โออิชิ เปิดกลยุทธ์ปี 2020 เร่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ดิจิทัล แพลตฟอร์ม (วิเคราะห์)

คอนเซ็ปต์ Big Brand : Do & Dont in Digital Age 2020” ในวาระครบรอบก้าวสู่ปีที่ 21 ของ Marketeer คงจะไม่สมบูรณ์หากขาด Brand ระดับ Big อย่าง บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ด้วยผลประกอบการปีงบฯ 2562 (ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2561-30 ก.ย. 2562) รวม 13,631 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจเครื่องดื่ม 6,501 ล้านบาท (เติบโต 8.6%) และรายได้จากธุรกิจอาหาร 7,130 ล้านบาท (เติบโต 7.9%) แบ่งเป็นผลกำไรจากธุรกิจเครื่องดื่ม 869 ล้านบาท (เติบโต 12.6%) และผลกำไรจากธุรกิจอาหาร 360 ล้านบาท (เติบโตถึง 52.4%)

Marketeer พาคุณไปไขเคล็ดลับเบื้องหลังการเติบโตแบบก้าวกระโดดของโออิชิ กรุ๊ป ภายใต้การบริหารของ คุณนงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ พร้อมอัปเดตภาพรวมตลาดในปัจจุบันและ “Do & Dont” ในการทำธุรกิจ เพื่อเป็นบทเรียนและแนวทางให้กับทุกองค์กรต่อไป

2020 ปีแห่งความท้าทาย

“ในปีนี้ บริษัทคงต้องทำการบ้านกันหนักขึ้น เมื่อดูทิศทางธุรกิจร้านอาหารในปี 2563 ที่ต้องเผชิญกับโจทย์ที่ท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจร้านอาหาร” กรรมการผู้จัดการ โออิชิกรุ๊ป กล่าวถึงภาพรวมตลาดธุรกิจร้านอาหารสำหรับปีนี้ว่า

“ธุรกิจร้านอาหารเป็นหนึ่งในธุรกิจบริการที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เงินที่มูลค่าหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 4 แสนล้านบาท แต่เมื่อทิศทางธุรกิจร้านอาหารในปี 2563 ต้องเผชิญกับโจทย์ที่ท้าทายหลายด้าน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อหลายๆ อุตสาหกรรม รวมถึงธุรกิจร้านอาหารของเราด้วย ส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างมากทั้งในระยะสั้น และระยะยาว

ดังนั้นเราต้องปรับกลยุทธ์ให้ตามทันโดยนำเทคโนโลยีและดิจิทัลมาพัฒนาการบริหารจัดการและปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการลูกค้าให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งในความเป็นจริงบริษัทมีแผนอยู่บ้างแล้ว แต่สถานการณ์โควิด-19 เหมือนเป็นตัวเร่งให้แผนการปรับเปลี่ยนเกิดขึ้นเร็วมากขึ้น

แผนกลยุทธ์การรับมือในช่วงวิกฤตโควิด-19 ของเราแบ่งเป็น 2 ระยะ กล่าวคือ ระยะสั้น คือการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตไปให้ได้ ส่วน ระยะยาว คือการทำให้เรากลับมาแข็งแรงยิ่งกว่าเดิมเมื่อผ่านพ้นสถานการณ์โควิด-19”

“การกำหนดกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรม
ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
รวมถึงการนำเทคโนโลยี-ดิจิทัลมาใช้
และที่สำคัญ ต้องทำให้เร็วที่สุด
จะสร้างความแตกต่างและแข็งแรงให้กับเรา”

นงนุช บูรณะเศรษฐกุล
กรรมการผู้จัดการ บริษัทโออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

โออิชิ กลยุทธ์ค้องสอดรับ “คอนซูเมอร์เทรนด์”

“จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เรามองเห็นเทรนด์ใหม่และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยคร่าว ๆ เราเห็น 3 รูปแบบ คือ

(1) เศรษฐกิจติดบ้าน (Homebody Economy) วิถีชีวิตของคนเปลี่ยนไป อยู่บ้านมากขึ้น ทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่บ้านเพิ่มขึ้น ทั้งทำงาน รับประทานอาหาร หรือแม้กระทั่งด้านความบันเทิง ดังนั้น แม้คนไม่ออกจากบ้าน ก็เกิดการใช้จ่ายขึ้นได้ อย่างเช่น สั่งอาหารเดลิเวอรี่, ช้อปปิ้งออนไลน์

(2) ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพ และคุณภาพ-ความปลอดภัยมากขึ้น (Heightened Health and quality of life) ซึ่งเราได้มีการเตรียมงานเรื่องเทรนด์สุขภาพมาอยู่บ้างแล้ว มีการพัฒนาสูตรอาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งถือว่าเราเดินมาถูกทาง และต้องเร่งเครื่องเดินหน้าต่อไป

(3) การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเต็มรูปแบบในชีวิตประจำวัน (Full Technology Adoption) อาทิ ออนไลน์ช้อปปิ้ง หรือการทำธุรกรรมผ่านออนไลน์ ทั้งหมดนี้เป็นเทรนด์ใหม่ของผู้บริโภคที่เราต้องปรับกลยุทธ์ตามให้ทัน นำพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงมาวิเคราะห์ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์-บริการรูปแบบใหม่ ๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค พร้อมเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจ”

เดินเกมหลักด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ

“เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคในวันนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่บ้าน รักษาความสะอาด รักสุขภาพ คำนึงถึงความปลอดภัย เราจึงต้องนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคในยุคนี้ให้ได้อย่างรวดเร็ว

1. พัฒนาและขยายบริการเดลิเวอรี่ (Food Delivery Channel) เพื่อตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบาย รวดเร็ว ปลอดภัย และขยายการเข้าถึงผู้บริโภค โดยพัฒนาช่องทางการสั่งซื้อออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ oishidelivery.com เพิ่มเติมจากที่สั่งผ่าน โทร. 1773 พร้อมขยายช่องทางการให้บริการผ่านออนไลน์ฟู้ดเดลิเวอรี่ต่าง ๆ ได้แก่ GrabFood, LINE MAN และ foodpanda ที่ลูกค้าสามารถใช้บริการสั่งอาหารของร้านต่าง ๆ ในเครือโออิชิได้ ได้แก่ ร้านอาหารโออิชิ แกรนด์, โออิชิ อีทเทอเรียม, โออิชิ บุฟเฟต์, ชาบูชิ, โออิชิ ราเมน, คาคาชิ และโฮวยู นอกจากนั้น ในส่วนอาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงพร้อมรับประทานโออิชิ อีทโตะ เราก็มีบริการจัดส่งผ่านเดลิเวอรี่แล้วเช่นกัน เพื่อตอบรับเทรนด์และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน

2. ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง (Digital Marketing) เน้นการทำดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง ทั้งในแง่ของการสร้างการรับรู้ แบรนด์ การตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบาย และการสร้างประสบการณ์ที่ดีในการซื้อสินค้าและใช้บริการ ขณะเดียวกันก็ยังต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการแก้ปัญหาและวางกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพให้กับองค์กร

3. นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Product Innovation) พัฒนาสิ่งใหม่ ๆ ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ตอบโจทย์ เทรนด์ใหม่ของผู้บริโภค โดยเฉพาะด้านสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค (Healthy Trend) ซึ่งที่ผ่านมาเราได้พัฒนาสูตรอาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ อย่างเช่น เครื่องดื่มชาเขียวพรีเมียม โออิชิโกลด์ เกียวคุโระ แบบไม่มีน้ำตาลและน้ำตาลน้อย หรือ แซนด์วิช โออิชิ อีทโตะ ที่มีส่วนผสมจากธัญพืช ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค เราจึงพร้อมมุ่งมั่นพัฒนาในด้านนี้ต่อไป

4. สร้างความภักดีระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ (Loyalty Program) ธุรกิจอาหารสร้างสรรค์แอปพลิเคชัน “BevFood” ระบบบัตรสมาชิกครบวงจร ทั้งการสะสม แลกคะแนน แจ้งข่าวสารโปรโมชั่นต่าง ๆ พร้อมกันนี้ยังพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับจ่ายเงินผ่านแอป ตอบโจทย์สังคมไร้เงินสด อีกทั้งการสำรองโต๊ะอาหารผ่านระบบออนไลน์ (Online Reservation) ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า และยังเป็นการเพิ่มมาตรการความปลอดภัย ช่วยให้ลูกค้าหลีกเลี่ยงการยืนต่อคิวแบบใกล้ชิดกัน

ขณะที่ธุรกิจเครื่องดื่มจัดทำแอปพลิเคชัน “โออิชิ คลับ” ซึ่งเป็นครั้งแรกของแอปพลิเคชันสะสมแต้มในตลาดชาพร้อมดื่ม ให้ผู้บริโภคได้สะสม โออิชิ พอยท์ จากรหัสใต้ฝาเพื่อเลือกลุ้นและแลกของรางวัลมากมาย

Application Oishi Club และ BevFood

5. ซินเนอร์ยี่ (Synergy) ระหว่าง 3 ธุรกิจของเราเอง ทั้งธุรกิจร้านอาหาร เครื่องดื่ม อาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงพร้อมรับประทาน รวมถึงการซินเนอร์ยี่ระหว่างกลุ่มธุรกิจอาหารของไทยเบฟฯ ไม่ว่าจะเป็นการ แบ่งปันองค์ความรู้ การจัดการด้าน Supply chain เพื่อให้ได้ของที่มีคุณภาพในราคาที่ดีที่สุด รวมทั้งการขยายตลาดต่างประเทศผ่านเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เช่น F&N ในสิงคโปร์และมาเลเซีย

ยึดมั่นการพัฒนาความยั่งยืน

โออิชิ กรุ๊ป ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความยั่งยืน (Sustainability) โดยวางแนวทางให้ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาความยั่งยืนหลักทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ

ด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทมีโรงงานผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีระบบการผลิตและระบบกำจัดของเสียในโรงงานที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยลดปริมาณพลาสติกและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว และสุดท้าย ด้านสังคม โออิชิมีโครงการช่วยเหลือสังคมด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ ‘ให้’ ล่าสุดในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โออิชิส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ มอบเงินบริจาคและผลิตภัณฑ์อาหาร-เครื่องดื่มโออิชิ รวมมูลค่า 24,000,000 บาท ผ่านสภากาชาดไทยเพื่อมอบให้กับ 7 โรงพยาบาลหลักที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, โรงพยาบาลราชวิถี และสถาบันบำราศนราดูร

โออิชิ กรุ๊ป: Do & Dont in Digital Age 2020

สำหรับ Do & Dont ในการดำเนินธุรกิจของโออิชิ กรุ๊ป ที่จะเป็นบทเรียนและแนวทางให้กับองค์กรอื่น ๆ นั้น คุณนงนุช ผู้บริหารคนเก่ง ได้ฝากแง่คิดไว้ดังนี้

Do

  1. โฟกัสที่ลูกค้า ผู้บริโภคเป็นหลัก ศึกษาและทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์-บริการได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด
  2. นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในระบบ เพราะเป็นเครื่องมือสำคัญมากสำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจในยุคนี้ ทั้งในด้านการบริหารจัดการองค์กร การพัฒนาผลิตภัณฑ์-บริการ และการสื่อสารกับผู้บริโภค เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และปรับรูปแบบการขายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว และในขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับการทำงานด้วย
  3. การสื่อสารกับผู้บริโภค นำเสนอแต่ข้อเท็จจริง โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่เกินจริง นอกจากนั้น การสื่อสารต้องชัดเจน เข้าใจง่าย แม่นยำ และน่าสนใจ
  4. เปิดรับ เตรียมพร้อม และไม่ประมาท ทุกเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้ อย่างเช่น สถานการณ์โควิด-19 เป็นต้น เราจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

Don’t

  1. ไม่ปิดกั้นทางความคิด เปิดกว้าง ยอมรับความคิดและไอเดียใหม่ ๆ พร้อมที่จะนำมาศึกษา พิจารณา หรือทดลองปฏิบัติ กล้าเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เราสามารถปรับเปลี่ยนตัวได้ทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
  2. ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น โดยเฉพาะของลูกค้า เช่น ไม่นำข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสมหรือไม่เกิดประโยชน์กับตัวผู้บริโภค
  3. ไม่กระทำการใด ๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย กฎระเบียบ หรือค่านิยมที่ดีของสังคม ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม มีจรรยาบรรณในการทำธุรกิจ ซึ่งข้อนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่โออิชิ กรุ๊ป เราให้ความสำคัญและเน้นย้ำมาตลอด

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer