เจ้าสัวเจริญ  สิริวัฒนภักดี ผู้ซึ่งไม่เคยมีที่ดินมรดกตกทอดมาเลยสักตารางวาเดียว แต่วันนี้อสังหาริมทรัพย์ที่เขาสร้างขึ้นมาเองมีบัญชีรายชื่อยาวเหยียดกว่าแสนล้านบาท ได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 กองใหญ่ ให้ลูก ๆ รับผิดชอบ

กองหนึ่งเป็นพอร์ตที่ประกอบไปด้วยโรงแรม อาคารสำนักงาน และรีเทล มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 124,055 ล้านบาท (ข้อมูลเมื่อ 30/6/63)  โดยถูกมัดรวมเข้าไปเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปีที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อ  AWC ที่ลูกสาวคนโต วัลภา ไตรโสรัส เป็นผู้รับผิดชอบ

อีกกองหนึ่ง ที่ใหญ่ไม่แพ้กันคือบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 96,749 ล้านบาท (30/6/63) เป็นหนึ่งในบริษัทย่อยของกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศสิงคโปร์ ที่มีปณต สิริวัฒนภักดี วัย 43 ปี บุตรชายคนเล็ก หรือ “น้องยอด” ของพี่ ๆ เป็นประธานกลุ่ม  

ปี 2563 นี้ AWC ของพี่สาวกำลังมีปัญหาจากธุรกิจโรงแรมซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลัก แต่ต้องมาเจอกับวิกฤตโควิด จนครึ่งปีแรกขาดทุนไป 768 ล้านบาท

แต่พอมาดู เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ของน้องชายกำลังมีการเคลื่อนไหวที่น่าจับตาอย่างต่อเนื่องปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้สูงถึง 21,545 ล้านบาท และมีกำไร  1,791 ล้านบาท ในขณะที่เพียงครึ่งปีแรกของปี 2563  มีรายได้ 14,550 ล้านบาท กำไร 1,505 ล้านบาท

หลังจากปณตจบปริญญาโท ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ London University ประเทศอังกฤษ (จบ ปริญญาตรี วิศวกรรมการผลิต Boston University ประเทศสหรัฐอเมริกา)  

ดูเหมือนว่าผู้เป็นพ่อได้วางตัวเขาให้ไปดูสายธุรกิจอุตสาหกรรมการเกษตร โดยมีนโยบายทำอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร ในที่ดินของเขาที่สะสมไว้จำนวนมาก  

แต่ในปี 2555 ปณตก็ได้เปิดตัวกับผู้สื่อข่าวครั้งแรกในการเข้าไปรับผิดชอบโครงการเอเชียทีค ในฐานะรองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัท ทีซีซีแลนด์  

ปี 2556 เจริญได้เทกโอเวอร์หุ้นเอฟแอนด์เอ็น บริษัทอาหารเครื่องดื่มและอสังหาฯ รายใหญ่ ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 130 ปี ในประเทศสิงคโปร์  และได้ส่งปณตเข้าไปดูแลกิจการ ปัจจุบันมีการขยายงาน 25 ประเทศ ครอบคลุม 70 เมือง

ปณตยังได้รับความไว้วางใจจากผู้เป็นพ่อให้เข้ามารับผิดชอบ “One Bangkok” โครงการพัฒนาที่ดินที่ใหญ่ที่สุด ลงทุนสูงที่สุด (1.2 แสนล้านบาท) ของตระกูล “สิริวัฒนภักดี” มิกซ์ยูสแห่งนี้เปิดตัวไปเมื่อปี 2560

จากการร่วมทุนระหว่างบริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย)  

กำหนดเปิดให้บริการเฟสแรกในปี 2564 และแล้วเสร็จทั้งโครงการภายในปี 2568  

เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ยังได้เข้าไปซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท Golden Land บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ในอดีตที่ก่อตั้งโดยคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ และขอเพิกถอน Golden Land ออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ทำให้ปัจจุบันเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้มีรายได้จาก 3 กลุ่มหลัก คือ 1.  กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม การขยายตัวของอีคอมเมิร์ซยังดีต่อเนื่อง กลายเป็นแรงส่งทำให้ความต้องการเช่าคลังสินค้าและโรงงานเติบโตตาม ปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าภายใต้การบริหารจัดการรวมทั้งสิ้นกว่า 2.8 ล้านตารางเมตร  

2. กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย ที่มีทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝดและทาวน์เฮาส์   

และ 3. กลุ่มพาณิชยกรรมและโรงแรม ซึ่งหลายโครงการกำลังเก็บเกี่ยวรายได้ เช่น โครงการ The PARQ (เดอะ ปาร์ค) สาทร สแควร์ เอฟวายไอ เซ็นเตอร์ โครงการเมย์แฟร์ โครงการสามย่านมิตรทาวน์, เดอะ แอสคอท สาทร, และโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ปณตได้กล่าวไว้ในงานสัมมนาของประชาชาติว่า ในปัจจุบันกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด มีสินทรัพย์ที่จะต้องบริหารจัดการกว่า 9 แสนล้านบาททั่วโลก

และปี 2563  บริษัทจะมีการลงทุนมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท ในธุรกิจอสังหาฯ โดยกว่า 30% เป็นการลงทุนพัฒนาคน และซอฟต์แวร์

โดยโฟกัสมาที่กลุ่ม CLMV และอาเซียน ที่มีการขยายตัวสูง

เป็นการวางแผนก่อนวิกฤตโควิดจะระบาดหนัก  แต่ยังไงก็ตามสะท้อนให้เห็นว่า อสังหาริมทรัพย์ในมือของตระกูลนี้มีมหาศาลจริง ๆ (นอกจากทรัพย์สิน 2 กองนี้ เจริญยังมีที่ดินอีกมากมายที่ยังไม่หยิบออกมาพัฒนา หรือกำลังพัฒนา เช่น โครงการพัฒนาเวิ้งนาครเขษม)

และความฝันของคน “รุ่นลูก” ต้องการต่อยอดทรัพย์สินให้ไปได้ไกลกว่าที่ผู้เป็นพ่อสร้างไว้มากมายนัก

จะสำเร็จหรือไม่ เป็นอีกเรื่องที่ต้องคอยติดตาม 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer