ตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง 3 หมื่นล้าน ปี 2562 ที่ผ่านมาโต 5.8%

ยักษ์ใหญ่ที่ครองตลาดเห็นจะมีอยู่ 3 เจ้าด้วยกัน

-กลุ่มโอสถสภา

-กลุ่มคาราบาวกรุ๊ป

-กลุ่ม ที.ซี. ฟาร์มาซูติคอล

แต่เบอร์ 1 ที่เรียกได้ว่าครองตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในทุกเซกเมนต์คือ “โอสถสภา”  หรือ OSP : บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ของตระกูล โอสถานุเคราะห์

เพราะเครือโอสถสภาครองส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังรวมถึง 53.5%

โดยมีผู้นำตลาดคือ เอ็ม-150

จุดเริ่มต้นเดิมของเครื่องดื่มชูกำลังของโอสถสภา ไม่ใช่เอ็ม-150

แต่เป็น “ลิโพวิตัน-ดี” แบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังระดับพรีเมียมสัญชาติญี่ปุ่นที่เข้ามาทำตลาดในไทยเป็นแบรนด์แรกภายใต้เครือโอสถสภาที่ได้สิทธิ์ในการผลิตจาก “ไทโช ฟาร์มาซูติคอล” (Taisho Pharmaceutical) ตั้งแต่ปี 2508 ในราคาขวดละ 12 บาท

ในปี 2524 คู่แข่งอย่างกลุ่ม ที.ซี. ฟาร์มาซูติคอล หรือ TCP ส่ง “กระทิงแดง” ออกมาตีตลาด และสามารถครองส่วนแบ่งตลาดเกิน 50% ในเวลาไม่นาน

โอสถสภาแก้เกมด้วยการส่ง “เอ็ม-150”  ที่พัฒนาและผลิตเองลงมาชนกับ “กระทิงแดง” ในราคาเท่ากันที่ 10 บาท

ส่วนคาราบาวกรุ๊ป กระโดดเข้ามาอยู่ในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังด้วยการส่ง “คาราบาวแดง” ลงมาท้าชิงในปี 2545

 

ปัจจุบันเครื่องดื่มชูกำลังเบอร์ 1 คือ

เอ็ม-150 ครองส่วนแบ่งที่ 37.5%

รองลงมาเป็น คาราบาวแดง 22.6%

และตามมาด้วยกระทิงแดงเป็นอันดับ 3

 

ทำไม โอสถสภา จึงครอง ตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง ?

สิ่งที่ทำให้ “โอสถสภา” ครองเบอร์หนึ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง Marketeer มองว่า

โอสถสภาใช้กลยุทธ์ Multi-Brand มีความหลากหลายของสินค้า เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้กับผู้บริโภคในทุกกลุ่ม เพราะในมือโอสถสภานั้นไม่ได้มีแค่ เอ็ม-150

แต่ยังมีแบรนด์อื่นที่วางขายอยู่ตามท้องตลาดอีกหลายแบรนด์ ทั้ง ฉลาม ลิโพวิตัน-ดี ชาร์ค โสมอินซัม เอ็ม สตอร์ม

ที่โฟกัสกลุ่มลูกค้าชัดเจน เอ็ม-150  จะใช้กลยุทธ์มิวสิกมาร์เก็ตติ้ง รวมถึงไอดอลมาร์เก็ตติ้ง ที่เราจำได้คือมีตูน บอดี้สแลม เป็นพรีเซนเตอร์ รวมทั้งโฟกัสไปยังตลาดนักกีฬาทั้งฟุตบอล และมวยที่เอ็ม-150 เป็นผู้สนับสนุนในการแข่งขันต่างๆ

ฉลาม แบรนด์ที่เจาะกลุ่มระดับวัยทำงาน แรงงาน

โสมอินซัม เครื่องดื่มชูกำลังผสมสมุนไพร ที่มีกลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มผู้หญิง รักสุขภาพ

ลิโพวิตัน-ดี ชาร์ค เอ็ม สตอร์ม เจาะกลุ่มวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ ที่ราคาอยู่ในกลุ่มพรีเมียมคือ 12 บาทขึ้นไป

ที่เห็นชัดเจนในเรื่องการปรับตัว ปรับปรุงภาพลักษณ์คือ ลิโพวิตัน-ดี ที่ทำตลาดในไทยมาถึง 55 ปีแล้ว

เมื่อ ก.พ. ที่ผ่านมาได้ปรับโฉมเน้นความเป็นญี่ปุ่นพรีเมียมมากขึ้น  เน้นเจาะกลุ่มนักศึกษา-ออฟฟิศ แถมยังเล็งออกเครื่องดื่มชูกำลังเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มผู้หญิงมากขึ้น

แถมล่าสุดลิโพวิตัน-ดี ยังมีการ Collaboration กับการ์ตูนดราก้อนบอลแซด เพื่อออกแพ็กเกจจิ้งที่เป็นลิมิเต็ด อิดิชั่น ลวดลายการ์ตูนดราก้อนบอลแซด โดยนำเอา 5 ตัวเอกในเรื่องมาเป็นลวดลายบนขวด

สินค้าในเครือโอสถสภาครอบคลุมในทุกเซกเมนต์ โดยหลักๆ เครื่องดื่มชูกำลังมีด้วยกัน 2 ตลาดคือ

ตลาดแมส สัดส่วนอยู่ราว 80%  เป็นเครื่องดื่มที่มีราคา 10 บาท

และตลาดพรีเมียมที่มีสัดส่วน 20% คือเครื่องดื่มที่มีราคาตั้งแต่ 12 บาทขึ้นไป

การลุยต่างประเทศ แม้ชื่อชั้นอาจจะดังไม่เท่ากับกระทิงแดง หรือคาราบาวแดง แต่โอสถสภาไม่น้อยหน้าในตลาดอาเซียน ที่เป็นผู้นำตลาดในกัมพูชา มีรายได้คิดเป็น 65% ของรายได้จากต่างประเทศ

 

ปี 2562 รายได้จากการขายของเครือโอสถสภา  25,611 ล้านบาท

แบ่งเป็น

ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม 21,473 ล้านบาท

ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล 2,656 ล้านบาท

อื่นๆ 1,482 ล้านบาท

 

นอกจากจะเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง โอสถสภายังมีกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในมืออีกทั้งเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ในแบรนด์ ซี-วิต , เปปทีน , สลิมม่า, คาลพิสแลกโตะ

กลุ่มเครื่องดื่มเกลือแร่อย่าง เกลือแร่เอ็ม, วี-พลัส กลุ่มกาแฟพร้อมดื่ม กาแฟ เอ็มเพรสโซ ดับเบิล ช็อต

ส่วนรายได้ 3 เดือนแรกของปีนี้ที่เจอกับสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จะออกมาหน้าไหนคงได้รู้เร็วๆ นี้

แต่ที่ยิ้มร่าก่อนใครเพื่อนอยู่ตอนนี้คือคู่แข่งอย่างคาราบาวกรุ๊ป ที่เปิดเผยผลประกอบการช่วง 3 เดือนแรกของปี 2563 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

คาราบาวกรุ๊ปมีรายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 4,061ล้านบาท เพิ่มขึ้น700 ล้านบาทหรือ  20.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นของการส่งออกเครื่องดื่มบำรุงกำลังไปยังตลาดต่างประเทศ และการเติบโตของรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายสินค้าให้บุคคลภายนอก

มีกำไรสุทธิ 801 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91%

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer