รายได้ช่อง 3 กับการประกาศลาออกของ อริยะ พนมยงค์ เกี่ยวข้องกันหรือไม่ ? (วิเคราะห์)

หลังจากที่ อริยะ พนมยงค์ หันหลังให้กับไลน์ ประเทศไทย เพื่อพาตัวเองสู่กรรมการผู้อำนวยการ หรือ President ของ บีอีซี เวิลด์ เมื่อ 18 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา โดยการชักชวนของประชุม มาลีนนท์

 

ในวันนี้ อริยะขอยื่นลาออกด้วยเหตุผลส่วนตัว มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2563

 

การยื่นลาออกของอริยะเป็นการตัดสินใจหลังจาก ประชุม มาลีนนท์ ผู้ชักชวนอริยะเข้าสู่ช่อง 3 ลาออกจากตำแหน่งกรรมการเพียงไม่กี่วัน โดยประชุม มาลีนนท์แจ้งลาออกเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา

 

การมาที่ช่อง 3 ของอริยะมีเหตุผลหลักคือ เข้ามากอบกู้วิกฤตของช่อง 3 ที่กำลังอยู่ในสถานการณ์เลือดไหลไม่หยุด จากรายได้ที่ลดลงจนติดลบ

และช่อง 3 ต้องการนำประสบการณ์ด้านดิจิทัลของอริยะพาธุรกิจไปยังโลกของดิจิทัล ซึ่งเป็นโลกที่จะสร้างรายได้ให้กับช่องในปัจจุบันและอนาคต

แต่การมาดูช่อง 3 ของอริยะถือว่าเป็นความท้าทายหลากหลายด้าน

ทั้งด้านการบริหารภายในและภายนอก

ด้านภายใน

อริยะเข้ามาจัดระเบียบปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานองค์กรใหม่ พร้อมนำมือดีที่เคยทำงานร่วมกันจากนอกองค์กรเข้ามาเป็นทีมงานที่สำคัญแทนพนักงานเดิมๆ

เช่น กวิน ตั้งอุทัยศักดิ์ เข้ามารับตำแหน่งวางกลยุทธ์ในช่อง 3 เมื่อกรกฎาคม 2562 โดย กวิน เป็นมือขวาของอริยะที่ร่วมกันขับเคลื่อนไลน์ทีวี จนประสบความสำเร็จ

สุชาติ ภวสิริพร อดีต Head of Human Resources and General Administration จากไลน์ เข้ามาในตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักทรัพยากรบุคคล บีอีซี เวิลด์

วรุตม์ ลีเรืองสกุล จากทรู ซึ่งเป็นบริษัทหนึ่งที่อริยะเคยร่วมงานมาก่อน เข้ามาเป็น  Managing Director BECi

วัชรี ศิริเวชวิวัฒน์ เข้ามารับตำแหน่ง Chief Marketing Officer แทน วรุณเทพ วัชราภรณ์ ที่ลาออกไปก่อนหน้านั้น ก่อนวัชรีเข้ามาดำรงตำแหน่งในช่อง 3 เธอคือผู้บริหารระดับสูงของ Good Thing Happen ทำตลาดให้กับ GDH

 

การตัดสินใจของอริยะจึงเป็นสิ่งที่พนักงานเดิมไม่ค่อยจะปลื้มมากนัก และทำให้การบริหารด้านองค์กรต้องเผชิญกับเรื่องราวที่ต้องฝ่าฟันไปมากมาย

จนในวันนี้มือดีที่อริยะดึงมาช่วยงานได้ยื่นใบลาออกจากช่อง 3 ไปแล้ว เช่น สุชาติ ภวสิริพร และ วัชรี ศิริเวช

การลาออกของประชุม มาลีนนท์ และขุนพลที่อริยะดึงมาช่วยงานในก่อนหน้านั้นทำให้อริยะขาดผู้สนับสนุนในการทำงานที่สำคัญ

 

 

สถานการณ์ภายนอก

แม้อริยคือบุคคลที่ประชุม มาลีนนท์ ทาบทามให้เป็นผู้กอบกู้ช่อง 3

แต่ผลงาน 1 ปีที่ผ่านมาของอริยะยังไม่เป็นไปตามการคาดหวัง มีเพียงผลงานที่ประชาชนทั่วไปได้เห็นอย่างเดียวคือ การคืนสัมปทานช่อง 3 SD และช่อง 3 Family หลังจากที่ กสทช. มีมาตรการช่วยผู้ประกอบการธุรกิจทีวี

ส่วนด้าน รายได้ช่อง 3

ในปีที่ผ่านมารายได้ของกลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีรายได้รวมทั้งสิ้น 8,310.2 ล้านบาท ลดลง 17.9% จาก 10,125.7 ล้านบาทในปี 2561 การลดลงของรายได้มาจากการแข่งขันในธุรกิจทีวีที่มีการแข่งขันสูงจากช่อง 7 และช่องอื่นๆ ที่ปรับตัวลงเล่นสงครามละคร เพื่อแย่งชิงเรตติ้งผู้ชมมากขึ้น บนเศรษฐกิจที่ชะลอตัว 

รายได้รวม 8,310.2 ล้านบาท ลดลง 17.9%

แบ่งเป็น

รายได้จากโฆษณา 6,743.5 ล้านบาท ลดลง 22.0%

รายได้จากสิขสิทธิ์และบริการอื่น 953.3 ล้านบาท ลดลง 8.4%

รายได้จากคอนเสิร์ตและแสดงโชว์ 557 ล้านบาท ลดลง 51.1%

รายได้จากการขายสินค้า 56.4 ล้านบาท ลดลง 23.3%

ที่มา: รายงานประจำปี 2562

นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา เรตติ้งช่อง 3 มีเรตติ้งอยู่ที่ 1.166 ยังคงเป็นอันดับสองรองจากช่อง 7 ที่มีเรตติ้ง 1.862
5 ช่องเรตติ้งสูงสุดปี 2562
ช่อง7 เรตติ้ง 1.862
ช่อง 3 เรตติ้ง 1.166
Mono เรตติ้ง 0.855
Workpoint เรตติ้ง 0.702
ช่อง One เรตติ้ง 0.595
ที่มา: กสทช.

และในเวลานี้ ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ยิ่งทำให้ช่อง 3 ประสบกับสภาวะเลือดนองมากขึ้น โดยเฉพาะรายได้ที่ลดลงจากโฆษณาเนื่องจากต้นปียังไม่มีละครที่ดึงเรตติ้งผู้ชมได้มากนัก รวมถึงรายได้จากการจัดคอนเสิร์ต แสดงโชว์ ที่ไม่สามารถจัดงานดังกล่าวได้

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน