เย็นเตร็กซ์ เจ้าของเดียวกับ โทนาฟ แล้วมีอะไรอีกบ้างที่เป็นเจ้าของเดียวกัน 

Marketeer ขอยกตัวอย่าง 3 แบรนด์ที่มีธุรกิจในเครือแบบข้ามสายพันธุ์ 

ซีคอนกรุ๊ป เจ้าของ นันยาง

หากพูดถึง “รองเท้านันยาง” เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก แต่เชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าผู้ผลิตรองเท้านันยางจะเป็นเจ้าของเดียวกับห้างซีคอน 

จากกลุ่มตระกูลซอโสตถิกุลที่สร้างตำนานในทุกธุรกิจที่ทำ เริ่มต้นจากโรงงานผลิตโรงเท้าเล็ก ๆ ในปี 2496 หรือเมื่อ 66 ปีก่อน ที่ทุกคนรู้จักดีกับรองเท้าช้างดาว จนกลายมาเป็นตำนานรองเท้าที่ไม่ว่าจะเป็นคนยุคไหนก็รู้จัก 

ถัดมาปี 2501 กับธุรกิจค้าปลีก ด้วยการเป็นผู้ผลิตผงชูรสรายแรกของคนไทย ในชื่อ “ผงชูรสตราชฎา” 

และเข้าสู่ธุรกิจศูนย์การค้าในปี 2537 ในชื่อ “ซีคอนสแควร์” ที่จับกลุ่มลูกค้าฝั่งตะวันออกกรุงเทพฯ และเปิดอีกสาขากับฝั่งตะวันตกกับ ‘ซีคอน บางแค’ 

เจมาร์ท เจ้าของ Casa Lapin  และ The Jas 

จากจุดเริ่มต้นของกลุ่มเจมาร์ทเปิดบริษัทเพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกยี่ห้อในระบบเงินผ่อน และขยายเข้าไปในตลาดขายส่ง และเริ่มนำโทรศัพท์มือถือมาขายตามหลัง ที่ปัจจุบันมีสาขาตามห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้าทั่วประเทศ 192 สาขา

มาวันนี้กลุ่มเจมาร์ทไม่ได้มีแค่ธุรกิจที่เกี่ยวกับการขายมือถือเพียงอย่างเดียว แต่กลุ่มเจมาร์ทยังมีธุรกิจร้านอาหารและกาแฟ อย่าง “Casa Lapin” ที่จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ และวัยทำงานมีทั้งหมด 16 สาขา

และยังมีธุรกิจศูนย์การค้าที่เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ย่านลาดพร้าว-รามอินทรา อย่าง “The Jas”

TOA ร่วมทุนเป็นเจ้าของ ดองกิ

ตระกูลตั้งคารวคุณที่เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจสี และครองตลาดเป็นเบอร์ 1 ของตลาดสีทาอาคาร กลุ่มตั้งคารวคุณยังมีทั้ง ธุรกิจผู้จำหน่ายรถยนต์แบรนด์ซูซูกิ 4 โชว์รูม, แบรนด์เอ็มจี 7 โชว์รูม และพรีเมียมแบรนด์ เมอร์เซเดส-เบนซ์

รวมทั้งธุรกิจรีเทลอย่าง “ดอง ดอง ดองกิ” เชนดิสเคาน์สโตร์สัญชาติญี่ปุ่นที่ในตอนแรกร่วมทุนกัน 3 บริษัท คือ บริษัท แพน แปซิฟิค อินเตอร์เนชันแนล โฮลดิงส์ จำกัด (บริษัทในกลุ่มดองกิโฮเต้ สำนักงานใหญ่ ประเทศสิงคโปร์) ถือหุ้น 49%

บริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้น 40% และบริษัท พี พี ไอ จำกัด ถือหุ้น 11% ส่วนปลายปีที่ผ่านมามีการขยับผู้ถือหุ้นโดยได้กลุ่มสหพัฒน์เข้ามาถือหุ้น 22%

แล้วทำไมแบรนด์เหล่านี้ถึงทำธุรกิจข้ามสายพันธุ์ ในมุมของ Marketeer คิดว่า

แต่ละแบรนด์มองเห็นช่องว่างในการทำตลาด และการขยายธุรกิจในมือไปยังธุรกิจอื่น ๆ ที่มองเห็นแล้วว่าสามารถทำรายได้ ทำกำไรมาสู่กลุ่มธุรกิจได้

รวมทั้งยังเป็นการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจที่นับเป็นหัวใจในการลงทุน ที่มองว่าเป็นการรองรับการแข่งขันของธุรกิจเดิมที่มีมากขึ้นทุกวัน ที่แม้ในธุรกิจใหม่ที่ไปจะไม่ได้เป็นเจ้าแรก แต่การมาในธุรกิจใหม่นั้นก็สร้างความตื่นตัวให้กับวงการไม่น้อย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer