ไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

สะท้อนได้จากตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวไทยในปีที่ผ่านมา ยอดสะสมตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ย. 62 มีนักท่องเที่ยวกว่า 35.8 ล้านคน เกิดรายได้กว่า 1.74 ล้านล้านบาท

แล้วถามว่าในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวชาติใดมากที่สุด

คงตอบได้ไม่ยาก ชาติที่มาเที่ยวไทยมากที่สุดคือ ชาวจีน ที่ครองแชมป์มาอย่างต่อเนื่อง

อันดับ 1 จีน 10.4 ล้านคน

อันดับ 2 มาเลเซีย 3.64 ล้านคน

อันดับ 3 อินเดีย 1.8 ล้านคน

อันดับ 4 เกาหลีใต้ 1.7 ล้านคน

อันดับ 5 ลาว 1.68 ล้านคน

 

แม้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยจะพลิกกลับมาเติบโตเป็นบวกจากที่หดตัวในช่วงครึ่งแรกของปี 2562  ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นผลจากเหตุการณ์ความไม่สงบในฮ่องกงที่ส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวจีนปรับเปลี่ยนจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวไปยังประเทศอื่น

แล้วทิศทางความต่อเนื่องของตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในปี 2563 จะเป็นอย่างไรมาหาคำตอบ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ปี 2563 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยจะมีประมาณ 11.10-11.30 ล้านคน หรือเติบโตประมาณ 1.6%-3.5%

ขณะที่การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในปี 2563 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 550,000–560,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 1.1%-2.8% จากปี 2562

โดยในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2563 คาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยจะยังเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เพราะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวจีนส่วนหนึ่งนิยมเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ

สำหรับในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2563 (ระหว่างวันที่ 24-30 ม.ค. 2563) นี้ มองว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยน่าจะยังมีบรรยากาศที่ดี จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยประมาณ 365,500 คน เพิ่มขึ้นประมาณ 2.7% เติบโตใกล้เคียงกับตรุษจีนปีที่ผ่านมา

จากปัจจัยหลายด้านทั้งการทำตลาดอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประกอบกับมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียม Visa on Arrivals เป็นปัจจัยที่สนับสนุนในการทำตลาดเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งจากผลสำรวจของ Ctrip พบว่า นักท่องเที่ยวจีนยังเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีน

สำหรับแนวโน้มนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในปี 2563 นั้นศูนย์วิจัยกสิกรมองว่ายังมีหลายๆ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ทั้งปัจจัยเดิมที่ยังมีผลต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้  และปัจจัยท้าทายใหม่

1. ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ที่จะส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม ซึ่งส่งผลทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวของไทยจะทำตลาดยากขึ้น

2. การแข่งขันด้านการท่องเที่ยว จากการทำตลาดของการท่องเที่ยวในประเทศจีนเองและระหว่างประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวมีจุดหมายปลายท่องเที่ยวที่เป็นทางเลือกที่หลากหลายขึ้น

3. ความผันผวนของค่าเงินบาทเทียบหยวน เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ที่ส่งผลต่อกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความอ่อนไหวด้านราคา

4. โรคปอดที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ในเมืองอู่ฮั่น ในมณฑลหูเป่ย ประเทศจีน ซึ่งผู้ติดเชื้อเป็นนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวในประเทศไทยแล้ว 2 ราย

5. พัฒนาการของสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่ผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลทางลบต่อเศรษฐกิจและบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวของชาวจีน

6. ปัจจัยเรื่องภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยว



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer