โอเปอเรเตอร์ X ประกัน ขายซิมอย่างเดียวไม่พอ ต้อง Collaboration ด้วย

สงกรานต์ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า โอเปอเรเตอร์ทั้ง 2 ราย ทั้งดีแทค และเอไอเอส ต่าง Collaboration กับบริษัทประกัน เกาะกระแส ประกันอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้า นอกเหนือจากแคมเปญโปรโมชั่น ให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นลูกค้าแบรนด์นี้แล้วได้อะไรมากกว่าแบรนด์อื่น

การร่วมมือในครั้งนี้ ดีแทคได้จับมือกับซันเดย์ ประกัน ส่วน เอไอเอส จับมือกับซิกน่า ประกันภัย

โดยดีแทคทำประกันอุบัติเหตุให้กับลูกค้าที่ซื้อแพคเก็จเสริม ทั้งพรีเพดและโพสต์เพด รวมถึงเปิดทำประกันการเดินทางสำหรับลูกค้าที่เดินทางไปต่างประเทศในราคาพิเศษ

ส่วนเอไอเอส แจกประกันให้ฟรีโดยไม่มีข้อแม้ ซึ่งการเข้ามาแข่งขันในแคมเปญประกันนี้ เอไอเอสได้เปลี่ยนเกมการตลาดจากการเข้าไปเป็นสปอนเซอร์ มีส่วนร่วมกับกิจกรรมสงกรานต์ในที่ต่างๆ เป็นการให้ประกันชีวิตลูกค้าแทนเนื่องจากมองว่าเป็นสิทธิประโยชน์สร้าง impact และเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่ากิจกรรมในช่วงสงกรานต์อื่นๆ ที่เคยทำมา

 

แล้ว การ Collaboration ครั้งนี้ โอเปอเรเตอร์ และ ประกันได้อะไร

ในมุมของโอเปอเรเตอร์ แน่นอนว่า การร่วมมือกับประกันมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า เป็นหนึ่งในกิมมิกการตลาดที่ต้องการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งชีวิตลูกค้าตามเทศกาลต่างๆ เพื่อสร้างความว๊าวให้กับลูกค้าเก่า ไปพร้อมๆ กับการดึงดูดลูกค้าใหม่ ให้เปิดเบอร์เพิ่ม หรือย้ายค่าย นอกเหนือจากโปรแกรมการดูแลลูกค้าผ่านพริวิเลจต่างๆ

โดยในสิ้นปี 2560 เอไอเอส มีฐานลูกค้า 40,055,500 ราย

ดีแทค 24,480,000 ราย

ส่วนทรูมูฟ เอช ที่ไม่ได้จัดแคมเปญร่วมกับบริษัทประกัน มีลูกค้า 27,200,000 ราย

และแคมเปญในครั้งนี้ เอไอเอสคาดหวังจะมัดใจลูกค้าได้มากขึ้น ส่วนดีแทคนอกเหนือจากการรักษาฐานลูกค้าแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าดีแทคเปิดบริการเสริมกับดีแทคเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายถึงรายได้ที่ตามมา

ในส่วนของประกันภัย การ Collaborationนี้ถือเป็นโอกาสของบริษัทประกันรายเล็กในการต่อยอดธุรกิจ ได้แก่

  1. ซิกน่า และซันเดย์ 2 แบรนด์ที่ร่วมกับโอเปอเรเตอร์ เป็นแบรนด์ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในตลาดมากนัก การร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการสร้าง Awareness ให้กับบริษัทประกัน ไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ มากขึ้น
  2. บริษัทประกันได้ฐานลูกค้าใหม่ จากลูกค้าที่สมัครประกันผ่านแคมเปญที่โอเปอเรเตอร์จัดให้กับลูกค้า เพื่อนำข้อมูลของลูกค้า ไปเสนอขายประกันอื่นๆ เพิ่มเติมได้ในอนาคต
  3. สร้างการเติบโตด้านรายได้ที่รับจากโอเปอเรเตอร์

ทั้งนี้การCollaborationได้กลายเป็นเทรนด์ที่แบรนด์หยิบมาใช้เป็นกิมมิกการตลาด มูลค่าที่นอกเหนือจากบริการเดิมๆ ที่ธุรกิจนั้นมี เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือ การเติบโตทางธุรกิจ

 

อ่านคอนเทนต์การตลาด อ่าน MarketeerOnline

LINE it!