ทำไมค่าไฟฟ้าตามบ้านแพงขึ้นกว่าปกติ อ๋อ เพราะเราอยู่บ้าน Work From Home

แต่มันแพงแบบ “ช็อกโลก” น่ะสิ ทำเอาหลายคนรอเวลากลับไปทำงานที่ออฟฟิศตามปกติดีกว่า

ต้องบอกก่อนว่า ราคาค่าไฟ ไม่ได้คิดเหมือนราคาสินค้าชนิดอื่นๆ ที่ซื้อเยอะ แล้วราคาจะถูกกว่าซื้อชิ้นเดียว

แต่ค่าไฟฟ้าจะคิดแบบ “อัตราก้าวหน้า” คือ ยิ่งใช้ไฟเยอะเท่าไร ราคาค่าไฟก็ยิ่งแพงขึ้นตาม

ประเด็นคือ “ไม่ต้องการให้ผู้บริโภคใช้ไฟฟ้าฟุ่มเฟือย ใช้มากเกินจำเป็น” 

ดังนั้น ยิ่งใช้มาก ยิ่งต้องจ่ายแพง

ขณะเดียวกันปกติค่าไฟในช่วงหน้าร้อนมักจะแพงกว่าช่วงอื่นๆ เสมอ

และจากที่คิดว่าไม่ต้องเสียค่าเดินทาง แต่กลับต้องมาเสียค่าไฟที่แพงมากขึ้นตาม

เห็นได้จากตอนนี้ที่หลายคนทำงานแบบ Work From Home หรืออยู่บ้านมากกว่าปกติ เจอปัญหาค่าไฟแพงจนน่าตกตะลึง

การไฟฟ้าเคยอธิบายไว้ว่า อุณหภูมิที่สูงจัดส่งผลให้มีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้าจะทำงานหนักมากขึ้นในเวลาเท่ากันในช่วงปกติ

โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้า การเปิดปิดตู้เย็นบ่อยๆ ครั้ง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุให้ค่าไฟมากขึ้นตามมาด้วย

อ่าน : ค่าไฟไทยอยู่ระดับไหนของโลก

แล้ว “ค่าไฟฟ้า” คิดกันอย่างไร หาคำตอบได้จากด้านล่างนี้

ต้องบอกก่อนว่า ราคาค่าไฟ ไม่ได้คิดเหมือนราคาสินค้าชนิดอื่นๆ ที่ซื้อเยอะ แล้วราคาจะถูกกว่า ซื้อชิ้นเดียว

แต่ค่าไฟฟ้าจะคิดแบบ “อัตราก้าวหน้า” คือ ยิ่งใช้ไฟเยอะเท่าไร ราคาค่าไฟก็ยิ่งแพงขึ้นตาม

โดยค่าไฟฟ้าที่เราต้องจ่ายในทุกๆ เดือนนี้มีองค์ประกอบด้วยกัน 3 ส่วนคือ

1. ค่าไฟฟ้าฐาน (ค่าพลังงานไฟฟ้า+ค่าบริการ)

2. ค่าไฟฟ้าผันแปร หรือค่า Ft

3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

 

ค่าไฟฟ้าฐาน คือโครงสร้างค่าไฟฟ้า ซึ่งแยกตามลักษณะการใช้ไฟฟ้าของกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทต่างๆ

โดยค่าไฟสำหรับบ้านอยู่อาศัย มี 2 ประเภท

– ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1.1 คือ บ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ และมีการใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วย/เดือน

จะคิดค่าบริการรายเดือน เท่ากับ 8.19 บาท/เดือน

– ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1.2 คือ บ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งมิเตอร์เกิน 5 แอมป์ และบ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ แต่มีการใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วย/เดือน

จะคิดค่าบริการรายเดือน เท่ากับ 38.22 บาท/เดือน

 

โดยอัตราค่าไฟของทั้งสองประเภทนั้นคิดต่อหน่วยไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่คือจะเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1.2  ซึ่งจะมีการคิดอัตราค่าไฟดังนี้

 

ค่าพลังงานไฟฟ้า 150 หน่วยแรก (กิโลวัตต์ชั่วโมง) (หน่วยที่ 1-150 ) หน่วยละ 3.2484 บาท

250 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 151-400 ) หน่วยละ 4.2218 บาท

เกินกว่า 400 หน่วย (หน่วยที่ 401 เป็นต้นไป) หน่วยละ 4.4217 บาท

 

หากยังไม่เห็นภาพ Marketeer ลองเข้าไปคำนวณค่าไฟในเว็บการไฟฟ้านครหลวงให้ดูกันแบบชัดๆ

สมมุติว่า บ้านเราใช้ไฟฟ้าไป 413  หน่วย ต้องเสียค่าไฟรวมทั้งหมดในเดือนนั้นกี่บาท?

 

 

รู้แบบนี้แล้ว เพราะฉะนั้นเปิดแอร์อุณหภูมิเท่าเดิม ระยะเวลาเท่าเดิม แต่ในหน้าร้อนอุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้หน่วยการใช้ไฟหมุนเร็วขึ้น ราคาค่าไฟจึงไม่เท่าเดิม และแพงขึ้นนั่นเอง



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co / Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer