7UP ได้มีการปรับสูตร ด้วยการลดความเปรี้ยวของเลมอนลงเล็กน้อย แล้วดันรสชาตินำของ “มะนาวเขียว” (Lime) ให้โดดเด่นขึ้นมา โดยถือเป็นการปรับสูตรครั้งใหญ่ครั้งแรกในรอบ 15 ปี
เคอริก ด็อกเตอร์ เปปเปอร์ บริษัทแม่ของ 7UP ในสหรัฐฯ เผยว่า ใช้เวลาพัฒนานาน 2 ปี โดยไม่ใช่เพราะสูตรเดิมมีปัญหา แต่เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ และเชื่อว่าจะเป็นความแปลกใหม่ที่จะถูกใจแฟนๆ ที่ดื่ม 7UP มานาน
เพื่อความชัดเจน 7UP จึงไม่ได้แค่ปรับสูตรเท่านั้น แต่ยังได้เปลี่ยนชื่อรสบนแพคเกจจาก Lemon-Lime เป็น Lime-Lemon อีกด้วย

โดยนี่จะเป็นสูตรเครื่องดื่มหลักที่ใช้กับ Cherry 7UP และเวอร์ชันสูตรไม่มีน้ำตาล (Zero Sugar) ด้วยเช่นกัน
แม้อาจมีความเสี่ยงอยู่บ้างแต่ผู้บริหารของ 7UP ก็เชื่อว่า ความเสี่ยงที่แท้จริงคือการไม่ยอมเปลี่ยนแปลงมากกว่า
เพราะความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์ คือการอยู่นิ่งๆ และปฏิเสธที่จะพัฒนา เพราะหากคุณหยุดอยู่กับที่ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการสูญเสียแรงขับเคลื่อนและยอดขายที่ลดลง
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ 7UP มีจุดประสงค์เพื่อเอาใจผู้บริโภครุ่นใหม่กลุ่ม Gen Z และ Gen Alpha ในสหรัฐฯ ที่หันไปดื่มเครื่องดื่มรสเปรี้ยวจี๊ดตามเทรนด์ Lime-forward กันมากขึ้น

ซึ่งเป็นโอกาสทองของเครื่องดื่มรสเปรี้ยวในสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันมูลค่าตลาดสูงถึง 5,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 165,000 ล้านบาท) ทำให้แทบทุกแบรนด์ในตลาดต่างก็ต้องปรับตัวเพื่อตามเทรนด์
และเพื่อไม่ให้ถูกคู่แข่งและเครื่องดื่มดังใต้ชายคา “โคคา-โคล่า” อย่าง Sprite ที่ครองส่วนแบ่งมากกว่าทิ้งห่างไปมากกว่านี้ หลังเมื่อปี 2025 ทาง 7UP ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่เพียง 1.2 % ต่างจาก Sprite ที่มีส่วนแบ่งอยู่ถึง 9%
โดยหากกระแสตอบรับเป็นไปในทิศทางบวกจะทำให้ตลาดเครื่องดื่มของ เคอริก ด็อกเตอร์ เปปเปอร์ ทำเงินได้มากขึ้น หลังไตรมาส 2 ปี 2026 ทำเงินได้ 10,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 331,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาสเดียวกันของปี 2025
อย่างไรก็ตาม งานนี้ก็ไม่ง่าย เพราะแม้ 7UP เป็นแบรนด์ที่คนส่วนใหญ่รู้จักดีและอยู่มานาน แต่ตลาดน้ำอัดลมใสรสออกเปรี้ยวในสหรัฐฯ ก็มีคู่แข่งอยู่พอสมควร
โดยนอกจาก Sprite แล้ว “เป็ปซี่โค” อีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ในตลาดก็เพิ่งส่ง Starry ลงมาชิงส่วนแบ่งตลาดเมื่อปี 2023
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ตลาดอาหารและเครื่องดื่มสหรัฐฯ ต่างก็พากันออกรสใหม่ เพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ ที่กิน-ดื่ม อาหารและเครื่องดื่มรสชาติจัดจ้านกันมากขึ้น
ยืนยันได้จาก การออกรส Swicy (Spice+Sweet) ที่มีรสหวานและเผ็ดร้อน ของ Coca-Cola เมื่อปี 2024 และล่าสุดกับการปรับสูตรใหญ่ในรอบ 15 ปีของ 7UP
สำหรับ 7UP ก่อตั้งเมื่อปี 1929 โดย ชาร์ลส์ ไลเปอร์ กริกก์ นักโฆษณาชาวอเมริกันที่อยากมีแบรนด์น้ำอัดลมของตัวเอง โดยช่วงแรกขายไม่ดี เพราะชื่ออย่าง Bib-Label Lithiated Lemon-Lime จำยากเกินไป
หลังเปลี่ยนมาใช้ชื่อ 7UP ในปี 1936 สถานการณ์ก็ดีขึ้น จนที่สุดเคยขึ้นเป็นแบรนด์น้ำอัดลมขายดีอันดับ 3 ของโลกในยุค 40 แต่น่าเสียดายที่ผู้ก่อตั้งเสียชีวิตไปก่อน ไม่ได้เห็นแบรนด์ที่ตนก่อตั้งประสบความสำเร็จ
ทว่าที่มาของชื่อ 7UP ไม่แน่ชัดว่า เป็นสูตรเคมี หรือเพื่อให้จำง่ายขึ้น หรือเพื่อสื่อถึงความสดชื่น เพราะผู้ก่อตั้งไม่เคยบอกและเสียชีวิตไปก่อนนั่นเอง
อีกอย่างที่ผู้คนจำได้เมื่อพูดถึง 7UP คือ Fido Dido มาสคอตของแบรนด์ ซึ่งวาดขึ้นบนผ้าเช็ดปากระหว่างสังสรรค์หลังเลิกงานโดย ซู โรส นักวาดการ์ตูนและโปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์ในปี 1985 ต่อมาในปี 1987 ก็ซื้อมา

ในยุค 90 Fido Dido ก็กลายเป็นมาสคอตดังในวงการเครื่องดื่ม ดังนั้น 7UP จึงไม่ปล่อยให้หลุดมือและใช้มาจนถึงปัจจุบัน.
ทั้งนี้ ในสหรัฐฯ 7UP เป็นของ เคอริก ด็อกเตอร์ เปปเปอร์ ส่วนนอกสหรัฐฯ บริษัทที่ถือครองสิทธ์ในการผลิตภัณฑ์ของ 7UP คือ “เป็ปซี่โค” / cnn
