อย่าเพิ่งซื้อ ICO ถ้ายังไม่เคยเห็นของจริง | ICO คือ อะไร?

(Initial Coin Offering) ICO คือ เป็นการระดมทุนของธุรกิจ ที่ออก ‘โทเคน Token’ ของตัวเองขึ้นมา เพื่อให้คนมาซื้อเหรียญนั้น
โดยผู้ที่ซื้อโทเคนไป ก็สามารถนำโทเคนนั้นไปทำอะไรได้หลายอย่าง

 

1.ถือไว้เป็น Asset เพราะหวังว่า โทเคนนี้จะมีมูลค่ามากขึ้น

เรื่องนี้เป็นปัจจัยสำคัญมากๆ เพราะ มูลค่าของโทเคนนั้น สามารถผันผวนได้เยอะมาก จากทั้ง ข่าวลือ ข่าวจริง หรือ กฎหมาย ฉะนั้นบริษัทที่ทำ ICO นั้นต้องสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการแถลงข่าว เขียน White Paper ที่ชัดเจน และอธิบายให้ผู้ซื้อเข้าใจถ้าบริษัทสามารถทำได้ตามแผน การระดมทุนด้วย ICO จะมีประโยชน์มาก เพราะได้ทุนค่อนข้างสูง ในระยะเวลาที่รวดเร็ว ส่วนนักลงทุน

ก็จะได้ Asset ที่มูลค่าสูงขึ้น (ถ้าธุรกิจประสบความสำเร็จ)

 

2.นำไปซื้อขายในตลาดสกุลเงินออนไลน์โทเคนในต่างประเทศ

มักจะผูกไว้กับสกุลเงินดังๆ เช่น Bitcoin หรือ Etherium เช่น 10 โทเคน = 1 Etherium เป็นต้น ฉะนั้นผู้ใช้ก็สามารถนำโทเคนที่มี ไปแลกเปลี่ยนกับ สกุลเงินออนไลน์

หรือแม้แต่ โทเคนของบริษัทอื่นๆ ได้
ถ้าโทเคนนี้เชื่อมกับตลาดสกุลเงินออนไลน์ได้จริง มันก็สามารถทำอย่างอื่นได้ เช่น ซื้อสินค้าในโลกความเป็นจริงได้ เป็นต้น

 

3.นำไปใช้ในแพล็ตฟอร์มที่กำหนด

บางบริษัทมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ก็ให้เอา โทเคน มาใช้ซื้อของได้ หรือ ถ้าถือโทเคนจำนวนเท่านี้จะได้เงินปันผลกี่ % เป็นต้น

 

ฉะนั้นมองมุมนี้ โทเคน ก็เหมือน หุ้น

ก่อนที่คุณจะซื้อหุ้น คุณก็ต้องศึกษาความน่าเชื่อถือของบริษัท คุณก็ต้องดู P/E, Value, เงินปันผล …

และนี่คือ 4 เรื่อง ที่ต้องไปทำการบ้าน ก่อนซื้อ ICO คือ

1.อ่าน White Paper ให้เคลียร์

ทางที่ดีที่สุด (และเหนื่อยที่สุด) ก็คืออ่าน White Paper ของ ICO นั้น เพราะมันข้อมูลที่ละเอียดที่สุด ถ้าบริษัทมี White Paper ที่ชัดเจน อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่า มีแผนงานที่ร่างไว้เป็นรูปธรรม

2.เข้าใจโมเดลธุรกิจของผู้ที่ออก ICO ให้ชัดเจน

ไม่มีธุรกิจไหนบนโลกที่ปลอดภัย 100% ฉะนั้นคุณต้องวิเคราะห์ว่า ธุรกิจที่ออก ICO นั้น เป็นไปได้จริงไหม ถ้ามีสินค้า/บริการให้ลองใช้ ควรลองไปทดสอบดูเลยว่าน่าเชื่อถือขนาดไหน

3.ตามข่าวสารของ กลต.

ในไทย กลต. เป็นผู้ดูแลเรื่อง สกุลเงินออนไลน์ และ ICO ฉะนั้นคุณควรตามข่าวสารจาก กลต. อยู่ตลอดเวลา
อย่างในตอนนี้ก็มีกฎหมายข้อหนึ่งบอกแล้วว่า ถ้าได้กำไรจาก Digital Asset ต้องเสียภาษี 15% เป็นต้น

4.อย่าฟังความข้างเดียว

การศึกษาข้อมูลเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าข้อมูลนั้นมาจากแหล่งเดียว มันก็ไม่น่าเชื่อถือมากพอ เพราะ เรื่อง ICO เป็นเรื่องใหม่มาก ถ้าคุณเสิรจ์ชื่อ โทเคน ใดๆ ในอินเตอร์เน็ต ข่าวที่ได้ส่วนใหญ่ก็มาจาก บริษัทที่ออกโทเคนนั้นเอง

 

มีผู้เชี่ยวชาญเรื่อง Blockchain (ขออภัยที่ลืมชื่อ) กล่าวไว้ว่า

“ผมเข้าใจนักลงทุนที่กล้าซื้อโทเคนของบริษัทที่พวกเขารู้จัก อย่างเช่น Startup หรือ ธุรกิจในท้องถิ่น ที่เห็นสินค้าจริงๆ สามารถไปดูโรงงาน ดูออฟฟิศ ของพวกเข

าได้แต่ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่า นักลงทุนที่กล้าซื้อ โทเคน ของบริษัทต่างประเทศที่อยู่คนละขั้วโลก ไม่เคยเห็นบริษัท ไม่เคยคุยกับผู้ก่อตั้ง พวกเขากล้าลงทุนได้ยังไง”

 

ฉะนั้นฝากไว้สำหรับคนที่กำลังศึกษา และจะซื้อ โทเคน ว่า

“การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน
และยิ่งเป็นการลงทุนที่กฎหมายยังไม่นิ่ง ยิ่งต้องระวังให้มากๆ”