ปี 2563 หลายคนเคยคาดว่าน่าจะเป็นปีหนูทองหลังจากเศรษฐกิจซบเซามานาน  แต่แค่ 2 เดือนผ่านไป  เกิดเหตุการณ์ร้ายๆ เหลือเชื่อหลายอย่างทั่วโลก และประเทศไทย

ท่ามกลางความกังวลตื่นตระหนกต่อภาพด้านลบต่างๆ ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กลับพลิกความคิดเปิดมุมมองให้เห็นโอกาสดีๆ ที่น่าสนใจหลายเรื่อง

1. เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา 10 ประเทศอยู่ระหว่างกลางเอเชียตะวันออก (จีน เกาหลี ญี่ปุ่น) และอินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ถ้าคนเกือบ 4,000 ล้านคนมาทำข้อตกลงทางการค้าร่วมกัน และร้อยละ 45 ของประชากรทั้งโลกอยู่ที่นี่ เราก็จะอยู่ใกล้ประชากรส่วนใหญ่ของโลก

2. ถ้าเราได้ยินคนพูดเรื่องสภาพเศรษฐกิจเราจะได้ยินกันว่า BRIX Country เราอาจไม่ต้องไปไกลก็ได้ ใกล้ๆ บ้านเราก็เก็บเกี่ยวโอกาสได้ไม่น้อย อย่างอาเซียน 10 ประเทศที่ประเทศไทยอยู่กลาง

3. อาเซียน+3 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) พยายามขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ญี่ปุ่นขยายไปเกาหลีก็ยาก จีนไปญี่ปุ่นไปเกาหลีก็ไม่ง่าย แต่อย่างเวียดนามจากโฮจิมินห์มากรุงเทพฯ ยังใกล้กว่าไปฮานอย มีคนเวียดนามมากมายบินมารักษาพยาบาลที่บ้านเรา มาช้อปปิ้งด้วย นี่คือวิกฤตเป็นโอกาส

4. อาเซียนเราเติบโตเร็วที่สุด จาก OECD บอกว่า รอบๆ นี้โตในอัตราร้อยละ 6-7 ไทยร้อยละ 5 มีการคาดว่า พอปี 2035 เราเป็น Aging Society ซึ่งก็เป็นโอกาส คนจะสนใจสุขภาพมากขึ้น ทุกคนเป็น Smart Consumer เราจะตอบสนองอย่างไร

5. ประชากรอาเซียนประมาณ 630 ล้านคน ตัวเลขนักท่องเที่ยวอีกไม่น้อย โอกาสมีอยู่มากมาย ประมาณครึ่งหนึ่งของนักเดินทาง 70 ล้านคน คือมาเที่ยว แล้วก็ต้องมากินมาใช้ ในภูมิภาคอาเซียนเราเห็นโอกาสมากกว่าไปบุกเมืองจีนด้วยซ้ำ

6. การลงทุนต่างประเทศที่จะมาเพราะประเทศไทยมีชัยภูมิที่ดี อาเซียนก็ยังเป็นศูนย์กลาง เม็ดเงินลงทุนก็จะมาทางนี้ไม่น้อย

สำหรับไทยเบฟเองในวิกฤตครั้งนี้ยังได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 และน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการรัชกาลที่ 10 มาใช้  จึงได้ศึกษาเรื่องของ DJSI และให้เป็น Change Catalyst คือยังเรียนรู้อยู่ทุกวัน

วันนี้เราเป็น Global beverage leader ตามกลไกของ DJSI Global Sustainability Index บริษัทเราทำนานแล้ว มาจากแนวพระราชดำริง่ายๆ เช่น ทุกคนปลูกป่าหมด แต่ทำไมเราไม่รวมกันทำ SCG เน้นฝาย ผมอาจจะเน้นเรื่องต้นน้ำ ประโยชน์ไปถึงทุกคน แต่เราอาจจะยังไม่ได้คุยกัน เรามีเป้าหมายในการเดินต่อไป หวังว่าปีต่อๆ ไปเราจะเรียนรู้และปรับตัวได้

“ถ้าโจทย์ของงานวันนี้พูดถึงเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความวุ่นวายของเศรษฐกิจโลก วันนี้เรามองเรื่องของโอกาส สุภาษิตจีนโบราณว่า โอกาสผ่านหน้าเราตลอดเวลา แต่เรามีความรู้หรือความสามารถที่จะนำโอกาสมาเป็นประโยชน์ให้เราได้มากแค่ไหน หรือบางทีเรารู้ว่ามีโอกาสแต่คว้าไม่ได้ก็หลุดไป”

เราน่าจะมีโอกาสรับฟังให้มาก แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน การได้ยินทำให้เราเกิดมุมมองที่แตกต่าง

เราต้องถามตัวเองว่าเราอยากได้แล้วเรามีความสามารถไหม จะมีความสามารถมากขึ้นอย่างไร ในภาษาธุรกิจต้องถามตัวเองว่าเรามีความได้เปรียบคนอื่นอย่างไร

“เรื่องของการปรับตัว ภาคอุตสาหกรรมจะเป็นบริการได้ไหม ผมจะบอกว่า ถ้าเทคโนโลยียังไม่สามารถวาร์ปข้ามอากาศไปได้ แสดงว่าของก็ยังต้องส่งทางกายภาพ มีคนเกี่ยวโยงอยู่ในกระบวนการอยู่ดี ในภาพรวมต้องถามว่าวันนี้ตัวเราเข้าใจสิ่งรอบข้างอย่างไร เราจะคว้าโอกาส และ Creating Value ได้อย่างไร ทุกคนต้องช่วยกันสร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าของการเติบโต”

ฐาปนสรุปว่าทุกวิกฤตต้องเริ่มจากใจ ใจเราต้องพร้อม คิดแล้วลงมือทำ และพอทำแล้ว เราได้เรียนรู้ สิ่งที่เราเรียนรู้ได้จะไม่เหมือนกันเพราะต่างคนมีทักษะที่ไม่เหมือนกัน แต่เราจะไม่ปล่อยให้โอกาสผ่านไป ต้องลุย ต้องลอง และทำให้มันเกิด อย่างน้อยคือเราได้โอกาสเรียนรู้

** จากงาน “CEO Exclusive Forum 2020” จัดโดย เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer