ด้วยการเข้ามาของสัญญาณ 5G ในไทย อาจทำให้หลายคนกำลังสนใจถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในการใช้ชีวิตของเรา โดยจะทำให้เราสะดวกสบายมากขึ้นหรือทำให้ใช้ชีวิตได้สมาร์ทมากขึ้นยังไงนั้น ครั้งนี้เราเลยชวนมาดูข้อดีของการมีสัญญาณ 5G ที่จะได้รับเมื่อเรามีพร้อมทั้งสัญญาณและสมาร์ทโฟนกัน

หากพูดถึง 5G ทุกคนคงคิดถึงความเร็วที่มากขึ้น แต่จะเร็วขึ้นแค่ไหน? เรามาลองเปรียบเทียบกับ 4G ดูกัน

โดยปกติแล้ว 4G จะส่งข้อมูลได้เร็ว 1Gbps แต่ 5G สามารถส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นถึง 20 เท่า ซึ่งก็คือ 20Gbps รวมถึงปริมาณข้อมูลส่งได้มากถึง 7 เท่า หรือ 50EB คิดเป็นประมาณ 5 หมื่นล้าน GB เรียกได้ว่าหากในชีวิตประจำวันใครที่ต้องการรับส่งข้อมูลมหาศาล ต้องการความรวดเร็ว เช่น ผู้ที่ต้องใช้ความเร็วในการสตรีม การดึงข้อมูลจากคลาวด์ หรือ ผู้ที่ต้องการใช้งานกราฟิกสูงๆ 5G ก็สามารถรองรับได้สบายๆ นอกจากนี้ 5G ยังตอบสนองไวขึ้นจากเดิม 40ms เหลือแค่ 1ms ซึ่งไวขึ้นถึง 10 เท่า คิดง่ายๆ คือ หากเราคลิกดูวิดีโอ 4K หรือ 8K หากใช้ 4G ต้องรอดาวน์โหลดระยะเวลาหนึ่ง แต่ถ้าใช้ 5G คลิกปุ๊บก็สามารถดูได้ทันทีภายในไม่กี่วินาที

นับว่า 5G เป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่จะเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตให้สมาร์ทมากยิ่งขึ้น ด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อทุกสิ่งรอบตัวได้ด้วยสมาร์ทโฟนและควบคุมได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส พร้อมอุปกรณ์ IoT ที่เข้ามาเสริมไม่ว่าจะเป็น Smart Watch, หูฟังไร้สายอัจฉริยะ, 5G CPE หรือแว่นตา AR แต่การที่จะสามารถรองรับ IoT และประโยชน์จาก 5G ข้างต้นได้ จำเป็นต้องมีสมาร์ทโฟนที่ไม่เพียงแต่รองรับ 5G ได้ แต่ยังสามารถรองรับการใช้งานที่หนักหน่วง ต้องการความรวดเร็ว ไหลลื่น และตอบโจทย์ได้ทุกการใช้ชีวิต จึงถือได้ว่า ยุค 5G นั้น คือ “ยุคแห่งการเชื่อมต่ออัจฉริยะอย่างแท้จริง”

แน่นอนว่าเมื่อกล่าวถึงอุปกรณ์ที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อสัญญาณ 5G ก็คงหนีไม่พ้นสมาร์ทโฟน ที่เชื่อว่าจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นอย่างแน่นอน โดยสมาร์ทโฟนที่สามารถรองรับ 5G ได้ในตลาดสมาร์ทโฟนขณะนี้ ก็มีรุ่นที่น่าจับตามองอย่าง OPPO Find X2 Series 5G ที่มีด้วยกันสองรุ่นคือ OPPO Find X2 5G และ OPPO Find X2 Pro 5G  ถือเป็น สมาร์ทโฟนแฟล็กชิป รุ่นแรกของ OPPO ที่รองรับเครือข่าย 5G แบบ Dual Mode พร้อมกับการใช้ CPU รุ่นล่าสุดอย่าง Snapdragon 865

โดยจุดเด่นของ OPPO Find X2 Series 5G คือ หน้าจอแสดงผลระดับ 120Hz QHD+ Ultra Vision Screen หรือหน้าจอแสดงผลที่รวดเร็วและลื่นไหลที่สุดด้วยอัตราการรีเฟรชที่สูงถึง 120Hz พร้อมสามารถแสดงสีสันได้ถึงหนึ่งพันล้านสี (10-bit Color Display) และดูวิดีโอ YouTube ความละเอียดได้สูงถึง 1440p และเพื่อความรวดเร็วในการใช้ชีวิตยุค 5G OPPO Find X2 Series 5G ยังมีเทคโนโลยีการชาร์จที่เร็วที่สุดในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน อย่าง 65W SuperVOOC 2.0 Flash Charge โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-100% ภายในเวลาเพียง 38 นาที ส่วนประสิทธิภาพกล้อง OPPO ได้ทำงานร่วมกับ SONY เพื่อพัฒนาระบบเซนเซอร์ IMX689 ให้คุณได้รูปที่มีคุณภาพสูง โดยระบบเซนเซอร์นี้จะอยู่ใน OPPO Find X2 Pro 5G

ทั้งนี้ OPPO Find X2 5G มาพร้อมกับ RAM 12GB และ ROM 256GB ในราคา 33,990 บาท ส่วน OPPO Find X2 Pro 5G มาพร้อมกับ RAM 12GB และ ROM 512GB ในราคา 40,990 บาท ทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดจาก Qualcomm Snapdragon 865 ชิปประมวลผลอันทรงพลังที่สามารถรองรับเครือข่าย 5G แบบ Dual-Mode ได้ โดยการเข้าถึงเครือข่าย 5G ในประเทศไทย สามารถเข้าถึงได้เมื่อเครือข่าย 5G เปิดตัวอย่างเป็นทางการในแต่ละสถานที่ ทั้งนี้จำเป็นต้องอัปเกรดซิมการ์ดและอัปเดตซอฟต์แวร์ ซึ่งขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการแต่ละเครือข่าย โดยอาจมีการคิดค่าธรรมเนียมการในการเปิดใช้บริการ

จึงเป็นที่น่าจับตามองว่ายุค 5G ที่จะเข้ามาอย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้นี้จะสามารถเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ รวมถึงมีผลต่อการใช้ชีวิตของเรามากน้อยแค่ไหน ซึ่งตอนนี้เราก็สามารถเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงให้ก้าวทันยุคแห่งการเชื่อมต่อ 5G นี้ได้แล้ว



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer