📍Bullet Point

– ตุ๊ดซี่แอนด์เดอะเฟค เป็นหนังไทยที่ทำรายได้สูงในปี 2562 ซึ่งมีรายได้ 141 ล้านบาท

– รองลงมาคือเรื่อง Friend Zone..ระวังสิ้นสุดทางเพื่อนที่ 134 ล้านบาท และฮาวทูทิ้งที่ 57 ล้านบาท

– การทำหนังเรื่องหนึ่งของ GDH มีต้นทุนราว 45-50 ล้านบาท แบ่งเป็นทุนสร้าง 20-30 ล้าน ส่วนที่เหลือคืองบสำหรับทำการตลาด

– เลือดข้นคนจาง ส่งให้รายได้ของนาดาวบางกอกในปี 2561 เติบโตขึ้นจาก 2560 มากถึง 200%

– ส่วนรักฉุดใจนายฉุกเฉิน เป็นส่วนสำคัญที่ส่งให้ผลประกอบการนาดาวในปี 2562 อยู่ที่ประมาณ 370 ล้านบาท

– ปี 63 นี้นาวดาวบางกอกเตรียมลุยทำค่ายเพลง Nadao Music มากขึ้น

ปี 2562 ที่ผ่านมาตลาดหนังในบ้านเรามีรายได้รวมอยู่ที่ 4.7 พันล้านบาท

โดยหนังไทยมีรายได้อยู่ที่ 711 ล้านบาท

และก็เป็นไปตามคาด ว่าหนังไทยที่ทำรายได้สูงสุดนั้นมาจากค่าย GDH กับเรื่อง ‘ตุ๊ดซี่แอนด์เดอะเฟค’ ซึ่งกวาดรายได้ไปได้ 141 ล้านบาท

ส่วนหนังไทยที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 2 นั้นก็ยังคงมาจาก GDH อยู่กับเรื่อง Friend Zone… ระวังสิ้นสุดทางเพื่อน ซึ่งมีรายได้อยู่ที่ 134 ล้านบาท

และฮาวทูทิ้ง หนังปิดท้ายปีของค่ายที่ปิดรายได้ที่ 57 ล้านบาท

แม้จะไม่ถึงร้อยล้าน แต่ก็ยังถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของรายได้หนังไทยปี 2562 ทั้งหมดซึ่งอยู่ที่ประมาณ 15 ล้านบาทเท่านั้น

โดยในปี 2562 ที่ผ่านมา GDH มีรายได้รวมอยู่ที่ 471.29 ล้านบาท เติบโตจากปี 2561 ประมาณ 12%

‘จินา โอสถศิลป์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด เล่าให้ฟังว่า

ด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ที่เข้ามาดึงความสนใจจากผู้คนมากกว่าเดิม ทำให้พฤติกรรมดูหนังของผู้คนเปลี่ยนไป และนั่นก็ทำให้คนทำหนังต้องปรับตัวตามไปด้วย

เอาอย่างที่เห็นภาพกันชัดๆ ก็อย่างการที่หนังมีอายุอยู่ในโรงสั้นลง จากเดิมที่เฉลี่ยเคยอยู่ในโรงประมาณ 4 สัปดาห์ ก็อาจจะลดลงมาเหลือ 2 สัปดาห์

จากเมื่อก่อนคนดูจะมาแบบแบ่งกันเป็น 3 ล็อตใหญ่ๆ คือสัปดาห์แรก สัปดาห์สอง สัปดาห์สาม ก็กลายเป็นว่าตอนนี้คนดูส่วนใหญ่เทไปอยู่สัปดาห์แรกกันหมด

ซึ่งบางครั้งถ้ากระแสของหนังดี สัปดาห์แรกของการเข้าฉายก็อาจเป็นรายได้ 65% ทั้งหมดของหนังเลยก็ได้

โดยสำหรับปี 2563 GDH จะมี 3 โปรเจกต์ใหญ่ๆ ด้วยกัน ประกอบไปด้วยหนังทั้งหมด 2 เรื่อง ที่กำกับโดยเมษ-ธราธร และ กอล์ฟ-ปวีณ

ส่วนอีกโปรเจกต์ก็คือซีรีส์ฉลาดเกมส์โกง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ GDH จะทำซีรีส์ที่ฉายคู่ขนานไปพร้อมๆ กับประเทศจีน และนำมาฉายย้อนหลังในช่องทาง WeTv

โดยเหตุผลของการนำฉลาดเกมส์โกงมาทำเป็นซีรีส์ เกิดจากการที่ตัวหนังไปดังในประเทศจีนก่อน จากนั้นทางนักลงทุนที่จีนก็เกิดความสนใจ เพราะเห็นว่าตอนเป็นหนังก็ประสบความสำเร็จได้ GDH จึงได้ลงทุนปั้นฉลาดเกมส์โกงในรูปแบบของซีรีส์ขึ้นมา แล้วขายให้จีนในรูปแบบของการให้ซื้อลิขสิทธิ์ไปฉาย

นอกจากฉลาดเกมส์โกงแล้ว GDH ยังมีแนวโน้มที่จะนำหนังและซีรีส์เรื่องอื่นๆ ไปขยายในตลาดในแถบ South East Asia มากขึ้นอีกด้วย

ผ่านทางการไปเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับแพลทฟอร์มสตรีมมิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Netflix, WeTv, LINE TV, Hooq, AIS Play, etc. หรือแพลทฟอร์มใหม่จากจีนที่กำลังจะเข้ามาในไทยอย่าง iQiYi

ในส่วนของนาดาวบางกอก บริษัทที่เกิดมาจากการที่จินาอยากจะให้มียูนิตสำหรับดูแลศิลปินและนักแสดงของ GDH

แต่ด้วยความที่อยู่ในการดูแลของย้ง-ทรงยศ ซึ่งเติบโตมาจากการเป็นผู้กำกับ ย้งจึงพัฒนาจากบริษัทดูแลศิลปินเพียงอย่างเดียวให้กลายเป็นบริษัทที่ผลิตคอนเทนต์เป็นของตัวเองควบคู่ไปด้วย

นับตั้งแต่ฮอร์โมนส์วัยว้าวุ่น มาถึงเลือดข้นคนจาง ซึ่งย้งคิดว่าคอนเทนต์จะเป็นตัวผลักดันให้ศิลปินในสังกัดเป็นที่รู้จัก และส่งผลมาสู่งานจ้างจากแบรนด์ต่างๆ มากขึ้น

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คือการที่ซีรีส์เลือดข้นคนจาง ส่งให้รายได้ของนาดาวบางกอกในปี 2561 เติบโตขึ้นจาก 2560 มากถึง 200%

โดยในปี 2562 นาดาวบางกอกมีรายได้อยู่ที่ 370 ล้านบาท เติบโตขึ้น 52.71%

ซึ่งรายได้กว่า 70% นั้นมาจากการดูแลศิลปิน ส่วนที่เหลือเป็นรายได้ที่มาจากการทำโปรดักชั่น และย้งยังเผยว่าในอนาคตอันใกล้นี้นาดาวมีแผนที่จะทำหนังใหญ่เป็นของตัวเองเรื่องแรก นับตั้งแต่บริษัทก่อตั้งมา 10 ปีด้วย

พร้อมสร้างยูนิตใหม่ขึ้นมาอย่าง Nadao Music ที่มีรักติดไซเรนเป็นเพลงแรกของค่าย และดึงศิลปินอย่างเบล-สุพล มาเป็นโปรดิวเซอร์หลัก ซึ่งในปีนี้จะปล่อยซิงเกิ้ลเดี่ยวของเจเจ, ไอซ์ พาริส, บิวกิ้น, แพรวา

โดยปีนี้เป็นปีที่นาดาวจะมุ่งเน้นไปกับการสร้างเด็กหน้าใหม่ขึ้นมา เพื่อทดแทนศิลปินและนักแสดงเดิมที่เติบโตไปตามอายุ เพราะ Target หลักของ GDH และนาดาวคือคนวัย 15-30 ปี

หากย้อนกลับไปดูโพรไฟล์ของ GDH จะเห็นได้ว่านี่เป็นองค์กรที่มีบริษัทลูกอยู่ในเครือมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นนาดาวบางกอกรับหน้าที่ดูแลศิลปิน, สวัสดีทวีสุขรับหน้าที่ทำงานภาพต่างๆ, เสียงดีทวีสุขรับหน้าที่ดูแลเรื่องการลงเสียงของหนังและซีรีส์, งานดีทวีสุขดูแลเรื่อง PR และ Event

ซึ่งนอกจากจะรับงานหลักมาจาก GDH บริษัทลูกเหล่านี้ก็ยังหารายได้เพิ่มจากบริษัทนอกอื่นๆ อีกด้วย

และหัวเรือใหญ่ของบริษัทลูกเหล่านี้ ก็ล้วนแต่เป็นลูกหม้อที่เติบโตมาจาก GDH ทั้งนั้น

เช่นเดียวกันกับ ‘น้ำดีไม้งาม’ บริษัทใหม่ล่าสุดที่เพิ่งจดทะเบียนไปได้หมาดๆ กับหน้าที่หลักที่จะคอยทำ Marketing ให้กับหนังและซีรีส์ของ GDH เป็นหลัก พร้อมรับงานจากบริษัทนอกที่ต้องการให้ดูแลในเรื่องของ Marketing หรือ PR ด้วยเช่นกัน

ถือเป็นบริษัทใหม่ในเครือของ GDH ที่น่าจับตามอง เพราะต้องยอมรับว่าความสำเร็จระดับร้อยล้านพันล้านที่ผ่านๆ มาของ GTH หรือ GDH ก็คือการทำ Marketing ที่ทำให้ผู้คนอยากจะออกจากบ้านเพื่อมาดูหนังของพวกเขาได้

(อ่านวิธีการทำ Marketing ให้กับหนังของ GDH ได้ที่ลิงก์นี้ > https://marketeeronline.co/archives/82853)



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน