ตลาดสมาร์ทโฟนไทย เมื่อแบรนด์เกาหลียังคงถูกแบรนด์จีนท้าทาย (วิเคราะห์)

ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยปีที่ผ่านมามียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 18.2 ล้านเครื่อง อ้างอิงจาก IDC เป็นตลาดที่มีการแข่งขันอย่างรุนแรง จากตลาดสมาร์ทโฟนเป็นเครื่องทดแทนเป็นหลัก

และ ตลาดสมาร์ทโฟนไทย มีสภาพตลาดเป็นอย่างไร

1. แบรนด์จีนเข้าใกล้ส่วนแบ่งอันดับหนึ่งไปทุกที

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยถูกแบรนด์สมาร์ทโฟนจากประเทศจีนเข้ามาท้าทายผู้เล่นเดิมในตลาดอย่างต่อเนื่อง จากคุณสมบัติเด่นด้านราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้

การท้าทายตลาดของสมาร์ทโฟนจีนในประเทศไทยส่งผลกระทบกับแบรนด์ซัมซุง ผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดสมาร์ทโฟนไทยมาอย่างยาวนาน จากข้อมูลของ IDC พบว่าซัมซุงมียอดจำหน่ายในปี 2562 ทั้งปี ลดลง 5% เมื่อเทียบกับปี 2561

ส่วนออปโป้ ผู้นำอันดับสอง เติบโต 14% มีส่วนแบ่งตลาดห่างจากซัมซุงเพียง 1% เท่านั้น

และวีโว่ ผู้นำอันดับสาม เติบโตมากถึง 23%

 

2. หัวเว่ย เป็นแบรนด์จีนรายเดียวที่มีการเติบโตลดลงถึง 28%

การลดลงของยอดจำหน่ายหัวเว่ยมาจากความไม่เชื่อมั่นต่อแบรนด์ในระยะยาวหลังจากที่กูเกิลปฏิเสธไม่ให้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ของหัวเว่ยใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และฟีเจอร์ที่กูเกิลพัฒนา ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลักในในการใช้งานของคนไทย

การปิดกั้นการใช้ซอฟต์แวร์นี้มาจากข้อพิพาทระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาในสงครามการค้าปีที่ผ่านมา ข้อพิพาทนี้หัวเว่ยถูกสหรัฐอเมริกามองว่าเป็นแบรนด์ที่มีสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับรัฐบาลจีน และสั่งให้กูเกิลปฏิเสธไม่ให้หัวเว่ยใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์และซอฟต์แวร์ของกูเกิล

 

3. ไอโฟนขายดีกว่ารุ่นที่ผ่านมา

การเปิดตัวไอโฟน 11 ในปลายปี 2562 ที่มีคุณสมบัติด้านการถ่ายภาพที่ดีขึ้น และกล้องสามตัวสำหรับรุ่นไฮเอนด์ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงด้านยอดจำหน่ายไอโฟนในประเทศไทยเติบโตขึ้น 22%

 

4. สมาร์ทโฟนเฮาส์แบรนด์หายไปจากตลาด

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเกิดปรากฏการณ์สมาร์ทโฟนเฮาส์แบรนด์จากค่ายโอเปอเรเตอร์เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยหลากหลายรุ่นในระดับราคาที่ผู้บริโภครับได้

การที่โอเปอเรเตอร์ลงเล่นตลาดสมาร์ทโฟนเฮาส์แบรนด์มาจากความต้องการสร้างรายได้จากการขายดีไวซ์บนมาร์จิ้นหรือกำไรต่อหน่วยมากกว่าการขายสมาร์ทโฟนอินเตอร์แบรนด์ รวมถึงการผลักสมาร์ทโฟนราคาประหยัดให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคระดับแมสมากขึ้น เพราะในช่วงที่สมาร์ทโฟนเฮาส์แบรนด์เข้ามาทำตลาดเป็นจำนวนมาก เป็นช่วงที่สมาร์ทโฟนอินเตอร์แบรนด์ยังไม่สามารถลงราคามาแข่งขันในระดับ 2-3 พันบาทได้

ในวันนี้ตลาดสมาร์ทโฟนอินเตอร์แบรนด์บางรุ่นมีระดับราคาที่ผู้บริโภคซื้อหาได้มากขึ้น และโอเปอเรเตอร์ได้เปลี่ยนเกมการตลาดจากผู้จำหน่ายสมาร์ทโฟนแบรนด์ตัวเองเป็นจำหน่ายสมาร์ทโฟนอินเตอร์แบรนด์ รวมถึงการจัดโปรโมชั่นซื้อเครื่องราคาถูกกว่าท้องตลาดเมื่อสมัครใช้บริการในแพ็กเกจบริการตามแพ็กเกจและระยะเวลาที่กำหนด

การที่โอเปอเรเตอร์ปรับตัวจำหน่ายอินเทอร์แบรนด์ส่วนหนึ่งเพราะ

ที่ผ่านมามือถือเฮาส์แบรนด์เกิดปัญหาในการใช้งานระยะยาวจำนวนมาก ซึ่งโอเปอเรเตอร์ต้องรับภาระในการดูแลบริการหลังการขาย และมือถืออินเตอร์แบนด์ที่มีภาพลักษณ์ด้านแบรนด์และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ดีกว่ามีราคาที่ถูกลงจนเทียบเท่ามือถือเฮาส์แบรนด์

โอเปอเรเตอร์ต้องการผูกใจลูกค้าในระยะยาวด้วยแพ็กเกจสัญญาการใช้งานในกรณีที่ลูกค้าต้องการซื้อสมาร์ทโฟนในราคาต่ำกว่าท้องตลาด เพราะธุรกิจนี้มีอัตราการไหลออกของลูกค้าที่สูง จากผู้บริโภคสามารถย้ายค่ายเบอร์เดิมได้

 

ทั้งนี้การแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนปีนี้อาจจะดูเงียบเหงากว่าเดิมในช่วงครึ่งปีแรก จากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้มือถือรุ่นใหม่ๆ ต้องชะลอการทำตลาดและกิจกรรมการตลาดออกไปก่อน เนื่องจากผู้บริโภคบางกลุ่มประสบกับสภาวะตกงาน ผู้บริโภคบางกลุ่มต้องการเก็บเงินไว้ใช้ยามจำเป็น และมองว่าการซื้อมือถือใหม่เป็นสิ่งที่ฟุ่มเฟือย และมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถออกมาจับจ่ายตามปกติ และกิจกรรมอีเวนต์ต่างๆ เหมือนในอดีต

 

Marketeer FYI

ส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนโลก

ซัมซุง 21.8% (298.1 ล้านเครื่อง)

หัวเว่ย 17.6% (240.6 ล้านเครื่อง)

ไอโฟน 14.5% (198.1 ล้านเครื่อง)

เสี่ยวหมี 9.2% (125.5 ล้านเครื่อง)

ออปโป้ 8.8% (120.2 ล้านเครื่อง)

อื่นๆ 28.1% (384.3 ล้านเครื่อง)

ที่มา: Canalys, มกราคม 2563 อ้างอิงจากยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนปี 2562

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer