ในขณะที่หลายองค์กรกำลังมุ่งมั่นปรับรูปแบบองค์กรให้สอดรับกับยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ที่ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมหรือที่เรียกกันว่า Digital Transformation

อย่างไรก็ดี มีอีกไม่น้อยที่กำลังคลำทางแบบมวยวัดและเลือกก้าวผ่านช่วงเวลาอันสำคัญนี้ ด้วยกลยุทธ์ที่เป็นเพียงแค่ทฤษฎี จนโดนหลุมพรางของการเปลี่ยนแปลงเล่นงานในที่สุด

แค่ “ปรับตัว” ยังไม่พอหรือ ?

“จะทำ Digital Transformation ให้สำเร็จ
ธุรกิจไม่สามารถต่อสู้แบบโดดเดี่ยวได้
คุณจำเป็นต้องมี The Right Partner ที่เข้ามาช่วยเติมเต็ม
เพื่อให้การพลิกโฉมเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้อง”

คุณสมชาย เมฆะสุวรรณโรจน์ Chief Executive Officer บริษัท ไอแอนด์ไอ กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) หรือ iiG ที่ปรึกษาด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศไทย ได้แสดงความคิดเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ก่อให้เกิดการหลอมรวมสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มหรือโซลูชั่นใหม่ ๆ ความต้องการใหม่ ๆ ของลูกค้า รวมไปถึงคู่แข่งทางธุรกิจใหม่ ๆ ที่มีแต่จะมากขึ้นทุกวัน  ซึ่งนับเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมากสำหรับองค์กรธุรกิจที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ก่อนที่จะถูกคู่แข่งหน้าใหม่แซงหน้าและทำให้กลืนหายไปจากตลาด

คุณสมชาย เมฆะสุวรรณโรจน์ Chief Executive Officer บริษัท ไอแอนด์ไอ กรุ๊ป จํากัด (มหาชน)

Digital Transformation – เทคโนโลยี vs ความต้องการผู้บริโภค

แม้คำว่า Digital Transformation จะถูกหยิบยกมาพูดถึงอย่างต่อเนื่อง แต่ในแก่นจริง ๆ แล้วคืออะไร ? และมีความสำคัญกับธุรกิจอย่างไร ?

“เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่อย่างรวดเร็วมากมายนั้น ล้วนเกิดขึ้นมาก็เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทั้งสิ้น  สิ่งเหล่านี้ทำให้ไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงใหม่หมด และวันนี้คู่แข่งของคุณก็ไม่ใช่คู่แข่งหน้าเดิม ๆ อีกต่อไป แต่เป็นรายใหม่ ๆ ที่พร้อมโดดเข้ามาได้ด้วยเทคโนโลยีใหม่ วิธีการคิดแบบใหม่ และไม่มี Legacy System หรืออะไรที่จะฉุดรั้งไม่ให้เขาเติบโต

ฉะนั้นพอเข้ามาในตลาด เขาก็ Speed ได้เลย ใครจะนึกบ้างว่า อยู่ ๆ Grab ก็จะกระโดดเข้ามาเป็น Digital Bank หรือบริษัททำ Gaming จะมาขอเป็น Digital Bank แบบ Full Licence ประเด็นก็คือธุรกิจเดิมที่อยู่ในตลาด ยังทำงานแบบเดิม ๆ ด้วยองคาพยพต่าง ๆ ที่สร้างมานานแล้ว ทำให้นอกจากจะไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าวันนี้ได้ คุณยังไม่ทันการแข่งขันที่รุนแรงรวดเร็วได้อีก ซึ่งจริง ๆ ภาคธุรกิจหลายๆ แห่งก็เริ่มตระหนักแล้ว จากการที่บางธุรกิจถูกกระทบ จนล้มหายตายจากไปมากมายทั้งในและต่างประเทศ แต่อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น แค่ปรับตัวยังไม่พอ ต้องใช้คำว่า ‘พลิกโฉมองค์กร’ เลยจะเหมาะกว่า”

Economy of Speed’ สร้างความได้เปรียบให้ธุรกิจ

เมื่อรูปแบบธุรกิจในยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไป จึงเกิดรูปแบบการทำงานใหม่ ๆ และสร้างข้อได้เปรียบที่แตกต่างไปจากเดิม

“หากองค์กรธุรกิจต้องการพลิกโฉม ต้องตั้งคำถามกับ Business Model แบบเดิม วิธีการทำงาน วิธีการคิดแบบเดิม ๆ หรือแม้กระทั่งวัฒนธรรมองค์กรของคุณเองว่า วันนี้มันยังทำให้ธุรกิจของคุณแข่งขันกับคู่แข่ง หรือตอบโจทย์ลูกค้าได้หรือไม่? เวลานี้ทุกอย่างเป็น Digital ซึ่งเร็วมาก คุณต้องคิดใหม่ทำใหม่เลยถึงจะเรียกว่าเป็นการ Transform ต้องพลิกโฉมแบบรวดเร็ว ทำแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่ได้ ใช้ Business Process แบบเดิม ค่อยๆ แก้แบบปะผุไปเรื่อย ๆ ไม่ได้ ไม่สามารถแข่งขันได้เลย ที่สำคัญคือ คุณต้องกล้ายอมรับว่าอะไรคือ วิธีการเดิมๆ ที่มันไม่เวิร์คอีกต่อไป

ทุกวันนี้เลยมีคำว่า Economy of Speed มันไม่ใช่ Economy of Scale อีกแล้ว องค์กรที่ทันสมัยจะพูดถึงการทำงานแบบ Agile คือทำอย่างรวดเร็ว ต่างจากองค์กรอนุรักษ์นิยม ที่มักกลัวผิดพลาด แล้วเกิดความเสียหายต่อองค์กรและลูกค้า ทุกวันนี้ต้องถือคติ ‘Fail Fast Learn Faster’ ผิดเป็นครู ผิดไม่เป็นไรแต่ต้องทำให้เร็ว ต้องทดลอง ผิดทำใหม่ๆ นี่คือจุดเริ่มต้นของ Digital Transformation ที่ถูกต้อง

การทำอะไรให้เร็ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเทคโนโลยีที่จะขับเคลื่อนให้องค์กรพลิกตัวปรับโฉมได้อย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นอันดับแรก คุณควรมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วย แต่นั่นยังไม่พอ ต้องตั้งคำถามว่า ทุกวันนี้เรารู้จักลูกค้าหรือเปล่า จริงๆ แล้วเขาอยากได้อะไร พฤติกรรมเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และที่สำคัญคือลูกค้าอยู่บน Platform ไหน แล้วธุรกิจเราอยู่ตรงไหน อยู่บน Platform เดียวกันหรือเปล่า นี่ก็คือส่วนหนึ่งของการ Transform”

องค์กรในปัจจุบันควรทำอย่างไรในยุค Transformation

แม้ทุกองค์กรจะเห็นความสำคัญของการ Transform แต่ในการเปลี่ยนแปลงนั้น ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป…

“ภาครัฐกระตุ้นเรื่อง Thailand 4.0 ธุรกิจก็ขานรับด้วยแผนมากมาย แต่ความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะองค์กรธุรกิจบ้านเราหลายแห่งยังทำงานเป็น Silo คือ ต่างคิดต่างทำ พอบอกจะ Transform แต่ละฝ่ายก็ทำแต่ของตัวเองไม่ประสานกัน เห็นใคร ๆ ออนไลน์กันหมดก็อยากทำบ้าง แต่ยังไม่เคยทำการสำรวจ ไม่เคยเข้าใจปัญหาของลูกค้าเลย ทำกันแบบไม่ประติดประต่อ ไม่อยากจะ Collaborate กัน เพราะคุยกันยาก คุยกันไม่รู้เรื่อง

ซ้ำร้ายทั้งระบบหลังบ้าน หน้าบ้าน บน Web ระบบทำ App ต่าง ๆ ก็แยกเป็นของใครของมัน มันไม่ได้อยู่บนเทคโนโลยี Platform เดียวกันทั้งหมด นี่คือความยากของการจะ Transform ให้สำเร็จ

อีกเรื่องที่สำคัญมาก ๆ คือ กระบวนการทางความคิดของคน ทุกคนมักเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง มี Agenda ของตัวเอง การผลักดันเรื่อง Digital Transformation ก็จะยาก หลายองค์กรแก้ปัญหาโดยการตั้ง Digital Committee บางที่ก็จะมีการจ้าง Chief of Transformation เข้ามา แต่นั่นไม่ได้แก้ปัญหาพื้นฐาน เพราะ Mindset คนไม่ได้เปลี่ยน เมื่อ Mindset ไม่เปลี่ยน วิธีการทำงานก็ไม่เปลี่ยน ไม่สามารถทำให้ทุกอย่างไร้รอยต่อได้ ดังนั้นการทำ Digital Transformation จึงเป็นการพลิกโฉมองค์กร ที่เริ่มตั้งแต่การเปลี่ยน Mindset ของคน ตั้งแต่ระดับบนสุด เช่น CEO ไปจนถึงทุกส่วนงานในองค์กร”

Partner ที่ใช่!! สำคัญกับธุรกิจยุคดิจิทัล

อย่างไรดี การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วแบบพลิกโฉมนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หรือแค่ทำตามทฤษฎีก็เรียบร้อย ต้องอาศัยหลายปัจจัยเพื่อพร้อมเติบโตไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน เพื่อป้องกันไม่ให้ตกหลุมพรางของการเปลี่ยนแปลงหรือใช้เทคโนโลยีแบบผิดๆ จนเกิดเป็นปัญหาบานปลาย อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่มองข้ามไม่ได้คือ Partner ที่ดี

“มีหลายองค์กรที่เดินหมากแบบโดดเดี่ยว จนส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาด ธุรกิจไม่สามารถต่อสู้ในยุคนี้ได้ ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นต้องเน้นมากขึ้น คือ คุณต้องมี The Right Partnerต้องมีคนที่เข้ามาช่วยเติมเต็มเพื่อให้การพลิกโฉมเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้อง

ปัจจัยสำคัญคือ Partner ที่เข้ามาช่วยคุณต้องมีครบ คือ มีความเข้าใจทั้งในเรื่องเทคโนโลยี เข้าใจวิธีการทำงานและปัญหาของธุรกิจของคุณอย่างลึกซึ้ง เข้าใจถึงกลยุทธ์ธุรกิจและแบรนด์ของคุณ ไปจนถึงช่วยคุณคิดได้ว่า ลูกค้าของคุณต้องการอะไร แล้วถ้าคุณอยากจะใช้เทคโนเลยีให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องสำคัญอย่างการทำ CRM หรือ Customer Experience ที่มันมีผลต่อการสร้าง Business Value โดยตรง มันต้องทำอย่างไร  ซึ่งที่กล่าวมานี้คือสิ่งที่ I&I Group เราทำมาตลอด และนี่คือจุดแข็งของเรา”

iiG ช่วยยกระดับองค์กรให้ประสบความสำเร็จในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

I&I Group หรือย่อ ๆ ว่า iiG เป็น Tech & Digital Consulting Firm ที่ทำเรื่องเทคโนโลยีมาตลอดเกือบ 30 ปี และมีความสามารถในการเข้าใจกลยุทธ์ธุรกิจ และกลยุทธ์ของแบรนด์ในการทำการตลาด รวมถึงชำนาญในช่องทางดิจิทัลต่าง ๆ และผสมผสานทุก ๆ อย่างเข้าด้วยกันบวกกับการทำงานในยุคดิจิทัลแบบ Agile ซึ่งครบเครื่อง ได้รับการพิสูจน์มาแล้ว จากการเข้าไปมีส่วนร่วมให้หลาย ๆ องค์กรใหญ่ ๆ ระดับประเทศ ให้ประสบความสำเร็จในการ Transform ตัวเอง

“สิ่งที่ I&I Group เรามอบให้กับพาร์ทเนอร์ คือ ความรู้ความเข้าใจที่มากกว่าแค่เรื่องการนำเทคโนโลยีเข้าไปใช้ สิ่งสำคัญที่เราช่วยลูกค้าของเราคือ การตั้งคำถามกลับไปที่เรื่องลูกค้าของเขาว่าเขาเข้าใจลูกค้าของเขาหรือเปล่า? เข้าใจ Moment of Truth และทุกๆ ปฏิสัมพันธ์ที่ลูกค้ามีกับเขาไหมว่าเป็นอย่างไร? ซึ่งการตั้งคำถามตรงนี้เราเอาหลักการ Design Thinking เข้ามาใช้ เริ่มตั้งแต่การทำ Empathy ทำ Human Exploration เพื่อ ให้เข้าใจว่าเขาต้องการอะไร อะไรคือ Pain Point ใน Customer Journey อะไรคืออุปสรรคที่ทำให้เขาไม่อยากอยู่บน Journey นั้นๆ กับแบรนด์ พอความเข้าใจตรงนี้เกิดขึ้น เราก็สามารถช่วยลูกค้าวางกลยุทธ์ในการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มโซลูชั่นต่างๆ ได้ถูกต้องมากขึ้น สามารถออกแบบและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้โดนใจมากขึ้น

สิ่งที่ I&I Group ให้ความสำคัญ คือ การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าหรือ CRM ผ่านการบริหารจัดการข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับลูกค้า การทำ Customer 360 Degree ให้เรามองเห็นลูกค้าหมด เข้าใจว่าลูกค้าเราเป็นใคร ประวัติการซื้อต่างๆ เป็นอย่างไร มีพฤติกรรมไม่ว่าจะบนออนไลน์หรือช่องทางต่าง ๆ อย่างไร ข้อมูลทั้งหลายทั้งหมดทั้งปวงไม่ว่าข้อมูลนั้นจะมาจากระบบไหนในองค์กรของคุณก็ตาม จะต้องรวมเข้ามาอยู่ที่เดียวกันเป็น Customer Singer View แล้วเราก็จะขยายไปทำ Customer Experience Management ผ่าน Data-Driven Customer Journey  นั่นก็เพื่อผลลัพธ์สูงสุดคือ ทำให้ลูกค้าพึงพอใจและได้รับการบริการที่ดีที่สุดจากแบรนด์

ที่ผ่านมา เราไปช่วยองค์กรในเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัล ช่วยคิดว่าจะ Drive Top Line Revenue จะ Boost ยอดขายอย่างไร ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้าง New Growth Curve สามารถเข้าไปใน Customer Segment ใหม่ ในตลาดใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยี นี่คือสิ่งที่เราทำอยู่

ลูกค้าของเราก็มีความหลากหลาย มีทั้งภาคสถาบันการเงิน ธนาคาร ธุรกิจประกันภัย ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะโดน Disrupt กันเยอะ รวมถึงกลุ่ม Health Care กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มธุรกิจการสื่อสาร กลุ่มพลังงาน และหลัง ๆ ก็เริ่มมีกลุ่ม FMCG ให้เราได้เข้าไปทำงานร่วมกัน”

มากกว่าพัฒนาระบบ คือการยกระดับบุคลากร

ทรัพยากรบุคคลคือปัจจัยสำคัญในการทำ Digital Transformation เพราะนอกจากพัฒนาที่ระบบแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในการพลิกโฉมองค์กรสู่การแข่งขันในยุคดิจิทัล คือเรื่องของการพัฒนาบุคลากรไปพร้อม ๆ กัน

“เราทำงานกันแบบ Agile ซึ่งเวลานี้หลายองค์กรอยากทำ แต่เขาอาจยังติดขัดเรื่อง Mindset ของคน ยังติดกับวิธีการทำงานเดิม ๆ แต่เราจะเข้าไปช่วยลูกค้าโดยใช้วิธีการทำงานแบบ Agile Methodology ในการทำงาน และลูกค้าจะสามารถเรียนรู้วิธีการทำงานแบบนี้จากทีมงานของเรา กล่าวคือ ทำไปด้วยกัน ประสบความสำเร็จไปด้วยกัน

Human Assets เป็นองค์ประกอบสำคัญใน Digital Transformation เพราะว่าเทคโนโลยีใครก็สามารถซื้อหากันได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หรือทำให้คุณ Transform ได้อย่างประสบความสำเร็จ คนต่างหากที่เราต้องเพิ่มขีดความสามารถ ต้องพัฒนาทักษะ เริ่มจากการปรับกระบวนความคิดและความสามารถของตัวเองใหม่หมด เพื่อจะได้ทำงานในเศรษฐกิจดิจิทัลตรงนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเราในฐานะ The Right Partner สามารถเติมเต็มในจุดนี้ได้ ยกระดับบุคลากรของทุก ๆ องค์กร ให้สามารถเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกันได้“

ปลดปล่อยศักยภาพของธุรกิจ คือปรัชญาของ iiG

วิสัยทัศน์ของ I&I Group คือ เราพร้อมจะเป็นพันธมิตรที่มุ่งมั่นทุ่มเทและได้รับความไว้วางใจมากที่สุด ในการช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและเติบโตในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ตลอดจนมุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการแบบ Win Win ให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนอย่างเต็มกำลัง โดยยึดถือการทำงานเป็นทีมซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้สามารถเอาชนะอุปสรรคและบรรลุเป้าหมายร่วมกัน

“เราเชื่อในพลังของเทคโนโลยี ข้อมูล และความคิดสร้างสรรค์ที่จะช่วยเปิดทางให้กับโอกาสทางธุรกิจ และอีกหนึ่งปรัชญาในการทำงานของเราคือ เราจะมีส่วนร่วมกับลูกค้าแบบระยะยาวเรียกว่าเป็น Lifelong Customer Engagement เราไม่ได้เข้าไปทำงานแค่จบโปรเจ็คท์แล้วจบกัน แต่จะอยู่ดูแลลูกค้าให้สามารถปรับตัว Digital Transformation ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เนื่องจากทุกวันนี้สภาวะแวดล้อมในการทำธุรกิจเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ระบบที่คุณทำวันนี้ไม่ได้หมายความว่าอีก 6 เดือนข้างหน้าจะยังแข่งขันได้ เพราะฉะนั้นระบบต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ให้ทันกับเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ และเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ของลูกค้าที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา

จากวิสัยทัศน์และความเชื่อของเรา ทำให้เราพร้อมจะมีส่วนร่วมกับลูกค้า และดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ยกตัวอย่างลูกค้าบางราย เคยเจอปัญหาจากการร่วมงานกับพาร์ทเนอร์รายนึงมาก่อน เขาทำงานด้วยกันก่อนมาราวๆ เกือบปี แต่ก็ยังไม่เห็นผลลัพธ์ ลูกค้าเลยให้โอกาสเราเข้าไปลองทำ เราเข้าไป 3 เดือนทุกอย่าง Go Live ได้ เห็นผลงาน เห็น KPI ออกมาชัดเจน ลูกค้า happy เราก็ happy และนี่ก็คือสิ่งที่ทำให้เราภูมิใจมาก ๆ”

เพาะเมล็ดพันธ์เพื่อขับเคลื่อนประเทศในยุค Digital Economy

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มบุคลากรทางดิจิทัลที่มีคุณภาพให้กับประเทศไทย ให้สามารถดูแล Partner ต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง iiG จึงได้บ่มเพาะบุคลากรรุ่นใหม่อย่างมีระบบ เพื่อพร้อมพลิกโฉมประเทศให้ก้าวไปในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน

“อย่างที่กล่าวไปว่า ลูกค้าจะต้องสร้าง Human Asset ใหม่ที่มี Mindset ใหม่ มี Skillset ใหม่ เช่นเดียวกันกับเราซึ่งเป็นผู้ให้บริการ เป็นคนเข้าไปช่วยลูกค้า Transform เราก็ต้องพัฒนา Human Asset ของเราด้วย ผมพูดเสมอว่าคนของเราต้องเก่ง เพราะถ้าไม่เก่งเราจะไปช่วยลูกค้าไม่ได้ แต่ภาคการศึกษาไม่ได้ผลิตบัณฑิตออกมาพร้อมให้หยิบมาใช้ได้ทันที เราเลยต้องบ่มเพาะให้เขาเก่งและมีโอกาสได้ใช้เทคโนโลยีระดับโลก

วันนี้เราพยายามที่จะสร้างโอกาสให้เด็ก ๆ ที่อยู่ตามภูมิภาคให้ได้เข้ามาทำงานจริง ๆ เพราะเด็กไทยเก่งๆ ที่กระจายตัวอยู่ตามส่วนต่างๆ ของประเทศไทยมีเยอะ เราเลยไปตั้งสำนักงานอยู่ที่เชียงใหม่ตั้งแต่หลายปีก่อน รับเด็กมาฝึกทีละน้อย จนวันนี้ออฟฟิศที่เชียงใหม่เราเติบโต มีน้องๆ ประมาณ 60-70 กว่าคนได้ และก็มีแนวโน้มที่จะขยายต่อไปอีก

เราฝึกให้เขาได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และต่อยอดเป็น ซึ่งเป็น Model ที่ประสบความสำเร็จมาก โดยเราจะแบ่งให้พนักงานที่อยู่กรุงเทพฯ เป็น Consultant ที่จะรับโจทย์จากลูกค้า ทำความเข้าใจและหาวิธีที่จะตอบโจทย์ลูกค้า แต่ในแง่ของเทคโนโลยีการพัฒนา หรือ Coding ต่าง ๆ เราทำที่เชียงใหม่ทั้งหมด และในปีนี้เรามีแผนเปิดสำนักงานใหม่ที่ หาดใหญ่ จ.สงขลา อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนนี้เราก็เพิ่งรับเด็กจากหาดใหญ่เข้ามา แล้วส่งเขาไปเทรนที่เชียงใหม่

ที่เราพัฒนา Model นี้ขึ้นมา ก็เพราะเราเชื่อในศักยภาพของคนไทย และอยากที่จะสร้างบุคลากรที่จะมาช่วยตอบโจทย์ Digital Transformation ของประเทศไทย ที่สำคัญ คือสามารถช่วยนำพาประเทศเราเติบโตอย่างยั่งยืนใน Digital Economy ต่อไป”

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer