่ม economy of scale ซึ่งกันและกัน

2. คอนเทนต์ที่จะเกิดขึ้นนั้นจะมีหลายรูปแบบทั้งฝั่งที่โมโนจ้างแกรมมี่ผลิต โดยคอนเทนต์ประเภทซีรีส์ที่จะผลิตนั้นก็จะนำมาลงในทุกแพลตฟอร์มที่ทางโนโมมีอยู่

ส่วนที่ทำร่วมกันและจะได้เห็นเป็นโปรเจกต์แรกนั้นเป็นในส่วนของเพลง โดยจะเป็นการปั้นไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป และในครึ่งปีหลังจะเห็นในด้านคอนเทนต์

3. ฐานผู้ชมของทั้งสองค่ายเยอะขึ้นอย่างแน่นอน และครอบคลุมทุกคน คอนเทนต์ที่ออกมาก็จะปรับให้เข้ากับคาแรกเตอร์ของโมโนมากขึ้น

4. และในเมื่อมีคอนเทนต์ที่ถูกจริต และฐานลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือเรตติ้งก็น่าจะเพิ่มมากขึ้นตามด้วย

นอกจากเรตติ้งที่น่าจะขึ้นร่วมกันแล้ว โมโนเองก็จะมีการปรับราคาโฆษณาขึ้นเช่นเดียวกัน โดยในปีหน้าโมโนจะขึ้นค่าโฆษณาช่วงไพรม์ไทม์ขึ้น 200%

5. วินที่สุดก็คืออุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล และอุตสาหกรรมบันเทิงไทยที่จะมีคอนเทนต์ใหม่ๆ ให้ติดตาม รวมทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยได้โชว์ฝีมือการผลิตคอนเทนต์เพิ่มมากขึ้น

คอนเทนต์มีมากขึ้น
รายได้คาดหวังว่าจะโตขึ้น
เรตติ้งก็หวังโตขึ้น
ฐานแฟนคลับก็ต้องมากขึ้น

ทั้งหมดทั้งมวลของการคิดการใหญ่ของหัวเรือทั้งสองเจ้านี้เป็นอะไรที่น่าติดตาม



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer